3
นี่มันวันรวมญาติเจ้ากรรมนายเวรหรือยังไงกัน!
"พะ... พี่ปีย์ มาทำอะไรที่นี่คะ"
กานต์พิชชาถามเสียงแผ่ว พลางก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว สีหน้าทั้งตกใจ ทั้งหวาดหวั่นราวกับกำลังเห็นผีในเวลากลางวัน
ทว่ายังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ด้านหลังก็เปิดออก
หญิงวัยกลางคนในชุดสูทเรียบหรูรีบเดินออกมาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ก่อนชะงักเมื่อเห็นคราบกาแฟบนเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่ม
"ท่านประธานคะ อ้าว! ตายแล้ว เสื้อเชิ้ตคุณปีย์ไปโดนอะไรมาคะนั่น!"
ปีย์ชยนัตถ์หันไปมองเลขาสาว ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุมเรียบนิ่งราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
“อุบัติเหตุนิดหน่อยครับคุณอร เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนเสื้อในห้อง อ้อ... แล้วนี่ใช่เด็กที่จะมาสัมภาษณ์ตำแหน่งกราฟิกคนใหม่หรือเปล่า”
คุณอรอนงค์ก้มมองแฟ้มเอกสารในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพ
“ใช่ค่ะ ชื่อคุณกานต์พิชชาค่ะ” สิ้นคำตอบนั้น ปีย์ชยนัตถ์ก็หันกลับมาหากานต์พิชชาอีกครั้ง
หญิงสาวยังคงยืนนิ่งอึ้ง ปากอ้าค้าง ดวงตาเบิกกว้างราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วครึ่งหนึ่ง สีหน้าตกตะลึงจนแทบจะกลืนแมลงวันเข้าไปได้ทั้งตัว
เขายกมือจัดปกเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนคราบกาแฟอย่างไม่รีบร้อน ก่อนใช้นิ้วปัดละอองหยดกาแฟออกเบา ๆ สีหน้าคมเข้มยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม แต่รอยยิ้มบาง ๆ ที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมปากกลับทำให้กานต์พิชชารู้สึกขนลุกซู่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
รอยยิ้มแบบนั้น ไม่รู้ทำไม มันเหมือนคนกำลังเจอเหยื่อที่วิ่งเข้ามาติดกับเองมากกว่าเจอผู้สมัครงาน
“งั้นก็ดีครับ เชิญห้องทำงานผมเลย ‘คุณกานต์พิชชา’ เรามีเรื่องต้องสัมภาษณ์กันยาวเลยล่ะ”
คำว่า "ยาวเลยล่ะ" ทำเอาหัวใจของกานต์พิชชาหล่นวูบลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม
เธอหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาอย่างฝืดฝืน
“คะ... ค่ะ”
ปีย์ชยนัตถ์หมุนตัวเดินนำไปยังห้องทำงานด้วยท่วงท่าสง่างาม สมกับตำแหน่งประธานบริหารของบริษัทเอเจนซี่ชั้นนำ แผ่นหลังกว้างในชุดสูทสีเข้มดูทั้งภูมิฐานและน่าเกรงขาม ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจจนพนักงานที่เดินสวนต่างยกมือไหว้พร้อมกล่าวทักทายอย่างให้ความเคารพ
“สวัสดีค่ะท่านประธาน”
“สวัสดีครับท่านประธาน”
ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนเดินต่อโดยไม่เสียบุคลิก
ส่วนกานต์พิชชาได้แต่เดินตามห่าง ๆ ขาแทบก้าวไม่ออก ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนนักโทษที่กำลังถูกพาเข้าสู่ห้องสอบสวนมากกว่าผู้สมัครงาน
เธอมองตามแผ่นหลังกว้างของ CEO คนใหม่ พลางนึกย้อนถึงคำทำนายของซินแสหวังเมื่อวาน
'เนื้อคู่ของหนู เป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกัน'
รุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกันน่ะ ใช่อยู่หรอก
แต่จะให้เชื่อว่าเป็นเนื้อคู่
ไม่มีทาง!
กานต์พิชชาเม้มริมฝีปาก ก่อนบ่นกับตัวเองในใจอย่างสิ้นหวัง
ปู่หวังเอ๊ย... นี่มันไม่ใช่เนื้อคู่หรอก
นี่มันเจ้ากรรมนายเวรชัด ๆ สัมภาษณ์งานวันนี้... ตายแน่หมี่เอ๊ย!
หลังจากผ่านสมรภูมิการสัมภาษณ์งานอันแสนกดดัน ที่กานต์พิชชาเชื่อสนิทใจว่าตัวเองคงถูก ‘ชำระแค้น’ เรื่องโมเดลธีสิสในอดีตอย่างแน่นอน ผลลัพธ์กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อปีย์ชยนัตถ์เซ็นรับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งกราฟิกดีไซเนอร์ประจำทันที พร้อมให้เหตุผลสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “พอร์ตโฟลิโอของคุณผ่านเกณฑ์ และผมต้องการคนเริ่มงานด่วนที่สุด”
แม้จะรอดพ้นวันสัมภาษณ์มาได้อย่างเหลือเชื่อ แต่เช้าวันแรกของการทำงานในฐานะพนักงานประจำของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาชั้นนำ กลับทำให้กานต์พิชชารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นลวดหนาม ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหวาดระแวงว่าจะพลาดเมื่อไหร่ก็ได้
“จำไว้นะหมี่ ห้ามล้ม ห้ามชน ห้ามทำอะไรพังเด็ดขาด!”
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางจัดโต๊ะทำงานใหม่ในโซนครีเอทีฟให้เข้าที่เข้าทาง วางเมาส์ ขยับคีย์บอร์ด จัดสมุดสเก็ตช์ให้เป็นระเบียบ ก่อนยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอากาศอย่างจริงจัง
“ขอให้ความซุ่มซ่ามในสายเลือดหยุดทำงานสักวันก็ยังดี สาธุ”
ทว่า... ดูเหมือนสวรรค์จะไม่ค่อยรับฟังคำอธิษฐานของเธอสักเท่าไร
“คุณกานต์พิชชาคะ” เสียงของคุณอรอนงค์ เลขาหน้าห้องท่านประธานดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มสุภาพ
“คุณปีย์เรียกพบที่ห้องทำงานด่วนค่ะ รบกวนนำใบอนุมัติงบโฆษณาชุดใหม่เข้าไปให้เซ็นด้วยนะคะ”
“ได้ค่ะคุณอร” กานต์พิชชารีบรับคำอย่างกระตือรือร้น เธอตรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าอีกครั้ง ก่อนหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา พร้อมคว้าปากกาหมึกซึมสีดำสลับทองด้ามหรูที่วางอยู่บนโต๊ะติดมือไปด้วย
ก่อนหน้านี้คุณอรเพิ่งกำชับเธอซ้ำไปซ้ำมาว่า ปากกาด้ามนี้เป็นปากกาแบรนด์เนมสั่งทำพิเศษที่คุณปีย์รักมาก และใช้สำหรับเซ็นเอกสารสำคัญเท่านั้น
หญิงสาวจึงประคองมันราวกับเป็นของล้ำค่า เมื่อก้าวเข้าไปในห้องทำงานอันโอ่อ่าของประธานบริหาร ปีย์ชยนัตถ์ในชุดสูทสีเข้มเนี้ยบกริบกำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ขนาดใหญ่ เขาเงยหน้าขึ้นมองผ่านกรอบแว่นสายตาบางเฉียบ ดวงตาคมที่ทอดมองมาเพียงแวบเดียว ก็ทำให้กานต์พิชชารู้สึกเกร็งจนแทบก้าวขาไม่ออก
“เอกสารที่ต้องเซ็นค่ะคุณปีย์” เธอเปลี่ยนสรรพนามการเรียกเขาเสียใหม่ จะเรียกพี่เหมือนตอนเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้เขาอยู่ในตำแหน่งเจ้านาย และเธอคือลูกน้อง อีกทั้งเธอกับเขาก็ไม่ได้สนิทกันจนถึงขั้นจะเรียกพี่เชื้อ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ เธอไม่อยากให้คนในบริษัทมองว่าเธอเผยอตัวขึ้นมาตีสนิทกับเขาด้วย เพราะในบริษัทก็มีรุ่นพี่รุ่นน้องของเขาหลายคน ทุกคนก็เรียกเขาว่าคุณปีย์กันหมด
