3
"พี่ลดา! จะมากเกินไปแล้วนะ" พิมพ์ใจลุกพรวดขึ้นจากโซฟา หน้าแดงด้วยความโกรธ
“ไม่มากไม่น้อย พอดีเลยค่ะ พอดีพวกหน้าด้านไม่ยอมรับความจริง”
“แก อีบ้า” พิมพ์ใจชี้นิ้วใส่หน้าพี่สาวตัวสั่นระริก
"พิมพ์ใจ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ"
วิทูรรีบปรามลูกสาวคนเล็ก ก่อนหันกลับไปหาลดา ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ
"ลดา... ถือว่าช่วยพ่อเถอะนะ ธุรกิจส่งออกของพ่อตอนนี้ต้องการเครือข่ายและความช่วยเหลือจากครอบครัวพ่อเลี้ยงเมฆาจริง ๆ ถ้างานแต่งนี้ไม่เกิดขึ้น บ้านเราแย่แน่"
ลดาแค่นหัวเราะในใจ
บ้านเรา คำพูดนี้ช่างฟังดูน่าขันนัก
บ้านที่ทอดทิ้งเธอมาตั้งแต่เด็ก วันนี้กลับเรียกเธอว่าคนในครอบครัว เพราะกำลังต้องการผลประโยชน์
เธอมองหน้าผู้เป็นพ่อครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ได้ค่ะ ลดาจะแต่งให้ เพื่อให้ธุรกิจของคุณพ่อเดินต่อไป เพราะถ้าไม่ได้เครือข่ายของตระกูลเดชาบดินทร์คุณพ่อคงจะไปไม่รอด และเครือข่ายของตระกูลเดชาบดินทร์คุณแม่ของหนูก็เป็นคนจัดการให้ เพราะคุณหญิงป้าอรัญญาเป็นเพื่อนสนิทกับคุณหญิงป้า คุณพ่อช่วยบอกคนของคุณพ่อด้วยนะคะว่าให้สงบปากสงบคำเอาไว้เสียบ้าง ระวังจะไม่มีปากเอาไว้กินข้าว แต่จะไปกินแกลบกินดินอยู่ข้างนอก"
“แก นี่แก”
“หุบปากได้แล้ว” เสียงตวาดนั้นทำให้สองแม่ลูกหน้าซีดเผือด และรู้ดีว่าคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้คือเด็กสาวที่มาจากต่างจังหวัด
“ลูกรับปากแล้วนะว่าจะแต่งกับตระกูลเดชาบดินทร์”
“รับปากสิคะ หนูเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่ชอบกลับคำหรือพูดกลับไปกลับมาเหมือนใครบางคนหรอกค่ะ” ท้ายประโยคเธอหันไปมองมารดาเลี้ยงและน้องสาวต่างสายเลือด สองแม่ลูกแม้จะไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าโวยวายอีก
รสรินกับพิมพ์ใจรีบหันไปสบตากันด้วยความดีใจแว็บหนึ่ง แม้จะโดนลดาแขวะมากแค่ไหน ก็ต้องสะกดกลั้นความไม่พอใจเอาไว้
คิดในใจว่า ยัยบ้านนอกยังไงก็โง่เหมือนเดิม!
แต่รอยยิ้มของสองแม่ลูกกลับแข็งค้าง เมื่อเสียงของลดาดังขึ้นอีกครั้ง
"แต่มีข้อแม้... สินสอดทองหมั้นทั้งหมดที่ทางนู้นมอบให้ ต้องเป็นของลดาแต่เพียงผู้เดียว และ..." เธอหันไปสบตาวิทูรอย่างไม่หลบสายตา
"คุณพ่อต้องมอบเงินขวัญถุงก้อนใหญ่ พร้อมโอนหุ้นบริษัทส่งออกของคุณพ่ออีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นชื่อของลดาในวันจดทะเบียนสมรสด้วยค่ะ"
"กรี๊ด! แกจะบ้าเหรอยายลดา! นั่นมันขูดเลือดขูดเนื้อกันชัด ๆ หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์มันเงินมหาศาลเลยนะ" รสรินร้องลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจ
ลดาเพียงเอนหลังพิงโซฟา กอดอกอย่างสบายอารมณ์
"ถ้าไม่ให้ ลดาก็ไม่แต่งค่ะ ให้พิมพ์ใจแต่งเองก็แล้วกัน ดูสิว่าบริษัทของคุณพ่อจะล้มละลายวันไหน"
"แกมันนังงูพิษ แกกล้าขู่คุณพ่อเหรอ" พิมพ์ใจชี้หน้าด่าอย่างเดือดดาล
ลดาหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา
"ฉันไม่ได้ขู่ ฉันแค่เสนอข้อแลกเปลี่ยนอย่างเป็นธรรม อีกอย่างคนแบบฉันไม่ชอบขู่ใคร แต่ฉันเอาจริง" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนยิ้มมุมปาก
"เมื่อก่อนตอนอยู่มหาวิทยาลัย เธอเคยป้ายสีอะไรฉันไว้บ้าง ฉันจดลงบัญชีไว้หมดแล้วพิมพ์ใจ วันนี้ฉันมาทวงคืน อ้อ คุณน้ารสรินด้วยนะคะ เงินลงทุนก้อนแรกของคุณแม่ฉันที่พวกคุณชุบมือเปิบเอาไปเสวยสุข วันนี้ฉันแค่มาเก็บดอกเบี้ยเล็กน้อยเท่านั้นเอง" คำพูดนั้นทำให้รสรินหน้าซีดเผือดทันที
หล่อนรีบหันไปมองสามีอย่างร้อนรน
"คุณพี่ ยอมไม่ได้นะคะ"
วิทูรนิ่งเงียบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอึดอัด ลึก ๆ แล้วเขารู้ดีที่สุดว่า ลดาไม่ได้พูดเกินจริง
เงินทุนก้อนแรกที่ทำให้บริษัทเติบโตจนมีวันนี้ ล้วนเป็นเงินของลินดา ภรรยาคนแรก และเงินสนับสนุนจากยายน้ำทิพย์ เพียงแต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเลือกจะหลงลืมมันไป และกอบโกยเข้ากระเป๋ามาตลอด ฝั่งโน่นก็ไม่เคยมาวุ่นวาย เขาจึงนิ่งนอนใจ
แต่วันนี้... เขาไม่มีสิทธิ์เลือกอีกแล้ว
หากปฏิเสธข้อเสนอของลดา ครอบครัวเดชาบดินทร์ย่อมถอนหมั้น และธุรกิจที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตก็คงพังพินาศในพริบตา
ชายวัยกลางคนหลับตาลง ก่อนถอนหายใจยาว
"ตกลง..." เขาเอ่ยเสียงแผ่ว
"พ่อจะยอมทำตามข้อเสนอของลดา ทั้งเรื่องสินสอดและเรื่องหุ้น"
"คุณพี่!"
"คุณพ่อ!"
รสรินกับพิมพ์ใจกรีดร้องขึ้นพร้อมกัน สีหน้าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ลดาคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม สะบัดปลายผมเบา ๆ แล้วมองสองแม่ลูกด้วยสายตาผู้ชนะ
"ขอบคุณค่ะคุณพ่อ งั้นลดาขอตัวไปเตรียมชุดเจ้าสาวก่อนนะคะ อ้อ... พิมพ์ใจ ขอบใจนะที่ปฏิเสธงานแต่งนี้ ไม่งั้นฉันคงไม่มีโอกาสได้ทรัพย์สินของแม่ฉันคืนเร็วขนาดนี้หรอกจ้ะ จำเอาไว้ด้วยนะ อะไรที่ไม่ใช่ของตัวเองก็
อย่าไปอยากได้เลยจ้ะ เพราะยังไงชาตินี้ก็ไม่มีวันเป็นของเธอเองหรอก"
พูดจบ ลดาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องนั่งเล่นอย่างสง่าผ่าเผย ทิ้งไว้เพียงรสรินกับพิมพ์ใจที่ได้แต่กำมือแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นใจจนแทบกระอักเลือด
แต่สิ่งที่สองแม่ลูกไม่มีวันล่วงรู้ก็คือ สินสอดมหาศาลและการแต่งงานครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทวงคืนทุกสิ่งเท่านั้น หากยังเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่จะพลิกชีวิตของเธอไปตลอดกาล
