2
วิทูรจึงค่อนข้างรู้สึกเกรงใจยายน้ำทิพย์อดีตแม่ยายอยู่มาก ที่สำคัญก็คือหากโทร. ไปหาลูกสาวอีกคน แล้วอีกฝ่ายไม่เต็มใจแต่งงาน เขาก็คงไม่ไปบังคับข่มขู่อะไรแน่นอน
รถยนต์หรูค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ลดาก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง ดวงตากลมโตทอดมองบ้านที่คุ้นเคย แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับเป็นสถานที่ของคนแปลกหน้า
คนในบ้านหลังนี้เคยผลักไสเธอให้ออกไปอยู่กับยายน้ำทิพย์ที่ต่างจังหวัดตั้งแต่ยังเด็ก
ภาพความทรงจำเมื่อเช้าก่อนออกเดินทางผุดขึ้นในหัว พร้อมเสียงอันอ่อนโยนแต่หนักแน่นของคุณยายน้ำทิพย์
‘ลดาจ๊ะ... วิทูรเขาไม่ใช่บิดาแท้ ๆ ของหนูหรอกลูก เงินทองและรากฐานธุรกิจที่เขามีอยู่ และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายทุกวันนี้ ก็มาจากเงินลงทุนก้อนแรกของลินดา แม่ของหนู อีกทั้งเครือข่ายธุรกิจที่ได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลคู่หมั้นของหนูก็มาจากแม่ของหนูเป็นเพื่อนรักกับแม่ของเมฆาด้วย รวมถึงเงินสนับสนุนจากยายทั้งนั้นที่พวกเขาได้ลืมตาอ้าปากได้ แต่หนูจำเอาไว้นะลูก คนไม่ซื่อสัตย์และไม่รู้จักบุญคุณคน เราก็ไม่จำเป็นต้องไปดีตอบเขาหรอก ที่ผ่านมา ยายไม่อยากไปยื้อแย่งขัดแย้งให้ผิดใจกัน แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องการผลประโยชน์จากหนู หนูก็ต้องไปทวงคืนสิ่งที่เป็นของแม่เรากลับมานะลูก ทั้งต้นทั้งดอก’
ลดาคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างเยือกเย็น ข่าวลือเกี่ยวกับว่าที่เจ้าบ่าวที่กำลังสะพัดไปทั่วเมือง เธอแทบไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
พิการ... ตาบอด... มีลูกติดสามคน...
แล้วอย่างไรล่ะ ก็แต่งไปก่อน หากใช้ชีวิตร่วมกันไม่ได้จริง ค่อยหย่าในภายหลังก็ได้ แต่สิ่งที่เธอต้องการที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่ชีวิตคู่ หากเป็นทรัพย์สินทุกอย่างที่เป็นของมารดา ซึ่งถึงเวลาแล้วที่เธอจะทวงคืน
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่น เสียงแหลมบาดหูก็ดังขึ้นทันที
"อุ๊ย มาถึงแล้วเหรอลดา นึกว่าติดใจกลิ่นโคลนสาบควายจนไม่อยากกลับกรุงเทพฯ ซะอีก" เสียงของมารดาเลี้ยงทำให้ลดายิ้มเย็นออกมา
ส่วนพิมพ์ใจยกยิ้มเหยียด มองพี่สาวต่างมารดาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับกำลังประเมินสินค้าไร้ราคา
ลดาเหลือบมองสองแม่ลูกด้วยแววตาล้ำลึก ยากจะคาดเดา
พิมพ์ใจคือน้องสาวและอดีตรุ่นน้องมหาวิทยาลัยที่อายุน้อยกว่าเธอสองปี คนเดียวกับที่เคยใส่ร้าย ป้ายสี จนเธอถูกคนในคณะเข้าใจผิดไปกว่าครึ่ง
เรื่องเก่า ๆ เธอไม่เคยลืม
และวันนี้ ถึงเวลาชำระบัญชีเสียที
"ปากดีไม่เคยเปลี่ยนเลยนะพิมพ์ใจ"
ลดาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนเดินไปนั่งบนโซฟาอย่างสง่างามโดยไม่ต้องรอให้ใครเชื้อเชิญ ราวกับเจ้าของบ้านเสียเอง
"แกมาถึงก็มาแขวะน้องเลยเหรอ" รสรินแหวใส่ทันที แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็รีบเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเสแสร้ง เพราะอีกฝ่ายคือคนที่ต้องแต่งงาน จะชวนทะเลาะไม่ได้ เดี๋ยวแผนความร่วมมือทางธุรกิจจะเสียหายไปด้วย
"เอาเถอะ ๆ ที่เรียกมาวันนี้ เพราะพ่อเขามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เรื่องงานแต่งงานของเรากับพ่อเลี้ยงเมฆา เจ้าของฟาร์มม้าเดชาบดินทร์"
วิทูรที่นั่งอยู่ข้างภรรยากระแอมเบา ๆ สีหน้ากระอักกระอ่วนจนเห็นได้ชัด
"ลดา... พ่อต้องขอโทษด้วยนะ ที่ต้องเปลี่ยนตัวกะทันหัน คือทางคุณหญิงอรัญญาเขาอยากให้ลูกสาวคนโตของบ้านเราแต่งงานน่ะ อีกอย่างการแต่งงานครั้งนี้ คู่หมั้นแต่เดิมก็คือหนู"
ลดาเลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนแสร้งทำเป็นครุ่นคิด
“จริงเหรอคะนี่ แสดงว่าคุณพ่อแย่งคู่หมั้นของหนูไปให้น้องสาวเหรอคะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น”
“ไม่ใช่อย่างนั้น แล้วมันอย่างไหนคะ ตอนเขาดีก็อยากยกน้องสาวให้ พอเขาพิการ มีเรื่องเสียหายก็จะโยนกลับมาให้หนูอีก คิดว่าหนูเป็นลูกไก่ในกำมือจะบีบให้ตายยังไงก็ได้เหรอคะ”
“พ่อไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่ตอนนั้นลดาไปอยู่กับยาย พอทางโน้นทวงเรื่องสัญญาแต่งาน พ่อเลยจำต้องให้พิมพ์ใจรับหน้าแสดงตัวไปก่อนเท่านั้นเอง” คนเป็นพ่อพูดแล้วแอบเช็ดเหงื่อเบาๆ เพราะใจจริงไม่กล้าข่มขู่คุกคามหรือบีบบังคับลูกสาวคนนี้จริง ๆ จัง ๆ
"อ๋อ... เหรอคะ แต่เท่าที่ลดารู้มา คู่หมั้นตัวจริงของพ่อเลี้ยงเมฆาคือพิมพ์ใจไม่ใช่เหรอคะ ไม่ใช่แสดงตัวไปก่ออย่างที่พูด”
“เอ๊ะ! เรานี่ยังไง พูดจาไม่รู้เรื่อง” คนเป็นมารดาเลี้ยงตวาดแว้ด
“หนูไม่ใช่คนโง่นะคะคุณน้า ไม่ต้องเอาเสียงแว้ด ๆ มาข่มขวัญ หรือทำท่าทีเป็นโกรธ จำเอาไว้ด้วยนะคะว่าตอนนี้หนูคือคนที่จะช่วยตระกูล ถ้าพูดจาไม่เข้าหู งั้นหนูกลับ”
“ลดาใจเย็น ๆ ก่อนลูก” คนเป็นพ่อเมื่อเห็นลูกสาวลุกขึ้นก็รีบห้ามปรามเอาไว้ในทันที ไม่อยากให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โตไปมากกว่านี้
ในอดีตเขาเคยเป็นคนไม่มีอะไรเลย กว่าจะฝ่าฟันมาได้ถึงขนาดนี้ เขาจะไม่ยอมตกต่ำจมดินให้ใครเหยียบย่ำ หรือกลับไปเป็นคนไร้ค่า ไม่มีอะไรอีกแล้ว ชีวิตที่เคย
ลำบากได้ตายจากเขาไปนานแล้ว ต่อจากนี้ไปเขาจะต้องมีชีวิตที่ดีและสุขสบายไปตลอด
“ก็ตามที่หนูดพูดนั่นแหละค่ะคุณพ่อ าพอทางนู้นมีข่าวว่าพิการ ตาบอด เสื่อมสมรรถภาพ แถมมีลูกติดสามคน พิมพ์ใจเลยกลัวจนตัวสั่น แล้วผลักไสคนไร้ค่ามาให้ลดา เราพูดกันตรงๆ ดีกว่าค่ะ อย่ามัวแต่แอ๊บกันอยู่เลยค่ะ ลดาเป็นคนตรงๆ ไม่ชอบอ้อมค้อมค่ะ"
