5
“ยัยหมี่ แกเดินหลังค่อมเป็นกุ้งต้มทำไมฮะ”
เสียงของ ‘ผิงผิง’ หรือ ‘ผกา’ เพื่อนสนิทที่แวะมาหาในช่วงพักกลางวันดังขึ้น พร้อมมองกานต์พิชชาที่กำลังยกแฟ้มเอกสารขึ้นบังหน้าตัวเอง ขณะเดินผ่านหน้าห้องประธานอย่างแนบเนียน หรืออย่างน้อยเธอก็คิดว่าแนบเนียน
“เบา ๆ สิแก!” กานต์พิชชารีบลากเพื่อนหลบเข้ามุมทางเดิน ก่อนกระซิบเสียงแผ่ว
“ฉันกำลังใช้ศาสตร์แห่งการพรางตัวอยู่”
ผกาเลิกคิ้วสูง
“ศาสตร์อะไรของแกนะ ทำไมฟังแล้วแปลกประหลาดขนาดนั้น”
“ศาสตร์แห่งการเป็นอากาศ”
“ห๊า...” ผกาอุทาน
“แกจำที่ปู่หวังทักเรื่องปานรูปหัวใจได้ปะ”
“จำได้ดิ ที่แกบอกว่าไร้สาระไง” ผกาหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับพิรุธ
“ทำไม... หรือแกไปแหวกก้นใครดูมาแล้ว”
“บ้า! ใครจะกล้าไปทำอะไรแบบนั้น” กานต์พิชชาเสียงดังใส่เพื่อน ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู
“ไม่แหวกจริงดิ” ผกากระแทกไหล่เพื่อนอย่างหยอกเอิน
“เปล่าแหวก ไม่ได้แหวกจริง ๆ” กานต์พิชชารีบโบกมือพัลวัน
“มันมาให้เห็นเองเต็ม ๆ สองตาเลยแก”
“หา! เอาจริงดิ” ผกาตาโตหูผึ่งในทันที
“เล่ามาหน่อยดิ ตั้งเตารอฟัง”
“แกนี่นะ”
“รีบเล่าสิ ฉันลุ้นมากเลยตอนนี้”
“แกชอบเผือก”
“อืมชอบ มันอร่อยแกก็รู้ หรือแกไม่ชอบเผือก”
“เราคุยเรื่องเดียวกันไหม”
“เรื่องเดียวกัน ฉันชอบกินเผือก ไอศกรีมเผือก เผือกทอด เผือกบวด เผือกกวน ชอบหมด”
“ผิงผิง”
“หือ”
“โอเค” กานต์พิชชากรอกตาไปมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เล่ามา ฉันยอมรับว่าเผือกนี่แหละ ไม่ออกนอกเรื่องแล้ว” ผการีบยิ้มหวานให้เพื่อน บีบนวดรอให้เพื่อนเล่า
“ไม่แกล้งแล้ว ไม่แกล้งแล้ว คนดี เล่ามาพร้อมเผือกสุด ๆ”
“คุณปีย์... คุณปีย์ชยนัตถ์ บอสฉันเนี่ย เขามีปานแดงรูปหัวใจที่ก้นขวาจริง ๆ”
“กรี๊ด! จริงเหรอแก!”
ผกาเผลอร้องลั่นจนคนเดินผ่านหันมามองเป็นตาเดียว
กานต์พิชชารีบพุ่งเข้าไปตะปบปากเพื่อนทันที
“ไอ้เพื่อนบ้า แกจะร้องทำไม” กานต์พิชชาหน้าเหวอ
“ฉันแค่ตื่นเต้นแทนแกไง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ผกาลดเสียงลง สีหน้าระรื่นเหมือนตัวเองได้ลงจากคานและกำลังจะมีผัว
“แกเล่ามาเร็ว ๆ ดิฉันลุ้นจนเยี่ยวเหนียวหมดแล้วนี่” ผกากัดปากสีหน้าจริงจังเกินเหตุ
“เวลาทำงานแกมุ่งมั่นแบบนี้ไหมผิงผิง”
“ฉันมุ่งมั่นทุกอย่างนั่นแหละ โดยเฉพาะเรื่องแก”
“โดยเฉพาะเรื่องชาวบ้าน”
“แกไม่ใช่ชาวบ้าน แกเป็นเพื่อนรักของฉัน” ผกาทำหน้าเหมือนหมาเด็กตัวน้อย รอให้เจ้านายให้อาหาร กานต์พิชชาได้แต่ถอนใจพรืด แต่มีผกาคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกอัดอั้นของเธอในตอนนี้
“คือ... ฉันเหมือนจะมั่นใจว่าเห็นปานรูปหัวใจจริง ๆ แต่สมองฉันมันแย้งว่า ฉันอาจจะตาฝาดเพราะความลนลาน หรือมันอาจจะเป็นแค่รอยหมึกปากกาสีแดงป้าย หรือผ้าบ็อกเซอร์เขายับแล้วดันเป็นรูปหัวใจรึเปล่า ฉันต้องพิสูจน์ให้แน่ใจ”
“อ้าว... แกก็ไม่ชัวร์เหรอ แล้วแกจะพิสูจน์ยังไง จะเดินเข้าไปขอดูก้นท่านประธานดื้อ ๆ งี้เหรอ”
“บ้า แกชอบพูดเล่นอยู่เรื่อย”
“นั่นก้นเลยนะแก นอกจากแกจะไปนอนกับเขา” ผกาทำหน้าเจ้าเล่ห์
“บ้า ไอ้เพื่อนลามก”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่พี่ปีย์หล่ออะแก ตัวนี่สูงยาวเข่าดี ผิวขาวเรียบตึงไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว ฉันนี่อยากเห็นซิกซ์แพ็กเขาเลยรู้ป่าว” คนพูดทำตาลอยฝันหวาน
“ไอ้ ไอ้เพื่อนลามก” กานต์พิชชาด่าไม่หยุดปาก แต่หน้าแดงร้อนเห่อ อยากเห็นเหมือนกันแหละ แหะๆ
ก่อนที่เธอจะยกยิ้มมุมปาก เหมือนคนกำลังมีแผนร้าย
“หึ... ฉันสืบมาแล้ว คอนเฟิร์มจากพี่ ๆ ในออฟฟิศ ทุกวันบ่ายสาม คุณปีย์จะลงไปยืดเส้นยืดสายที่ฟิตเนสชั้นสี่ของตึก”
“แล้ว”
“แล้วเขาจะใส่กางเกงรัดรูปสำหรับออกกำลังกาย!”
ผกาอ้าปากค้าง
“แกจะตามไปส่องก้นบอสที่ฟิตเนส”
“ใช่”
“ยัยหมี่! แกมันโรคจิต!”
“แกด่าตัวเองใช่ไหมผิงผิง แกน่ะน้ำลายยืดแล้วเวลาพูดถึงหุ่นของพี่ปีย์”
“ก็ฉันเพื่อนแกปะวะ”
“หมายความว่ายังไง ฉันงง”
“เพื่อนกันเหมือนกันไง”
“อย่ามาเหมารวม”
“หน้าตาแกไม่ได้โรคจิตเลยสักนิด” ผกาประชด
“นี่ไม่ใช่โรคจิต!” กานต์พิชชาเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ
“นี่คือปฏิบัติการกู้ชีพนักสืบสายมูเว้ยแก!”
ปฏิบัติการสายสืบชั้น 4 โซนฟิตเนส
เวลา 15.15 น.
ฟิตเนสสุดหรูของบริษัทคึกคักไปด้วยพนักงานที่แวะมาออกกำลังกายหลังประชุมช่วงบ่าย
กานต์พิชชาในชุดทำงานกึ่งลำลองเดินถือขวดน้ำแร่เข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง เธออ้างกับพนักงานต้อนรับว่ามาหาแรงบันดาลใจสำหรับออกแบบกราฟิกเกี่ยวกับสุขภาพ ก่อนเนียนเดินวนอยู่แถวโซนลู่วิ่งอย่างมีพิรุธ
ไม่นาน... เธอก็พบเป้าหมาย
ปีย์ชยนัตถ์อยู่ในชุดออกกำลังกาย เสื้อรัดรูปสีดำแนบลำตัวเผยรูปร่างสมส่วน ด้านล่างสวมกางเกงวิ่งขาสั้นทับเลกกิ้งขายาวรัดรูป กำลังยืนวอร์มร่างกายอยู่หน้ากระจกบานใหญ่
นั่นไง! กางเกงรัดรูปจริงด้วย!
ถึงปานแดงมันจะเรียบไปกับผิว แต่ถ้าถล่มจ้องขนาดนี้ เนื้อผ้ามันต้องขึงตึงจนเห็นรอยเงาเข้ม ๆ สะท้อนลอดเนื้อผ้าออกมาบ้างแหละน่า
กานต์พิชชาคิดอย่างกระหยิ่มในใจ ก่อนค่อย ๆ เดินไปหยิบดัมเบลอันเล็กที่สุด น้ำหนักเพียงครึ่งกิโลกรัมขึ้นมาถือ แล้วแสร้งทำเป็นยกขึ้นยกลงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
