1
เล่ม 1 เล่ห์กลมนตร์เสน่หา
ภายในห้องนั่งเล่นอันหรูหราของคฤหาสน์อัครเดโชชัย บรรยากาศอึมครึมและตึงเครียดจนแทบไม่มีใครกล้าสูดหายใจแรง รสรินเดินวนไปวนมาราวกับเสือที่กำลังหาทางตะปบเหยื่อ นิ้วมือที่ประดับแหวนเพชรเม็ดโตหลายวงกำเข้าหากันแน่นจนข้อขาวซีด ขณะที่พิมพ์ใจนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนโซฟาหลุยส์ราคาแพง ส่วนวิทูรนั่งกุมขมับอยู่ฝั่งตรงข้าม สีหน้าเต็มไปด้วยความหนักใจ
บนโต๊ะกระจกตรงกลางห้องมีหนังสือพิมพ์หลายฉบับและแท็บเล็ตวางกระจัดกระจาย ทุกหน้าพาดหัวข่าวเกี่ยวกับชายหนุ่มคนเดียวกัน
เมฆา... ว่าที่เจ้าบ่าวของพิมพ์ใจ
"ไม่แต่ง ยังไงพิมพ์ก็ไม่แต่งเด็ดขาด คุณพ่อคุณแม่จะใจร้ายส่งพิมพ์ไปตกนรกทั้งเป็นเหรอคะ"
พิมพ์ใจกรีดร้องเสียงแหลม พลางสะบัดหน้าหนี น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุดหย่อน ราวกับตัวเองกำลังจะถูกผลักลงเหว
"ใจเย็น ๆ ก่อนลูกพิมพ์ ร้องไห้ไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น" วิทูรเอ่ยปลอบเสียงอ่อน แม้ในใจจะหนักอึ้งไม่ต่างกัน
"จะให้เย็นได้ยังไงคะคุณพี่" รสรินหันมาตวาดแหวลั่นห้อง ก่อนจะคว้าหนังสือพิมพ์ขึ้นมาสะบัดตรงหน้าสามี
"ดูข่าวพวกนี้สิคะ ทั้งทำผู้หญิงท้อง มีลูกติดตั้งสามคน แถมยังเจ้าชู้ เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ที่สำคัญ มีข่าวว่าประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ตาบอด ขาท่อนล่างพิการ แถมยังเสื่อมสมรรถภาพอีก นี่มันคนพิการไร้น้ำยาชัด ๆ จะให้ลูกสาวของเราไปแต่งกับคนแบบนั้นงั้นเหรอคะ"
"แต่นั่นมันแค่ข่าวลือนะคุณรส" วิทูรพยายามแย้ง แม้คำพูดของตัวเองจะฟังดูไม่หนักแน่นนัก
"ข่าวลือมันจะมาจากไหนถ้าไม่มีมูลกันคะคุณพี่" รสรินเถียงกลับทันควัน
"ลูกพิมพ์ของรสต้องแต่งงานกับคนระดับมหาเศรษฐีที่เป็นหน้าเป็นตา ไม่ใช่คนพิการตาบอดที่มีเด็กเปรตสามคนห้อยท้าย แถมต้องไปอยู่บ้านไร่ปลายนาแบบนั้น รสไม่มีวันยอมเด็ดขาด"
วิทูรทอดถอนใจยาว พลางเอนหลังพิงพนักโซฟา สีหน้าครุ่นคิดจนเกิดรอยย่นกลางหน้าผาก ก่อนหน้านี้ไม่ใช่หล่อนน่ะหรือที่ให้เขาเปลี่ยนการแต่งงานในครั้งนี้
"แล้วเราจะทำยังไง สัญญาหมั้นหมายมันค้ำคออยู่ ครอบครัวของเดชาบดินทร์มีอิทธิพลมากนะคุณรส ธุรกิจส่งออกของผมตอนนี้ก็ต้องพึ่งพาเครือข่ายของฝั่งนู้น ถ้าเราเบี้ยวหมั้น เราพังแน่ ๆ"
สิ้นเสียงสามี รสรินก็หยุดเดินทันที ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็น ก่อนจะหันไปมองวิทูร
"คุณพี่ลืมไปแล้วเหรอคะ ว่าคุณพี่ไม่ได้มีลูกสาวแค่คนเดียว อีกอย่างคนที่ต้องแต่งกับฝั่งโน่นก็คือยายลดาตั้งแต่แรก"
วิทูรขมวดคิ้วมุ่น ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภรรยา
"คุณรสหมายความว่า..."
"ใช่ค่ะ คุณพี่ต้องเรียกยายลดากลับมาแต่งแทนยายพิมพ์" รสรินตอบอย่างมั่นใจ น้ำเสียงแฝงความสะใจ
"ในเมื่อสัญญาหมั้นหมายก็คือให้แต่งกันระหว่างสองบ้าน จะเปลี่ยนเป็นพี่หรือน้องก็ไม่เห็นแปลก ฝั่งโน่นก็ไม่เคยคัดค้านแต่แรก"
วิทูรนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ
"แต่... ทางนั้นเขาจะยอมเหรอ ที่เราสลับตัวคู่หมั้นไปมาแบบนี้"
"ยอมไม่ยอมก็ต้องยอมค่ะ" รสรินเชิดหน้าตอบอย่างไม่แคร์
"ฝั่งนู้นสภาพลูกชายปางตายขนาดนั้น ได้ผู้หญิงแต่งเข้าบ้านก็บุญหัวแล้ว จะยังมีสิทธิ์เลือกอะไรอีก"
พูดจบก็หันไปแตะไหล่ลูกสาวเบา ๆ พร้อมยิ้มปลอบ
"พิมพ์ใจ หยุดร้องไห้ได้แล้วลูก ลูกไม่ต้องแต่งแล้ว แม่ไม่มีวันยอมให้ลูกไปแต่งกับคนไม่เอาไหนแบบนั้นเด็ดขาด"
พิมพ์ใจรีบเช็ดน้ำตาจนลวก ๆ สีหน้าที่เคยหม่นหมองพลันสดใสขึ้นในพริบตา
"จริงเหรอคะคุณแม่ ให้พี่ลดาแต่งแทนพิมพ์ได้ใช่ไหมคะ ดีเลยค่ะ ให้พี่ลดาไปจมปลักกับคนพิการตาบอด แถมมีลูกติดสามคนนั่นแหละ สมน้ำหน้า"
แม่ลูกสองคนสบตากันก่อนหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ ราวกับเพิ่งโยนภาระหนักอึ้งไปให้คนอื่นรับแทน
ส่วนวิทูรยังคงนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าลังเลฉายชัด เขารู้ดีว่าไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ก่อนหน้านี้ที่เขาแต่งงานกับมารดาของลดาก็เพราะต้องการให้อีกฝ่ายช่วยเหลือธุรกิจของครอบครัว และลินดาก็ท้องไม่มีพ่อเพราะโดนแฟนหนุ่มหลอกฟันแล้วทิ้ง เขาจึงต้องแต่งงานเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของอีกฝ่าย และได้ผลประโยชน์จากการแต่งงานด้วย ลินดาคลอดได้ไม่นานก็เสียชีวิต ยายของลดาก็รับ
ลดาไปเลี้ยงดู และเขาก็แต่งงานใหม่
ในเมื่อลดาต้องแต่งแต่แรกอยู่แล้ว ก็ให้ทุกอย่างคงเดิม เมื่อนึกถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจและอำนาจของอีกฝ่าย ความลังเลนั้นก็พ่ายแพ้ต่อความเห็นแก่ตัวในที่สุด
ชายวัยกลางคนถอนหายใจยาว ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหารายชื่อที่แทบไม่เคยกดโทร.หา
"ดีเหมือนกัน งั้นฉันจะโทร. หายายลดาก็แล้วกัน”
เอาจริงๆ ถึงแม้จะรู้ว่าลดาจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของตนเอง แต่ตลอดมาก็ไม่เคยเกลียดชังอีกฝ่าย อาจเพราะอีกฝ่ายไม่ได้เติบโตมาภายใต้การดูแลของเขา และไม่เคยมารบกวนอะไรเขาเลย ยายน้ำทิพย์เป็นคนดูแลลดาทุกอย่าง ไม่เคยเรียกร้องให้ต้องส่งเสียเลี้ยงดู และเงินทุนในอดีตที่นำมาสนับสนุนธุรกิจของเขาที่มีปัญหา ก็ไม่เคยมาทวงคืน หรือมาทวงสมบัติหรือมรดกอะไรทั้งนั้น
