บทที่ 4
วันนี้วลาลีตื่นมาตั้งแต่ตีหนึ่ง
ไม่ผิดตีหนึ่ง ไอ้ที่ตื่นเพราะนอนไม่หลับ เลยไม่นอนเสียเลย สับสนอยู่ว่าจะไปทำงานดี หรือไม่ไปดี เพราะไม่กล้าสู้หน้ากับบอสของเธอ
กางเกงในของเขา...มันไม่ได้อยู่กะเธอ เหมือนที่กางเกงในของเธอดันไปอยู่กับเขา
เช็กของดีแล้วด้วย ก็รู้ว่ามีของหายไปอีกชิ้น นั่นคือยกทรง! ตัวที่เธอใส่วันที่เผลอไปกับบอสนั่นแหละ
กางเกงในนี่ว่างงแล้ว เขาอาจจะใส่ผิด? พระช่วยไม่น่าจะใช่ เพราะขนาดก้นเขากับก้นเธอไม่น่าจะเข้ากันได้ แค่คิดภาพว่าบอสใส่กางเกงในลายลูกไม้ของเธอวลาลีก็เผลอหัวเราะจนตัวงอ จะไปกล้ามองหน้าเขายังไงก่อน ไอ้ภาพจินตนาการของเธอมันดันลอยในหัวแล้ว แถมนี่ยกทรงเธอหายไปอีก
แว้ก... บอสอย่าบอกนะคะว่าใส่ของลีไป
ไอ้เพราะความคิดวุ่นวายนี่แหละ เลยนอนไม่ได้ โด๊ป กาแฟเข้าไปสองแก้วติด วลาลีก็อยู่ในสภาพ? พร้อมไปทำงาน
ก็ต้องไปนั่นแหละ เธอลาไม่ได้ทั้งที่อยากจะลา เขาเหมือนนกรู้ว่าเธอกำลังคิดจะหยุด ส่งไลน์มาบอกว่า อยากให้เธอมาทำงานวันจันทร์เพราะอยากถามความพอใจของพนักงานเรื่องการจัดงานสัมมนา เพราะเขารับหน้าที่ในการจัดงานปีแรก จะมีงานปีต่อๆ ไปไหมก็ขึ้นอยู่กับผลการประเมิณที่จะทำให้คุณชยันต์บิดาของเขาที่เป็นซีอีโอบริษัทได้ดูผลงานและอนุมัติ
เธอไม่อยากเจอหน้าเขาอะ ไม่รู้จะทำหน้ายังไง คุณเลขาทั้งหลายจะต้องทำตัวแบบไหนถ้าไปกินบอสของตัวเองมาคะ? เฮ้อ...เครียดว้อย
ด้วยความที่เพื่อนน้อย ก็ไม่รู้จะปรึกษาใครดี แล้วเรื่องแบบนี้ปรึกษาใครได้กัน?
มันพูดไม่ได้จริงๆ
วลาลีไปทำงานในสภาพ...ที่ไม่เหมือนคุณเลขาคนสวยแบบทุกวัน
เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนกับกระโปรงยาวลายดอกไม้สีชมพู ทั้งที่ปรกติไม่เคยสวมกระโปรงลายแบบนี้ไปทำงาน ตลอดเวลานั้นกระโปรงของเธอจะเป็นสีล้วนทรงสอบ โทนสีสุภาพ ดูฉูดฉาดมากสุดก็สีแดงไวน์ ใส่ไปตอนตรุษจีน นอกนั้นคุมโทน เทา ครีม ดำ น้ำตาล นู้ด เพราะเลือกแมตซ์ได้ง่าย แวววดีบอกให้เธอเปลี่ยนสไตล์การแต่งกายบ้าง แต่วลาลีไม่เคยคล้อยตามเพื่อน เพราะเธอเห็นว่ามันเรียบร้อย มิดชิด สุภาพ คุมโทน ออกไปเจรจาคุยงานง่าย แต่งหน้าง่าย ทำผมง่าย เหมาะกับการดำเนินชีวิตสุดๆ ละ
มาวันนี้ไปโทนนี้ แม้จะเป็นเชิ้ตแขนสั้นแบบพอดีตัว แต่ก็โทนสีสดใส ตัดกับขอบตาดำและหน้าเซียวๆ ของเธอ ก็ทักกันเกรียวกราวตั้งแต่ รปภ. ไปจนถึงเพื่อนเลขา
“มีอะไรดีๆ ล่ะสิคุณลี”
มยุรฉัตรเลขาของท่านรองชยันตรัยเอ่ยทักเธอ วลาลีที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองแต่งตัวแหกกฎของตัวเองมาออฟฟิศก็ยิ้มแหย
“เอ่อ ก็นิดหน่อยน่ะค่ะ”
“แต่งตัวสดใสน่ารักแบบนี้ ดูสดชื่นดีนะคะ นานๆ แต่งแบบนี้ทีก็ดีค่ะ”
มยุรฉัตร คุณเลขาท่านรองอีกคนที่มักจะได้ทำงานคู่กับเธอ ในตอนนี้พวกท่านๆ ประชุมเฉพาะผู้บริหาร มีท่านชยันต์ รองชยันตรัย รองชยางกูร และซีเอฟโออย่างคุณพีรดา พวกเหล่าเลขาเลยได้พัก วลาลีแอบไปเติมกาแฟเลย มยุรฉัตรที่มาแวะเติมเหมือนกันเลยชวนคุย
มยุรฉัตรถูกเรียกว่า สาวเทสต์ดี เพราะเธอเป็นคนแต่งตัวมีสไตล์ วันนี้สวมชุดเดรสสีครีมคอวีแบบแขนสามส่วน ตัวชุดยาวครึ่งน่องและผ่าข้างสูงเล็กน้อย มีความเก๋เพิ่มด้วยผ้าพันคอสีฟ้าลายกราฟฟิค ตัวผมมัดเป็นหางม้าสูง แต่งหน้าเฉี่ยวทาลิปสติกสีแดงก่ำ ดูสวยสดใสมาก ไม่เหมือนกับวลาลี ที่มักจะออกไปในโทนสุภาพเป็นทางการ เธอเองยังชอบแฟชั่นของมยุรฉัตรเลย เพราะดูแล้วรื่นตาสดชื่นทุกวัน ทุกอย่างที่มยุรฉัตรเลือกเฟ้นมาใช้ มันการันตรีว่าเป็นของดีและเตะตา ส่งเสริมเสน่ห์ให้ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“ค่ะ”
ยิ้มส่งให้กับเพื่อนเลขา ทางนั้นขยิบตาให้ แล้วชมมาอีกว่า แต่งตัวแบบนี้สวยน่ารักมากๆ เปลี่ยนสไตล์ก็ดี ท่านรองของเธอจะได้ไม่เบื่อ คำว่าท่านรองของคุณลี เล่นเอาแก้มของวลาลีแดงขึ้นนิดๆ ยามปรกติฟังจะไม่รู้สึกอะไร แต่นี่...มันไม่ปรกตินี่สิ
เขากับเธอดัน...กันไปแล้ว
วลาลีโดนชมมากขนาดนี้ก็ชักจะเคลิ้ม มีความคิดนิดๆ ว่าเธอจะเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวบ้าง ก็...ทำอะไรแปลกไปจากเดิมบ้าง ชีวิตเธอมันไม่เหมือนเดิมแล้วนี่นา ไม่เหมือนเดิมก็ตั้งแต่คืนนั้นแหละ
เฮ้อ...
นาฬิกาถอยหลังไปเรื่อยๆ บอกว่าเขาใกล้จะมาถึงแล้ว เขาทักมาทางไลน์ว่าประชุมเช้าเสร็จวันนี้เก้าโมงครึ่ง ตอนนี้ก็เก้าโมงสิบห้าแล้ว
เธอเริ่มเกร็ง
ประตูเปิดออกในเวลาเก้านาฬิกาสี่สิบนาที วลาลีหันขวับ ทำตาเบิกโตใส่เขา แล้วคำแรกแทนที่เธอจะทักว่าสวัสดีค่ะ พร้อมกับยกมือไหว้เหมือนทุกวัน ปากของเธอดันโพล่งไปว่า
“บอสค่ะ กางเกงในบอสไม่ได้อยู่ที่ฉันนะคะ ฉันเช็กแล้ว อุ๊บ!”
คำทักนั้นทำให้ชยางกูรเกือบจะยิ้มออกมา แต่เขากลั้นไว้ แล้วพยักหน้ารับ พลางเดินไปที่โต๊ะของตัวเอง
ขณะที่วลาลีกำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่นั้น...
“ทำแบบสอบถามเสร็จหรือยังครับ ช่วยเมลส่งให้ผมด้วยนะ แล้วเย็นนี้รวบรวมให้ผมที วันนี้ผมอยู่ออฟฟิศครึ่งวัน จะกลับเข้ามาตอนสี่โมง”
“เอ่อ ค่ะ เดี๋ยวทำเลยค่ะ”
แล้วในห้องก็เข้าสู่สถานการณ์ประจำวัน นั่นคือเขานั่งหน้าโต๊ะทำงาน คร่ำเคร่งกับจอคอมพิวเตอร์ ส่วนเธอก็หัวฟูอยู่ตรงหน้าโต๊ะของตัวเอง ทำงานตามเขาสั่ง
อา...
มันก็ไม่ยากนะยัยลีการเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เราดันเผลอไปทำอะไรกับเขาเข้า
วลาลีแอบลองมองเจ้านาย ที่กำลังคุยงานกับลูกค้า เอาเหอะ...เขาทำไม่รู้ เธอก็จะทำไม่ชี้ ก็แค่นั้นแหละ
อดน้อยใจไม่ได้วูบหนึ่ง แต่...เอาเถอะ อย่างน้อยๆ เธอก็มีประสบการณ์แรกฟิน สุดเหวี่ยงชวนประทับใจแหละยัยลี แล้วก็ดีแล้วที่เขาไม่ได้มาทวงความสัมพันธ์ให้ขายหน้า แบบนี้จะได้มองหน้ากันติดทำงานด้วยกันต่อไปได้
