บทที่9.หยดน้ำตาผสมเกล็ดหิมะ กับเด็กหญิงปริศนา1/3
“ไม่รู้สิครับ แต่ไม่น่าจะหลงกับพ่อแม่ ไม่เห็นร้องไห้โยเยเลยนะครับ”
“อืม...ก็ใช่ แต่ฉันมองมาตั้งนานยังไม่เห็นมีผู้ใหญ่คนไหนเข้าไปดูยัยหนูนั่นเสียที”
“อาจจะเป็นตอนที่คุณดิมิทรีไม่เห็นก็ได้ครับ”
ชายหนุ่มปัดความสนใจเรื่องเด็กหญิงคนนั่น เขาเดินตรวจดูงานทั้งชั้นก่อนจะวกกลับมาที่เดิมเพราะอดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ
และเขาก็เจอ...เจอเด็กหญิงคนนั้นจริงๆ เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีไว้ให้บริการ ลักษณะเหมือนกำลังจะร้องไห้ เมื่อมือเล็กๆ นั้นปาดป้ายไปมาบนหน้ากลมป้อมไม่หยุด ดิมิทรีก้าวเท้าเดินตรงไปหาเด็กน้อย เขาหยุดยืนมองเด็กหญิง กระโปรงผ้าเปรอะเลอะเทอะ เต็มไปด้วยคราบเปียกๆ ของน้ำอะไรสักอย่าง คงจะเป็นคราบไอครีมที่ละลายเนื่องจากเจ้าตัวรับประทานไม่ทัน
“ร้องไห้ทำไม? หลงทางเหรอ”
เด็กหญิงช้อนสายตาขึ้นมองดิมิทรี ดวงตาของเธอสีเขียวมรกต และพราวฉ่ำไปด้วยน้ำตาใสๆ
“เปล่าค่ะ...ไม่ได้หลง ดีม่าแค่กลัวมัมดุ ดีม่าหนีมาเที่ยวคนเดียว แถมทำกระโปรงเลอะด้วย” ริมฝีปากอิ่มย้อย ขยับบอกกล่าวคนแปลกหน้าที่ตัวโตยังกับยักษ์
“หนี!! แสดงว่ายังไม่มีคนทางบ้านรู้? อย่าร้องไห้เลยนะคะ เดี๋ยวไม่สวยรู้ไหม?” ดิมิทรีย่อตัวลง เขานั่งยองๆ บนปลายเท้า และเอ่ยปลอบใจเด็กน้อยที่กำลังนั่งน้ำตาตก
“ดีม่าสวยที่สุดมัมบอก ไม่ต้องมาโกหกให้ดีม่าเสียกำลังใจหรอกค่ะ คุณลุง!!” นัชชาวีเชิดหน้าขึ้น เธอยื่นริมฝีปากออกมายืดยาว พูดต่อว่าคนแปลกหน้าฉอดๆ
“สวยสิ ‘ลุง’ ไม่เถียง แต่...หากหน้าเลอะความสวยก็ลดลงไปกว่าครึ่ง มัมบอกไว้ไหมล่ะ” ดิมิทรียอมเป็นลุงให้เด็กผู้หญิงที่น่ารักสุดๆ ในสายตาเขา
“หยุดก็ได้คร๊า แต่...กระโปรงเลอะจะทำไงคะ?”
“ไม่ยาก!!$@# เดี๋ยวหาชุดเปลี่ยนให้ใหม่ แล้วเอาชุดนี้ไปซัก แค่นี้เอง” ชายหนุ่มไหวไหล่ เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนโดยช้อนอุ้มเด็กหญิงร่างอวบๆ ไว้ในอ้อมแขนด้วย
สองคนต่างเพศต่างวัย หัวเราะต่อกระซิกไปตลอดทาง และมีสายตาหลายร้อยคู่มองตาม เมื่อเป็นความเหมือนที่แตกต่าง แต่ลงตัวและเหมาะเจาะ
“เหมือนเนอะ หากใครบอกว่าแม่หนูนั่นเป็นลุกสาวคุณดิมิทรีก็คงมีคนเชื่อ ไม่ว่าจะสีผม โครงหน้า สีตา ถอดมาอย่างกับแกะ ยกเว้นเพศแค่นั้นนะ” ลูกสมุนที่เดินตามพากันวิเคราะห์ เสียงซุบๆ ซิบๆ ดังอยู่นานแต่ก็หาบทสรุปไม่ได้ เมื่อมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย เนื่องจาก ดิมิทรีเจ้านายยังไม่มีเมีย...เพราะฉะนั้นเรื่องลูกตัดไปได้เลย...เอ หรือว่าจะแอบไปไข่ทิ้งไว้ มันมีความเป็นไปได้ หากแม่ของเด็กไม่มาแสดงตัวและเรียกร้องการมีครรภ์ แต่ผู้หญิงคนไหนในรัสเซียจะไม่รีบฉวยโอกาสเช่นนี้ล่ะ หากเกิดท้องขึ้นมาจริงๆ คงรีบแจ้นมาแจ้งข่าวเลยเชียวล่ะ เพราะมันหมายถึงอนาคตแสนสดใส ได้นอนกลิ้งเกลือกบนกองเงินกองทองสบายไปตลอดชีวิต
นัชชาวีเริงร่า เธอสนุกสุดๆ เมื่อ ‘คุณลุง’ พาเดินเที่ยวในห้างใหญ่ๆ ที่ตัวเองแอบชะเง้อมองมาแสนนาน ไม่เคยมีโอกาสได้มาเพราะมารดางานยุ่ง
“มัมขายขนมค่ะ อร่อยที่สุดในสามโลก” มือป้อมๆ โบกไหวๆ เธอยกยอมารดาให้ชายหนุ่มฟัง
“อืม...ว่างๆ จะแวะไปชิม ราคาคุยหรือเปล่าก็ไม่รู้” ชายหนุ่มสัพยอกเด็กหญิง เขายิ้มกว้างเมื่อหน้าที่ร่าเริงอยู่เมื่อสักครู่ หงิกงอลง
“มัมสอนดีม่าห้ามโกหก เพราะถ้าเป็นเด็กดื้อ เด็กพูดโกหกจะไม่มีใครรัก? เพราะฉะนั้นดีม่าพูดแต่ความจริง มัมทำขนมอร่อย มีคนต่อแถวซื้อยาวเป็นวา” นัชชาวีพูดตามที่เห็นแต่ที่เธอไม่รู้คือ...ลูกค้าส่วนมากเป็นผู้ชาย และตั้งใจมาขายขนมจีบให้แม่ค้าคนสวย ถึงเธอจะมีลูกติดแล้วหนึ่งคน แต่นีรนาทก็ยังงดงามสมวัย แถมยังขยันทำงานตัวเป็นเกลียวจนมีร้านเครปเล็กๆ เป็นของตัวเอง รอยยิ้มของนีรนาทเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากได้ และเธอก็ยิ้มไม่บ่อยนัก
“ได้ ‘ลุง’ จะแวะไปชิม หากอร่อยจริงจะให้มาขายในนี้ เราจะได้เจอกันบ่อยๆ ดีไหม”
“อย่าหลอกเด็กนะคะ...ให้มัมมาขายในนี้จริงหรือ? ดีม่าชอบๆ ในนี้สวยแล้วก็มีของเล่นเยอะแยะ” นัชชาวีเปิดยิ้มกว้าง เธอเบิกตาโตๆ รีบถามชายหนุ่มที่ยอมยกให้เป็น ‘ลุง’ เสียงใส
“จริงสิ ลุงไม่เคยโกหกเหมือนกัน”
