บทที่ 2 ความปรารถนาสุดท้ายของย่าซู
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแยกของแผ่นไม้กระดานเข้ามาในกระท่อมหลังเล็ก ซูหนิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยมในแววตา เธอลุกขึ้นจัดการตัวเองอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวที่ทรุดโทรมเพื่อต้มยาหม้อเก่าๆ กลิ่นสมุนไพรขมปร่าลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยและทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
เป้าหมายแรกในชีวิตใหม่นี้ ไม่ใช่การรีบร้อนพุ่งชนศัตรู แต่คือการดูแลย่าซู หญิงชราผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรเพียงหนึ่งเดียวที่รักและมอบความอบอุ่นให้เธออย่างแท้จริง ทั้งในชาติก่อนและชาตินี้
[ ติ๊ง! ระบบช่วยเหลือขั้นเทพทำงาน ]
[ ทำการสแกนร่างกายเป้าหมาย : ย่าซู ]
[ ผลการประเมิน : อวัยวะภายในล้มเหลวตามวัยและโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายอ่อนแอถึงขีดสุด ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เวลาคงเหลือโดยประมาณ... น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง ]
ข้อความสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าทำเอาดวงตาของซูหนิงร้อนผ่าว แม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้วตั้งแต่สติสัมปชัญญะกลับคืนมา แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงว่าเวลาของย่าซูกำลังจะหมดลง หัวใจของเธอก็ยังคงปวดหนึบ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลรินออกมา วันนี้เธอจะต้องเข้มแข็งที่สุด เพื่อให้ย่าจากไปอย่างหมดห่วง
ซูหนิงประคองชามยาที่อุ่นกำลังดีเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงชรา เสียงไอแห้งๆ
ดังแว่วมาเป็นระยะ ย่าซูนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาดูซีดเซียวและเหนื่อยล้า เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า หญิงชราก็ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมอง รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"หนิงหนิงของย่า ตื่นเช้าอีกแล้วนะลูก" น้ำเสียงของย่าแหบพร่าและแผ่วเบาจนแทบปลิวไปกับสายลม
"ย่าคะ ดื่มยาหน่อยนะคะ จะได้มีแรง" ซูหนิงนั่งลงข้างเตียง ค่อยๆ ประคองร่างผอมบางของหญิงชราให้ลุกขึ้นพิงพนักเตียงอย่างทะนุถนอม เธอตักยาป้อนย่าทีละช้อนอย่างใจเย็น
ย่าซูฝืนดื่มยาจนหมดชาม ก่อนจะยกมือที่เหี่ยวย่นและสั่นเทาขึ้นลูบศีรษะของหลานสาวอย่างแผ่วเบา สายตาของหญิงชราเต็มไปด้วยความรักและความเวทนาที่ปิดบังเอาไว้ไม่มิด
"หนิงหนิง ย่ารู้ตัวดีว่าเวลาของย่าเหลือน้อยเต็มทีแล้ว" ย่าซูเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ซูหนิงส่ายหน้าไปมา พยายามจะเอ่ยปากแย้ง แต่หญิงชรายกมือขึ้นห้ามไว้
"ฟังย่านะลูก ย่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนตาย ไม่อย่างนั้นย่าคงนอนตายตาไม่หลับ"
หญิงชราค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้หมอนใบเก่าที่หนุนนอนอยู่ทุกคืน ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนาออกมา แล้ววางมันลงบนฝ่ามือเล็กๆ ของหลานสาวอย่างกำชับ
"นี่คือจดหมายที่ย่าเขียนถึงปู่ซูกงของหลาน.ตอนที่ย่ากับเขาหย่าขาดจากกัน เขาเคยให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ข้อหนึ่ง ว่าจะทำตามคำขอของย่าทุกประการ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม" ย่าซูหยุดหอบหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
"ย่าทนดูพ่อแม่ที่โง่เขลาของหลาน ลุ่มหลงคำทำนายจอมปลอมของนักพรตหลงเหิง แล้วทอดทิ้งลูกสาวแท้ๆ อย่างหลานมาตกระกำลำบากไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"
ดวงตาของซูหนิงเบิกกว้างเล็กน้อย เธอรับรู้ได้ถึงความปรารถนาอันแรงกล้าของหญิงชรา
"ในจดหมายฉบับนี้ ย่าได้เขียนความจริงทุกอย่างเอาไว้ ย่าสั่งให้ปู่ซูมารับหลานกลับไปที่ปักกิ่ง เขาคือผู้นำตระกูลที่มีอำนาจเด็ดขาดที่สุด ซูเตียนและจื่อเย่ไม่มีสิทธิ์ขัดขืนคำสั่งของเขา ปู่ซูจะต้องดูแลหลานให้ดีประดุจเจ้าหญิง และที่สำคัญที่สุด ทรัพย์สมบัติทุกชิ้นของตระกูลซู ธุรกิจทุกอย่าง จะต้องตกเป็นของหลานซึ่งเป็นทายาทแท้ๆ แต่เพียงผู้เดียว นังเด็กกำพร้าซูเหลียนนั่น จะไม่มีวันได้แตะต้องสมบัติของตระกูลเราแม้แต่น้อย"
หญิงชรามองทะลุถึงความเสแสร้งของซูเหลียนมาตั้งแต่ต้น แต่นางเพียงแค่ไร้ซึ่งอำนาจและเรี่ยวแรงที่จะไปต่อกรกับครอบครัวใหญ่ในปักกิ่ง จึงได้แต่เก็บซ่อนไพ่ตายใบนี้เอาไว้ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม
ซูหนิงกุมจดหมายในมือเอาไว้แน่น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนซองกระดาษ
"ย่าคะหนูสัญญากับย่า หนูจะทวงทุกอย่างที่เป็นของหนูคืนมา หนูจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำหนูได้อีก"
"ดีมากหลานรักของย่า หลานต้องเข้มแข็งนะลูก โลกใบนี้มันโหดร้าย แต่หลานจะต้องยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้..." น้ำเสียงของย่าซูเริ่มเบาลงเรื่อยๆ ดวงตาที่เคยมองหลานสาวด้วยความรักเริ่มเลื่อนลอย
"ย่าคะ ย่าอย่าเพิ่งหลับนะคะ ย่า" ซูหนิงร้องเรียกเสียงหลง แต่ครั้งนี้ ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงชราอีกแล้ว รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าที่หลับพริ้ม ย่าซูจากไปอย่างสงบ ไร้ซึ่งความทรมาน ไร้ซึ่งห่วงพันธนาการใดๆ อีกต่อไป
ความเศร้าโศกถาโถมเข้าใส่ซูหนิง เธอก้มหน้าร้องไห้อย่างเงียบงัน ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสูญเสียชำระล้างความอ่อนแอครั้งสุดท้ายออกไปจากจิตใจ
[ ติ๊ง! ระบบช่วยเหลือขั้นเทพขอแสดงความเสียใจกับโฮสต์ ]
[ ภารกิจหลักถูกกระตุ้น : เดินทางสู่เมืองหลวง ทวงคืนบัลลังก์ตระกูลซู ]
[ รางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จ : คะแนนทักษะการบริหารธุรกิจ 10,000 แต้ม และเปิดใช้งานระบบจำลองสถานการณ์ล่วงหน้า ]
[ เนื่องจากโฮสต์อยู่ในสถานะขาดแคลนทุนทรัพย์ ระบบขอเสนอ ‘แพ็กเกจช่วยเหลือผู้เริ่มต้น’ ประกอบด้วย : เงินสดจำนวน 500 หยวนสำหรับค่าเดินทางและจัดการงานศพ, เสื้อผ้าใหม่สำหรับเดินทาง 2 ชุด, และตั๋วรถไฟชั้นหนึ่งมุ่งหน้าสู่ปักกิ่ง โฮสต์ต้องการรับแพ็กเกจนี้หรือไม่? ]
"รับ" ซูหนิงตอบกลับในใจด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
พริบตาเดียว เงินสดปึกหนึ่ง เสื้อผ้าที่ดูสะอาดตาทันสมัยกว่าชุดผ้าฝ้ายปะชุนที่เธอใส่อยู่ และตั๋วรถไฟใบเล็กก็ปรากฏขึ้นในกระเป๋าเสื้อของเธออย่างแนบเนียน นี่คือพลังของระบบขั้นเทพสินะ มันจะช่วยให้เธอไม่ต้องไปเริ่มต้นแบบอดๆ อยากๆ เหมือนอย่างในนิยายเรื่องอื่น
ซูหนิงใช้เวลาสามวันในการจัดงานศพให้ย่าซูอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติตามประเพณีของหมู่บ้าน
ชาวบ้านที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากย่าซูต่างมาร่วมไว้อาลัยกันอย่างพร้อมหน้า เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ซูหนิงก็กลับมาที่กระท่อมหลังเก่าเพื่อเก็บข้าวของที่จำเป็น
เธอหยิบชุดใหม่ที่ระบบมอบให้ออกมาสวมใส่ เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตากับกางเกงสแล็กสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ช่วยขับเน้นผิวพรรณและใบหน้าที่งดงามของเธอให้โดดเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ซูหนิงรวบผมที่ยาวสลวยมัดเป็นหางม้า เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เธอหยิบตั๋วรถไฟและซองจดหมายของย่าซูขึ้นมาเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตหันมองกระท่อมหลังนี้เป็นครั้งสุดท้าย
ที่นี่มีความทรงจำมากมาย ทั้งความยากลำบากและความอบอุ่น แต่มันถึงเวลาที่เธอต้องก้าวเดินต่อไปแล้ว
"ปักกิ่ง... ตระกูลซู... ซูเหลียน... ฉันกำลังจะไปทวงหนี้เลือดจากพวกแกแล้ว เตรียมตัวรอรับความพินาศให้ดี"
เสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่บาดลึกราวกับคมมีดดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ ซูหนิงสะพายกระเป๋าใบเล็ก หันหลังเดินออกจากกระท่อมมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟ
