4
บรรยากาศภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์อัครเดโชชัยเต็มไปด้วยความวุ่นวายปนความกระอักกระอ่วน พิธีแต่งงานที่ควรจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติกลับถูกลดทอนเหลือเพียงการลงนามในทะเบียนสมรสและพิธีผูกข้อมืออวยพรอย่างเรียบง่าย
เหตุผลก็เพราะ "พ่อเลี้ยงเมฆา" เจ้าบ่าวผู้เลื่องลือว่าประสบอุบัติเหตุจนพิการ นอนติดเตียง ตาบอด และกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธีได้
ผู้ที่เดินทางมาแทนจึงมีเพียงคุณหญิงอรัญญา มารดาผู้ทรงอิทธิพลของเขา พร้อมทนายความประจำตระกูลที่ถือกระเป๋าเอกสารสีดำเดินเข้ามาอย่างสุขุม
"เซ็นชื่อตรงนี้ค่ะลูกลดา"
คุณหญิงอรัญญาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางส่งยิ้มอบอุ่นให้หญิงสาว ราวกับกำลังต้อนรับลูกสะใภ้ที่เฝ้ารอ ต่างจากรสรินและพิมพ์ใจที่นั่งหน้าตึง สีหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉาและไม่พอใจ
ลดารับปากกามาอย่างสงบนิ่ง ก่อนก้มหน้าลงเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสอย่างมั่นคง ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทนายความก็หยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมาวางตรงหน้า
"นี่คือเอกสารโอนหุ้นบริษัทส่งออกจำนวนสามสิบเปอร์เซ็นต์ และเช็คเงินขวัญถุงตามข้อตกลงครับ"
วิทูรจำต้องเซ็นชื่อโอนหุ้นต่อหน้าทุกคน ก่อนส่งเช็คเงินก้อนโตให้ลดา
รสรินถึงกับกำชายกระโปรงแน่นจนแทบขาด อยากกรีดร้องออกมาด้วยความเสียดาย แต่เมื่อเหลือบเห็นสายตาเฉียบคมของคุณหญิงอรัญญา ก็ได้แต่กัดฟันกล้ำกลืนความแค้นไว้
คุณหญิงอรัญญาลุกขึ้นยืนก่อนเอ่ยอย่างเด็ดขาด
"ในเมื่อจัดการเรื่องเอกสารและผูกข้อมืออวยพรกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันขอรับตัวหนูลดาไปฟาร์มม้าเดชาบดินทร์เลยนะคะคุณวิทูร รถตู้จอดรออยู่ด้านนอกแล้ว"
วิทูรพยักหน้าช้า ๆ ก่อนมองลูกสาวด้วยแววตาซับซ้อน
"เดินทางปลอดภัยนะลูก พ่อขอโทษด้วยนะ"
ลดาเพียงยกมือไหว้ตามมารยาท ไม่ได้ตอบอะไรกลับ ก่อนหมุนตัวเดินออกจากคฤหาสน์อย่างสง่างาม โดยไม่หันกลับมามองบ้านหลังนี้อีก
ด้านหลัง... พิมพ์ใจจ้องตามแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาเยาะเย้ย
ไปเถอะยัยลดา... ไปนอนกอดคนพิการตาบอด แถมมีลูกติดสามคนให้สมใจ สมน้ำหน้า!
หญิงสาวยิ้มเยาะอยู่ในใจอย่างสะใจ
รถตู้หรูแล่นเข้าสู่ฟาร์มม้าเดชาบดินทร์ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน ก่อนจะหยุดสนิทหน้าเรือนไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางพื้นที่อันกว้างขวาง
ลดาก้าวลงจากรถ พลางกระชับกระเป๋าเดินทางในมือ ดวงตากลมโตทอดมองบรรยากาศโดยรอบอย่างพินิจ
เสียงลมพัดผ่านต้นไม้เบา ๆ ผสมกับเสียงม้าร้องแผ่ว ๆ จากคอกด้านหลัง ยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูเงียบสงบจนชวนวังเวง
คุณหญิงอรัญญาลูบไหล่เธอเบา ๆ
"พักผ่อนให้เต็มที่นะลูก พรุ่งนี้แม่จะพาชมฟาร์ม"
"ค่ะคุณแม่" หญิงสาวรับคำอย่างสุภาพ
คุณหญิงอรัญญายิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนแยกกลับไปยังเรือนใหญ่ ทิ้งให้ลดาเดินขึ้นเรือนหอเพียงลำพัง ตามคำแนะนำของแม่บ้านอาวุโส
ลดาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
เอาเถอะ... พิการ ตาบอด หรือเสื่อมสมรรถภาพ เราก็เตรียมใจมาดูแลตามหน้าที่แล้ว ขูดสินสอดกับหุ้นมาได้ขนาดนี้ ถือว่าเป็นค่าจ้างดูแลคนป่วยก็แล้วกัน ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้จริง ค่อยหาทางหย่า
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เธอจึงผลักประตูห้องนอนใหญ่ที่มีแสงไฟสลัวส่องออกมาเบา ๆ
ทันทีที่ก้าวเข้าไป สายตาของเธอก็กวาดมองหาเตียงของผู้ป่วย
แต่... กลับไม่มีใครนอนอยู่บนนั้น
ขณะที่กำลังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย สายตาก็สะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่ง
เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมช่วงบนออกสองสามเม็ด เผยแผงอกแข็งแรงสมชายชาตรี กำลังยืนหันหลังรินเครื่องดื่มอยู่ตรงมุมห้อง
เสียงประตูทำให้ชายหนุ่มหันกลับมาช้า ๆ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวสบเข้ากับดวงตาของเธอเต็ม ๆ
สายตาคู่นั้นทั้งเฉียบคม หนักแน่น และมีชีวิตชีวา
ไม่ได้ตาบอด...
ไม่ได้พิการ...
และไม่มีเค้าลางของคนป่วยแม้แต่น้อย
ลดาถึงกับยืนนิ่งราวถูกสาป ดวงตาเบิกกว้าง ปากอ้าเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
"พะ... พ่อเลี้ยงเมฆา!" เธออุทานเสียงหลง
"คุณไม่ได้ตาบอด ไม่ได้ขาพิการ แล้วก็ไม่ได้เป็นเจ้าชายนิทราเหรอคะ"
เมฆาค่อย ๆ วางแก้วลงบนโต๊ะ ก่อนก้าวเข้ามาหาอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความสง่างามและความแข็งแรงของชายหนุ่ม
ไม่นานเขาก็มาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมสะอาดปนกลิ่นมินต์อ่อน ๆ จากกายของเขาลอยมากระทบปลายจมูกหญิงสาว
มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง
"ถ้าผมตาบอด ผมคงมองไม่เห็นหรอกครับว่าเจ้าสาวของผมสวยขนาดนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำชวนให้หัวใจของลดาเต้นผิดจังหวะโดยไม่รู้ตัว
"แต่ข่าว... ข่าวลือพวกนั้นพาดหัวกันโครม ๆ ว่าคุณประสบอุบัติเหตุปางตาย" เธอรีบเรียกสติกลับคืน พลางถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างระแวดระวัง
เมฆากลับก้าวตามเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน
"ข่าวลือก็คือข่าวลือครับลดา" เขามองใบหน้าหวานที่แอบอยู่ในความทรงจำมาตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือแววขบขัน
"หรือว่าคุณผิดหวัง ที่เห็นผมครบสามสิบสอง"
"เปล่าค่ะ! แค่... อึ้งเฉย ๆ" ลดาเชิดหน้าขึ้นตามนิสัยไม่ยอมคน ก่อนถามต่อทันที
"แล้วเรื่อง... เรื่องที่คุณเสื่อมสมรรถภาพล่ะคะ เรื่องนั้นก็โกหกด้วยใช่ไหม" เธองุนงงไปหมด
