1
เล่ม 1 เล่ห์คิมหันต์
เสียงปืนดังสนั่นกลางค่ำคืนฝนตกหนัก
ปัง! ปัง!
ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำวิ่งฝ่าตรอกแคบอย่างไม่คิดชีวิต เลือดอุ่นไหลซึมออกจากบาดแผลที่หัวไหล่ซ้าย เปียกชุ่มไปทั้งเสื้อ สูทที่เคยเนี้ยบกลับหนักอึ้งจนแทบฉุดรั้งร่างให้ล้มลง
คิมหันต์กัดฟันแน่น สติเริ่มเลือนราง แต่เขายังฝืนร่างกายให้เคลื่อนไหวต่อไป
“มันหนีมาแถวนี้ ยิงซ้ำ!” เสียงตะโกนของพวกที่ตามล่าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
ชายหนุ่มเลี้ยวเข้าซอยเล็กข้างตึกเก่า ลมหายใจขาดเป็นห้วง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน ฝนที่ตกหนักไม่อาจกลบเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนแทบทะลุอก
เขารู้ดี ถ้าล้มตรงนี้ จะไม่มีใครรอด และในจังหวะที่ขาแทบหมดแรง
“ทางนี้ค่ะ!” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นอย่างร้อนรน มือเล็กคว้าข้อมือเขาไว้แน่น ก่อนจะดึงเขาเข้าไปในบ้านไม้เก่า ๆ หลังหนึ่งที่ประตูเปิดแง้มอยู่
ประตูถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าศัตรูวิ่งผ่านไปโดยไม่ทันสังเกต
ภายในบ้านมืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลจากหลอดเก่าดวงเดียว คิมหันต์ทรุดตัวลงกับพื้นไม้ทันที เลือดหยดลงเป็นทาง
“คุณโดนยิง!” หญิงสาวอุทานเสียงสั่น ใบหน้าขาวซีด
“อย่าแจ้งตำรวจ” เขาพูดเสียงแหบ สายตาคมจับจ้องเธอ แม้เรี่ยวแรงจะเหลือน้อยเต็มที
ข้าวหอมชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะส่ายหน้า
“ถ้าไม่ทำอะไร คุณจะตาย”
เธอรีบคว้ากล่องปฐมพยาบาลเก่า ๆ ออกมา มือเล็กสั่นนิดหน่อยตอนฉีกเสื้อสูทของเขา เลือดสดยังไหลไม่หยุด กระสุนฝังลึกกว่าที่คิด
ความเจ็บแล่นวาบจนคิมหันต์ต้องขบกรามแน่น แต่เขาไม่เปล่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียว
“อดทนนะคะ” เสียงของเธอเบาลง ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา แต่ยังไม่หยุดมือ
เขามองเธอผ่านภาพที่เริ่มพร่าเลือน ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงกล้าเสี่ยงชีวิตช่วยคนแปลกหน้า
ในโลกของเขา ไม่มีคำว่า “ช่วยโดยไม่หวังอะไร”
มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าสติสุดท้ายจะหลุดลอย
“ฉันจะไม่ลืมเธอ”
ข้าวหอมสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้ามองเขา ก่อนที่ร่างสูงจะหมดสติไปในอ้อมแขนของเธอ
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ พยายามข่มความกลัวที่กัดกินหัวใจ
เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร ไม่รู้ว่าศัตรูของเขาอันตรายแค่ไหน รู้เพียงอย่างเดียว ถ้าเธอไม่ช่วย เขาจะตายอยู่ตรงนี้ และเธอไม่รู้เลยว่า การตัดสินใจในคืนนี้ จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล
กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในห้องพักส่วนตัวของโรงพยาบาลเอกชนระดับสูง
คิมหันต์ลืมตาขึ้นช้า ๆ เพดานสีขาวสะท้อนแสงไฟนวลตา ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยหินก้อนใหญ่ ความเจ็บแปลบแล่นจากหัวไหล่ทันทีที่เขาขยับตัว
คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย สติกลับมาเต็มร้อยในเวลาไม่นาน
เขาจำได้ทุกอย่าง เสียงปืน ฝน ตรอกแคบและผู้หญิงคนหนึ่ง
“ฟื้นแล้วเหรอครับเสี่ย” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างเตียง ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าสงบนิ่ง ดวงตาไม่แสดงอารมณ์
“ฉันอยู่ที่ไหน” คิมหันต์ถามเสียงเรียบ
“โรงพยาบาลครับ คนของเราไปรับตัวเสี่ยออกมาก่อนที่ตำรวจจะเข้าพื้นที่” ชายหนุ่มหลับตาลงครู่หนึ่ง ภาพใบหน้าขาวซีดแต่ดวงตาเด็ดเดี่ยวนั้นผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจนเกินไป
ผู้หญิงที่ไม่ควรอยู่ในโลกของเขา
“ผู้หญิงคนนั้นล่ะ” เขาถามขึ้นทันที
ลูกน้องคนสนิทชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบอย่างระมัดระวัง
“ไม่พบตัวครับ เธอหายไปก่อนที่พวกผมจะไปถึง”
คิมหันต์ขมวดคิ้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะหนีหายหลังช่วยชีวิตเขาเอาไว้ แต่แปลกที่เขากลับไม่อยากให้เธอหายไป
“สืบ” เขาพูดเสียงต่ำ
“ครับ”
“ฉันต้องรู้ว่าเธอเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำอะไร” คิมหันต์ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบไร้แววอ่อนโยน
“สืบแบบเงียบที่สุด อย่าให้เธอรู้ตัว” กรณ์ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทพยักหน้าทันที
“รับทราบครับ”
ชายหนุ่มเอนหลังพิงเตียง ความเจ็บปวดในร่างกายไม่อาจกลบความรู้สึกบางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ในอก
ผู้หญิงธรรมดา บ้านไม้หลังเก่า กล่องปฐมพยาบาลเก่า ๆ
ทุกอย่างไม่เข้ากับโลกของเขาเลย แต่เธอกลับกล้าเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อช่วยคนอย่างเขา
“เธอคิดว่าเรื่องจะจบแค่นั้นเหรอ” คิมหันต์พึมพำกับตัวเอง
ในโลกของธุรกิจสีเทา ไม่มีคำว่าบุญคุณที่ไม่ต้องทวงคืน และในโลกของเขา ไม่มีใครเดินเข้ามาแล้วจากไปได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะ ผู้หญิงที่ทำให้เขาหวั่นไหว ในคืนที่เขาเกือบตาย
บ้านไม้สองชั้นหลังเก่าเงียบสงบในช่วงบ่าย บรรยากาศเรียบง่าย ตรงข้ามกับรถหรูสีดำคันใหญ่ที่จอดอยู่หน้าบ้านอย่างสิ้นเชิง
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถอย่างสุขุม ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาคมกริบ มาดนิ่งสงบของคิมหันต์ทำให้พื้นที่รอบตัวเงียบลงโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
เขาไม่ได้มาในผู้ชายคนหนึ่ง ที่มาสู่ขอผู้หญิงคนหนึ่ง
บิดามารดาของข้าวหอมนั่งอยู่ในห้องรับแขก สีหน้าทั้งคู่ตึงเครียดตั้งแต่เห็นชายหนุ่มก้าวเข้ามา ชื่อของเขาไม่ใช่สิ่งที่คนในละแวกนี้ไม่รู้จัก
“วันนี้ข้าวหอมไม่อยู่บ้าน” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นก่อน น้ำเสียงสุภาพแต่มีระยะห่างชัดเจน เพราะจำได้ว่าวันก่อนเสี่ยคิมหันต์มาหาลูกสาวของเขาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่เจอ
