5
เมฆาหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มนุ่มนั้นทำให้ใบหน้าของหญิงสาวร้อนวูบขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
เขาค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นแผ่วเบาแตะข้างแก้มของเธอ
"เรื่องพิการหรือตาบอด ผมปฏิเสธได้ทันที แต่เรื่องเสื่อมสมรรถภาพหรือเปล่า คืนนี้คุณคงต้องเป็นคนตรวจเช็กและพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ แม่ยาหยี"
"นี่คุณ! อย่าเข้ามาใกล้ฉันนักสิ" ลดารีบยกมือดันแผงอกแน่นของเขาไว้ แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังผลักกำแพงหินเสียมากกว่า
"ถ้าคุณไม่ได้เป็นอะไรเลย แล้วข่าวลือพวกนั้นออกมาทำไมกันคะ!"
เมฆาค่อย ๆ จับมือเล็กที่ดันอกเขาไว้ออกอย่างนุ่มนวล แต่ยังไม่ยอมปล่อย
"เรื่องนั้น พรุ่งนี้คุณแม่ของผมคงเป็นคนเฉลยให้คุณฟังเอง" เขาสบตาเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่นปนเจ้าเล่ห์ และขบขัน
"แต่คืนนี้... เรามีเรื่องสำคัญกว่านั้นไม่ใช่เหรอครับ ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม"
ลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอตั้งใจมาที่นี่เพื่อทวงคืนสมบัติของมารดา และเตรียมใจจะดูแลคนป่วยที่นอนติดเตียงไปตลอดชีวิต
แต่ใครจะคิด ว่าคนป่วยที่ว่านั้นจะกลายเป็นชายหนุ่มหล่อเหลา แข็งแรง แถมยังเต็มไปด้วยเสน่ห์จนทำให้หัวใจของเธอเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเสียอย่างนั้น
แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ ลดาค่อย ๆ ลืมตาตื่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เมื่อคืนนี้ เมฆาเพียงแต่แกล้งหยอกจนหัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะเท่านั้น สุดท้ายเขากลับยิ้มมุมปากแล้วปล่อยให้เธอพักผ่อน ไม่ได้รวบหัวรวบหางอย่างที่เธอหวาดระแวงแม้แต่น้อย
เมื่อนึกถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กับคำพูดหยอกเย้าของเขาเมื่อคืน ใบหน้าหวานก็ร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
"คนบ้า..." หญิงสาวพึมพำเบา ๆ ก่อนรีบลุกไปจัดการอาบน้ำแต่งตัว แล้วเดินตรงลงมายังห้องครัวกว้างขวางของเรือนหอทันที
ในฐานะเจ้าของร้านขนมไทย ลดาไม่เคยปล่อยให้เวลาสูญเปล่า
เมื่อเห็นผลไม้สดนานาชนิดที่คนงานเพิ่งเก็บมาจากสวนในฟาร์ม เธอก็ลงมือจัดเตรียมวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว มือเล็ก ๆ หยิบจับมีด ตะหลิว และภาชนะต่าง ๆ ด้วยความชำนาญ ก่อนจะแปลงโฉมผลไม้ธรรมดาให้กลายเป็นขนมไทยประยุกต์หน้าตาน่ารับประทาน
ไม่นาน กลิ่นหอมหวานของกะทิสด น้ำตาลมะพร้าว และผลไม้ก็ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่คนงานที่อยู่หน้าคอกม้ายังได้กลิ่น
"คุณลดาทำอะไรอยู่เหรอครับ หอมไปถึงหน้าคอกม้าเลย"
มั่นซึ่งคนงานรุ่นใหญ่ของฟาร์ม ชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลดาหันมายิ้มหวานอย่างเป็นกันเอง
"ลดาเอาผลไม้ในฟาร์มมาแปรรูปเป็นขนมค่ะ ทำเผื่อพวกพี่ ๆ คนงานทุกคนด้วยนะคะ ลองชิมกันดู"
"จริงเหรอครับ"
"จริงสิคะ รีบมาชิมก่อนจะหมดนะ"
ไม่นาน คนงานหลายคนก็ทยอยกันเข้ามา แต่ละคนรับขนมไปคนละชิ้นสองชิ้น ก่อนจะพากันยกนิ้วให้แทบพร้อมกัน
"โอ้โห อร่อยมากครับคุณลดา"
"หวานกำลังดีเลยครับ"
"แบบนี้เอาไปขายได้สบาย ๆ เลย"
เสียงชื่นชมดังขึ้นไม่ขาดสาย ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย บางคนถึงกับรีบหยิบชิ้นที่สองทันที
ลดาเห็นภาพนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเด็กสามคนที่กำลังแอบโผล่ศีรษะอยู่หลังเสาไม้
นนท์... นัท... และเนย
สามแสบยืนชะเง้อคอมองขนมตาเป็นมัน ต่างคนต่างแอบกลืนน้ำลายอย่างพร้อมเพรียง
"เด็ก ๆ จะมาชิมไหมจ๊ะ"
ทันทีที่ลดาหันไปยิ้มให้ ทั้งสามคนกลับสะดุ้งโหยง ก่อนรีบหันหลังวิ่งหนีหายไปราวกับกลัวว่าเธอจะจับได้
ลดาส่ายหน้าเบา ๆ พลางอมยิ้ม
"เด็ก ๆ น่ารักจัง ซนแบบนี้เดี๋ยวจะปราบพยศเสียให้เข็ด"
ช่วงสาย คุณหญิงอรัญญาให้คนมาตามลดาไปพบที่เรือนใหญ่
เมื่อเดินเข้าไปในห้องรับแขก หญิงสาวก็เห็นกล่องกำมะหยี่สีแดงเข้มวางอยู่บนโต๊ะกลาง
คุณหญิงอรัญญาค่อย ๆ เปิดฝากล่องออก
ประกายแสงจากเครื่องเพชรทั้งชุดสะท้อนต้องแสงแดดจนระยิบระยับงดงามจับตา
"แม่ให้จ้ะลดา เครื่องเพชรชุดนี้เป็นของแม่ รับไว้นะลูก"
ลดาเบิกตากว้าง รีบส่ายหน้าทันที
"คุณแม่ มันมีมูลค่าสูงมากเลยนะคะ ลดาไม่กล้ารับหรอกค่ะ"
คุณหญิงอรัญญาหัวเราะเบา ๆ ก่อนหยิบสร้อยเพชรขึ้นมาถือไว้
"รับไปเถอะลูก สำหรับสะใภ้ที่แม่เลือกและเฝ้ารอมานาน ส่วนนังพวกหน้าเงินที่กรุงเทพฯ ไม่มีสิทธิ์ได้แตะแม้แต่ละอองเพชรพวกนี้หรอก" พูดจบก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
ลดามองแม่สามีด้วยสีหน้าทั้งขำทั้งประหลาดใจ ความค้างคาใจเรื่องเมื่อคืนทำให้เธออดถามเสียไม่ได้
"คุณแม่คะ เรื่องข่าวลือของพ่อเลี้ยง ที่ว่าพิการ ตาบอด เสื่อมสมรรถภาพ ความจริงมันคืออะไรกันแน่คะ"
คุณหญิงอรัญญาถึงกับตบโต๊ะดังฉาด ก่อนหัวเราะจนตัวโยน
"ข่าวนั้นน่ะเหรอ แม่สร้างขึ้นมาเองทั้งนั้นแหละลดา"
"คะ!" ลดาตาโตอย่างตกตะลึง
"คุณแม่ปล่อยข่าวลือทำลายชื่อเสียงลูกชายตัวเองเหรอคะ"
"ก็ใช่น่ะสิ" คุณหญิงอรัญญาตอบอย่างภาคภูมิใจ
"หนูคือคู่หมั้นแต่แรกไม่ใช่พิมพ์ใจเสียหน่อย ที่แม่หมั้นหนูกับเมฆเพราะแม่กับแม่ของหนูเป็นเพื่อนรักกัน จะให้คนอื่นมาชุบมือเปิบได้ยังไงกัน ก็เลยแกล้งปล่อยข่าวลือเสียเลย”
