ตอนที่ 2 ไข่ตุ๋น
ตอนที่ 2 ไข่ตุ๋น
เมื่อบรรยากาศความวุ่นวายเริ่มคลี่คลาย ซูเนี่ยนถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอหันไปมองเด็กน้อยสองคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล ความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ว่าผู้หญิงคนนี้เคยทำร้ายเด็กๆ ไว้มากมายเพียงใด ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะมองเธอเหมือนมองปีศาจ
เธอมองไปที่จินเป่า ลูกสาวคนโตที่แววตาฉายแววความเข้มแข็งเกินวัยเพราะต้องปกป้องน้องชาย
“จินเป่า...” ซูเนี่ยนเรียกเสียงอ่อน
เด็กหญิงสะดุ้งสุดตัว มือที่กำชายเสื้อน้องชายสั่นระริก
“ไป... ไปเด็ดต้นหอมที่หลังบ้านมาให้แม่หน่อยลูก แม่จะเอามาใส่ไข่ตุ๋น”
คำว่าลูกและแม่ที่หลุดออกมาจากปากซูเนี่ยนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้จินเป่าทำตัวไม่ถูก เด็กน้อยอึกอักแล้วเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ เพราะไม่แน่ใจว่านี่คือแผนการใหม่ที่จะแกล้งเธอหรือเปล่า
เหว่ยเฉียงที่ยืนกอดอกมองอยู่ เห็นความเปลี่ยนแปลงในน้ำเสียงและท่าทางของภรรยา เขาก็รู้สึกสับสน แต่เมื่อเห็นสายตาหวาดกลัวของลูก เขาจึงพยักหน้าเบาๆ ให้จินเป่า
“ไปเถอะ จินเป่า”
เมื่อพ่อบอก เด็กหญิงจึงรีบวิ่งไปที่สวนผักเล็กๆ หลังบ้านทันที ไม่นานนักเธอก็กลับมาพร้อมต้นหอมกำเล็กๆ ที่ถูกล้างน้ำมาอย่างลนลาน จินเป่ายื่นมันให้ซูเนี่ยนด้วยระยะห่างที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับกลัวว่าถ้าเข้าใกล้มากกว่านี้จะถูกตี
ซูเนี่ยนรับมาแล้วยิ้มบางๆ “เก่งมากจ๊ะ ไปนั่งรอกับน้องเถอะ”
ซูเนี่ยนหันกลับมาสำรวจวัตถุดิบในครัวอย่างละเอียดอีกครั้ง และเธอก็ต้องถอนหายใจยาวๆ ในใจ ห้องครัวบ้านนี้ช่างแร้นแค้นเหลือเกิน มีเพียงถุงแป้งสาลีที่เหลือเพียงก้นถุง น้ำมันพืชที่เหลือเพียงก้นขวด และเกลืออีกเพียงเล็กน้อย
เธอก่อไฟในเตาอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางสายตาฉงนสงสัยของเหว่ยเฉียง เพราะปกติซูเนี่ยนคนเก่ามักจะบ่นเรื่องควันไฟและเขม่าดำจนไม่ยอมเข้าใกล้เตา
ซูเนี่ยนเริ่มจากนำแป้งสาลีมาผสมกับน้ำทีละน้อย นวดจนเป็นก้อนแล้วพักไว้ จากนั้นเธอหยิบชามกระเบื้องใบเก่ามา ตอกไข่ไก่สองฟองลงไป ตีให้เข้ากันด้วยตะเกียบ เสียงตะเกียบกระทบชามดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
จากนั้นเธอก็เทน้ำเปล่าลงไปเกือบเต็มชาม และใส่เกลือลงไปนิดหน่อย ซอยต้นหอมเป็นท่อนเล็กๆ โรยหน้า ปรุงรสเสร็จแล้วก็นำไปนึ่งในหม้อที่มีน้ำเดือดจัด ระหว่างที่รอไข่ตุ๋นสุก เธอไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่เอาแป้งที่พักไว้มาคลึงเป็นแผ่นบางๆ เมื่อไข่ตุ๋นสุกแล้ว เธอก็นำแผ่นแป้งไปนาบกับกระทะเหล็กที่ร้อนจัด จนมีกลิ่นหอมของแป้งจี่
หยวนเป่าที่นั่งอยู่ข้างพี่สาว เผลอกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่ กลิ่นอาหารที่น่ากินแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้มานานมากแล้ว
เหว่ยเฉียงจ้องมองแผ่นหลังของภรรยาที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว แววตาที่เคยกรุ่นด้วยโทสะของเขาเริ่มจางหายไป เปลี่ยนเป็นความสงสัยครุ่นคิด
ซูเนี่ยนเป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามและเกลียดงานครัวทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้?
ผ่านไปครู่ใหญ่ ซูเนี่ยนก็ยกชามไข่ตุ๋นออกมา ไข่สีเหลืองทองฟูนุ่มส่งควันฉุย มีหยดน้ำมันพืชเพียงเล็กน้อยเคลือบผิวหน้าให้ดูวาววับ พร้อมกับแป้งนาบกระทะร้อนๆ ที่วางเรียงกันอยู่ในจาน
“อาหารเสร็จแล้วค่ะ มากินกันเถอะ” ซูเนี่ยนวางอาหารลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ แล้วหันไปเรียกทุกคน
เด็กๆ มองหน้ากันอย่างไม่กล้าขยับ จนกระทั่งเหว่ยเฉียงเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ เขาตักไข่ตุ๋นที่ดูนุ่มนิ่มเหมือนพุดดิ้งนั้นขึ้นมาคำหนึ่ง แล้วส่งเข้าปาก รสชาติที่กลมกล่อมและความนุ่มนวลของมันทำให้เขาชะงักไป
“กินสิลูก” เหว่ยเฉียงบอกเด็กๆ
จินเป่าและหยวนเป่าเริ่มตักกินอย่างระมัดระวัง แต่เพียงแค่คำแรก แววตาของเด็กน้อยทั้งสองก็เป็นประกาย หยวนเป่ากินจนแก้มตุ่ยพลางพึมพำว่า “อร่อย...ทำไมมันอร่อยจังเลย”
ซูเนี่ยนนั่งลงเงียบๆ เธอมองดูเด็กน้อยสองคนที่พยายามละเลียดกินไข่ตุ๋นในชาม หยวนเป่าใช้ช้อนคันเล็กตักไข่เพียงปลายช้อนแล้วเอาเข้าปาก ราวกับกลัวว่าความสุขในมื้อนี้จะหมดเร็วเกินไป ส่วนจินเป่าแม้จะหิวจนท้องกิ่วแต่เธอก็ยังคอยตักส่วนที่เป็นเนื้อไข่เน้นๆ ใส่ลงในชามของน้องชาย แล้วกินเพียงแป้งจี่เท่านั้น
