บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

วลาลีกำลังเผชิญหน้ากับความจริง

เรื่องเมื่อคืนไม่ได้ฝันเลยสักนิด มันเป็นจริงทุกประการ

เธอกับท่านรองชยางกูร...

แว้ก เรื่องเมื่อคืนมันคือเรื่องจริงๆ คนจริงๆ ไม่ได้ใช้สแตนอินและตัวแสดงแทน

พระแม่โปรด!

ลูกเสียจิ้นไปแล้วแบบงงๆ มึนๆ อีหยังวะ แต่ก็ฟินนะ...

ฉันควรจะทำอย่างไรดี?

เลขาสาวได้แต่ถามตัวเอง ยังมึนอยู่ กับการเสียสาวสายฟ้าฟาด บอสเมา? ใช่แหละเขาเมา แต่ยกสองเขาไม่ได้เมา งื้อ...

โอ้ว... ยกสอง เธอโดนเขาต่อยกสอง เขาเรียกชื่อเธอชัดแจ๋วเลย คุณลี...ทำไมดีแบบนี้ งื้อ...บอสก็ดีค่ะ ถึงจะเจ็บไปมั่งแต่ก็ดี

ยกสองตอนตีห้า แล้วเขาก็จากไป พร้อมกับบอกว่าแล้วเจอกันที่หน้าโรงแรมตอนสิบโมง...

เธอยังงงจนถึงตอนนี้อยู่เลย

“ยัยลี ยัยลี เป็นอะไรเหม่อๆ นะเราอะ”

แวววดี ที่กำลังชำระความเพื่อน ที่ปล่อยให้เก้อ ต้องแดนซ์ตกหนุ่มอยู่คนเดียว สุดท้ายไม่ได้ใคร ไปเมาเปรี้ยวกับพี่กะเทยนางหนึ่ง เป็นการลงทุนแต่ตัวเอ็กซ์ที่เสียเปล่ามากแม่ เฮ้อ...

“เอ่อ อะไรนะ แกพูดว่าอะไร พอดีฉันคิดเรื่องงานอยู่เลยไม่ได้ยิน”

“งาน แหม...เอางานตามมาทำถึงนี่เลยนะ คุณยอดเลขา โบนัสปลายปีนี้จุกๆ แน่นอน แกทิ้งเพื่อนเลยนะเมื่อคืนอะ ฉันรอตั้งนาน มือถือก็ไม่รับ แกมัวแต่ทำอะไร”

“ทำ...”

คิดถึงเรื่องที่ทำเมื่อคืน หน้าก็แดงแปร๊ด

“นอนเหรอ?” ค้อนเพื่อน ยัยลีนี่ยังไงนะ?

“อื้อ”

รีบพยักหน้า แวววดีถอนใจใหญ่โต บ่นมากมายว่าแบบนี้ถึงยังโสดสนิท แล้วก็เล่าว่าเมื่อคืนเธอก็จะไปหาหนุ่มกิน ดันไปเต้นกับพี่กะเทย จนไม่ได้กินเลย เซ็งมากอุตส่าห์ลงทุนแต่งตัวมาซะเยอะ เหล่าหัวหน้าแผนกไม่แต่งงานแล้วก็แอ๊บแมน เหลือที่อยากได้แค่สองคน ส่วนท่านรองทั้งสองได้แต่มองไม่กล้าไปอ่อย กลัว...

เธอไม่ได้อยากไปหาอะไรกิน ดันได้กิน แถมเป็นหนึ่งในท่านรองที่เพื่อนบอกว่าสูงเกินมาตรฐานนั่นด้วย

แต่เธอจะเล่าให้แวววดีฟังไม่ได้ ไม่ด้ายยยย

อึดอัดคับใจ เพื่อนพาเดินไวหน่อยก็บ่นโอดว่าเดินช้าได้ไหมมันเจ็บ แวววดีหันขวับ ส่วนเพื่อนสาวของเธอรีบปิดปากเพราะเผลอพูดออกไป

“เจ็บอะไร? ยัยลี แอบไปทำอะไรมายะ ถึงเดินไวๆ ไม่ได้ ปวดขาเหรอ? เมื่อวานก็ไม่ได้ปีนป่ายอะไรกันนี่นา แกไม่ได้วิ่งในกิจกรรมด้วยซ้ำ เพราะแกเตรียมงานกับทีมโรงแรมอะ”

“เจ็บ...เอ่อ คือ”

“อะไรทำอึกๆ อักๆ ยังกับมีความลับ นี่ถ้าเกิดว่าหล่อนแรดสักนิด ฉันคงนึกว่าหล่อนไปหลอยได้กับใครเมื่อคืน แล้วจัดหนักจนเจ็บกีเลยเดินไม่สะดวกแหงๆ”

ว้าย...ทำไมรู้!

ทำตาโตอย่างกลั้นพิรุธไม่อยู่ ดีที่แวววดีก้มลงอ่านไลน์ในมือถือที่เด้งขึ้นมาเลยไม่ได้สังเกตอาการของเธอ พวกเธอมาขึ้นรถที่โรงแรมจัดเตรียมให้ เพื่อไปต่อยังสนามบินแล้วเดินทางกลับ

วลาลีพยายามเป็นอย่างยิ่ง ที่จะไม่มองไปยังเบาะที่รองชยางกูรนั่งอยู่ กับพี่ชายของเขาคือรองชยันตรัย เธอจะมองหน้าเขา ทำงานกับเขาได้เหมือนเดิมไหมนะ สติ สิ สติยัยลี มันก็แค่คืนหนึ่งที่เขาเมา...ความสัมพันธ์วันไนท์ เอ่อ...ก็คงแค่นั้นแหละ เขาไม่พูดอะไรด้วยซ้ำตอนที่ตื่นมาแล้วเห็นเลือดจางๆ บนเตียงนั้น แค่ถามเธอว่าต่ออีกยกไหม? ไม่ถามอย่างเดียว จูบเอา ลูบเอา ไม่ได้คุยอะไรกันเลย มัวแต่ทำอะไรกันแทน

เฮ้อ...

เก็บมานาน กะจะเสียให้กับคนที่รัก แต่กับแฟนก็ไม่ได้รักขนาดอยากจะเสียเลยเก็บความจิ้นมาได้จนถึงตอนนี้ ดั๊นมาเสียให้กับท่านรองชยางกูร ผู้ชายที่เธอยอมรับว่าปลื้มแหละ ใครจะไม่ปลื้มเขาออกจะ หล่อ เท่ เก่ง เหมาเอาไว้อยู่ที่คนเดียว แถมยังโสด ไม่มีเมีย ไม่มีแฟน ไม่มีความสัมพันธ์แบบลับๆ ไม่เหมือนท่านรองชยันตรัย ที่รู้ๆ กันว่า ชอบผูกปิ่นโตเด็กวัยกรุบกรอบเป็นคราวๆ ไป สองพี่น้องไม่ได้คบใครเปิดเผย เนื่องจากกำลังเนื้อหอมเลือกได้ และอยู่ในวัยกำลังสร้างกิจการให้เป็นปึกแผ่น อายุกำลังดีในวัย 32 และ 34

เขาเองก็ไม่มองเธอเหมือนกัน เออ...มันก็ดีแหละ แต่ก็...

ความสัมพันธ์แค่เซ็กซ์ ฟินๆ ฟันๆ หล่อนจะคิดให้มันมากไปทำไมก่อน

วลาลีแอบลอบถอนใจ จนถึงตอนขึ้นเครื่อง เธอก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับเขา แต่แล้วจู่ๆ เบาะนั่งข้างเธอแทนที่จะเป็น แวววดี กลับเป็นรองชยางกูร มานั่งข้างเธอแทน เขาขอสลับที่นั่งกับแวววดี เธอเห็นว่าตอนนี้แวววดีกำลังนั่งทำตาเยิ้มใกล้กับรองชยันตรัย เล่นเอาวลาลีถึงกับสะดุ้งแล้วมองหน้าเขาด้วยนัยน์ตาที่เบิกโต

“คาดเข็มขัดสิ เครื่องกำลังจะขึ้น”

เขาพูดกับเธอแค่นั้น ไม่ได้ยิ้มให้ด้วยซ้ำ เออ...ฉันก็ไม่ควรสะดุ้ง ทำเลิ่กลั่ก ตกใจจนเกินเบอร์นะยัยลี

ปลอบตัวเอง ว่าเขาคงจะทำมึนๆ ไป ให้มันเรื่องแค่คืนหนึ่งที่เบิ้ลสอง น่ะ... ผู้ชายเรื่องแบบนี้ กับใครก็ได้ ไม่ต้องพิเศษ เขาเมาอะ กลิ่นเหล้าขนาดนั้น เข้าห้องผิด ดันเจอเธอพอดีแล้วติดใจเลยต่อยกสอง ก็เท่านั้นแหละ เธอจะไปจริงจังอะไรฮะ ยัยลี!

วลาลีและเขาคาดเข็มขัด พอเครื่องขึ้นไปสักพัก เธอก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออก เขาเองก็เช่นกัน วลาลีลังเลอยู่ว่าจะคุยกับเขาดีไหม หรือจะแกล้งหลับดี ถ้าไม่ได้ผ่านคืนนั้นมาด้วยกันเธอคงจะคุยกับเขาว่างานมีอะไรบกพร่องไหม เพื่อจะได้เอาไปปรับปรุงงานหน้า แต่นี่...ขอทำใจก่อนค่อยประเมิณความพอใจจากเจ้านายวันจันทร์ก็แล้วกัน

“คุณลี”

จู่ๆ กำลังจะเคลิ้มเพราะเมื่อคืนนอนไม่พอ คนข้างๆ ก็ทักขึ้นเสียงทุ้ม ทำให้เธอต้องหันไปมองเขา พลางทำตาปริบๆ

“คะ?”

“เมื่อเช้าผมหยิบของมาผิด”

เขาพูดแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงยีนที่สวมอยู่ วลาลีขมวดคิ้วมองเขาอย่างงงๆ

“เอ่อ...อะไรนะคะ”

“ผมหยิบ...เจ้านี่มา นึกว่าของผม”

เขาล้วงเอาผ้าลูกไม้สีดำมาอวดเธอ ว้าย...นั่นมันกางเกงในเธอนี่นา

“อุ๊ย บะ บอส”

เธอคว้าหมับจากมือเขา ก่อนจะรีบเอามันยัดคืนใส่ในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง ให้ตายชุดนี้ไม่มีกระเป๋า เธอจะเอาเก็บไว้ไหน มือขยำกำมันไว้แน่น แล้วก็ตัดสินใจวิธีที่ง่ายที่สุด ด้วยการยัดมันใส่กระเป๋าถือ

อาการของเธอที่เลิ่กลั่ก ทำให้คนหน้าขรึมเกือบลืมตัวยิ้มออกมา เขายังคงเกร็งหน้าไว้ได้ดีมาก...ให้ไม่เผลอขำ

“ช่วยดูในกระเป๋าคุณด้วยนะ มีของผมติดอยู่หรือเปล่า วันจันทร์เอามาคืนผมด้วย”

“เอ่อ...”

เธอทำตาโตมองเขา หน้าแดงแบบนั้น น่าดึงมาจูบเป็นบ้า

เขาเบนหน้าหนีคนที่กำลังมองจ้องเขาแล้วทำตาโต อ้าปากหวอนั่น แล้วทำเป็นหลับ...

ขืนไม่หันหน้าหนี จะต้องดึงเธอมาจูบให้กระโตกกระตากตกใจทั้งบริษัทแน่ๆ

ยังก่อน...ยั้งตัวเองไว้ก่อน นายกูร

บอสสุดขรึมบอกกล่อมตัวเอง เขาได้ยินคนข้างตัวทำเสียงเหมือนสำลักอะไรบางอย่างในลำคอ เกือบจะยิ้มแล้ว...เรื่องเมื่อคืนสำหรับเขาแล้ว มันจะไม่ใช่คืนแรกและคืนสุดท้ายหรอก...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel