บท
ตั้งค่า

3

เธอนอนซมอยู่บนเตียง ไข้ขึ้นจนแก้มแดงก่ำ ตัวร้อนจนขยับแทบไม่ได้

“แย่แล้ว นี่ฉันดันป่วยจริง ๆ เหรอเนี่ย”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แป้งร่ำโทร.มา

“มะนาว! วันนี้แกหายไปเลย ไม่มาติวด้วยกัน”

“แป้งร่ำ ฉันไม่ไหวแล้ว ปวดหัวครั่นเนื้อครั่นตัว ตอนนี้ตัวร้อนเป็นไฟเลย” เสียงมะนาวอ่อนแรง

ไม่กี่สิบนาทีถัดมา เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น

มะนาวลากสังขารไปเปิดประตู แล้วชะงักทันทีเมื่อเห็นคนยืนอยู่ตรงหน้า

“พี่ธันวา” เขายืนถือถุงยามากับโจ๊กหอมกรุ่น ดวงตาเต็มไปด้วยความห่วงใย

“แป้งร่ำบอกว่ามะนาวป่วย พี่เลยแวะมาดู”

หัวใจของมะนาวเต้นแรง แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงเกินกว่าจะซ่อนอาการ เธอแทบจะทรุดลงตรงประตูถ้าไม่ถูกธันวารีบพยุงตัวเอาไว้

“นี่ไม่ใช่แผนแล้วใช่มั้ย” เขาก้มมองด้วยสายตาจริงจัง

“ป่วยจริง ๆ สินะ”

มะนาวหน้าแดง ไม่รู้เพราะไข้หรือเพราะใกล้ชิดเกินไป

“ค่ะ…คราวนี้…ป่วยจริง ๆ”

ธันวาส่ายหัวเบา ๆ ก่อนดันประตูเข้ามา พาเธอไปนั่งที่เตียง

“กรรมตามสนอง”

“อย่ามาซ้ำเติมกันนะคะ”

“นอนลงไป พี่จะเช็ดตัวให้”

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ พี่ไม่ใช่”

“ไม่ใช่อะไร หืม...” เขาเลิกคิ้วมองเป็นคำถาม แค่เลิกคิ้วเขาก็ดูดีขนาดนี้เชียวหรือ

โอ๊ย! ไม่รู้อ่อนแรงเพราะป่วย หรืออ่อนแรงเพราะแพ้คนหล่อกันแน่

“เงียบซะยายเด็กดื้อ” เขาพูดเสียงนุ่มแต่เด็ดขาด

“ตอนนี้หนูคือคนป่วย เชื่อฟังพี่ซะดี ๆ ไม่งั้นจะโดนตี” เขาขู่เล็กๆ เพิ่งเคยโดนคนหล่อขู่เป็นครั้งแรก ทำไมไม่ได้นึกกลัวเลยสักนิด แต่หัวใจกลับสั่นไหวแทน

มะนาวหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก ขณะเห็นธันวาค่อย ๆ บิดผ้าขนหนูแล้วเช็ดหน้าให้เธออย่างอ่อนโยน

เธอพึมพำเบา ๆ

“พี่ธันวาก็ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอคะ ดูแลคนอื่น”

ธันวาหันมายิ้มบาง

“อยากให้หายเร็วๆ ครับ จะได้คิดแผนมาอ่อยพี่อีก”

“เปล่าอ่อยนะคะ”

“พี่ชอบ”

“ชอบอะไรคะ”

“ชอบให้อ่อย”

อ๊าย... ทำไมถึงจู่ ๆ มาพูดแบบนี้กันล่ะ

เธอเขินนะ

“ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันค่ะ อยู่ในห้องส่วนตัวยิ่งไม่ควร” เธอเอ่ยเสียงหวิวเพราะป่วยจนขยับตัวแทบไม่ได้แล้วตอนนี้ แต่ก็ยังพอมีสติ

“พี่เป็นสุภาพบุรุษครับ ไม่ฉวยโอกาสล่วงเกินผู้หญิงที่เขาไม่ยินยอมแน่นอน”

ชิ! จะบอกว่าถ้ายอมก็จะทำน่ะเหรอ ไม่มีทางเสียหรอก ถึงเธอจะชอบเขามากเพียงใด พยายามตามจีบแค่ไหน เธอก็ไม่ใจง่ายนอนกับเขาง่าย ๆ หรอก เธอก็รักนวลสงวนตัวเหมือนกันนะ

“คราวนี้เช็ดตัวได้หรือยัง”

“ทำไมถึงมาคะ” ก็เขาเข้าข่ายเย็นชาไม่สนใจเธอเสียด้วยซ้ำ

“เป็นห่วง เหตุผลนี้ทำให้มาที่นี่ได้ไหม”

“เอ่อ...” เธออึกอัก อะไรกัน จะมารุกเร้าอะไรตอนนี้ เธอไม่ค่อยมีสติ หัวใจก็ไม่ปกติ ตอนนี้คิดไม่ทันแล้วว่าเขาจะมาไม้ไหน

“นอนนิ่งๆ ถ้าดื้อพี่จะลงโทษเธอ” เขาเริ่มเช็ดตัวให้เธออย่างเบามือ และทำแบบสุภาพไม่ล่วงเกิน

“กินโจ๊กก่อนจะได้กินยา ร้านนี้อร่อยมากนะ เป็นร้านประจำที่เธอชอบไปกินกับเพื่อน”

“พี่รู้ด้วยเหรอว่าหนูชอบไปกินโจ๊กร้านนี้”

“พี่รู้อะไรเยอะกว่าที่เธอคิด” เขายกยิ้มมุมปากสายตาเอ็นดู แต่สำหรับคนป่วยแล้วมันช่างพร่าเบลอเต็มที จึงไม่ได้สัมผัสความอบอุ่นอ่อนโยนนั้น

เขาป้อนโจ๊กจนหมดชาม ถ้าเธอกินไม่หมดเขาก็จะป้อนด้วยปาก ใครจะกล้าให้เขาทำแบบนั้นกันล่ะ ก่อนที่เขาจะให้เธอกินยา

“ขม” เธอทำหน้าเหยเก

“มีขนมมาให้ด้วย แพนเค้กที่ชอบไง กินซะนะ” เขาลูบศีรษะเบา ๆ เธอก็หลับหูหลับตากลืนเพราะความหล่อของเขานี่แหละ ก่อนจะกินขนมตามและดื่มน้ำอีกแก้วใหญ่ ทิ้งตัวลงนอนรอบนี้หนังตาปิดสนิทและหลับไปด้วยฤทธิ์ยา

แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องเล็ก ๆ เสียงนกเจื้อยแจ้วอยู่ข้างนอกปลุกมะนาวให้ค่อย ๆ ลืมตาตื่น

ปวดหัวน้อยลงแล้วแฮะ เธอคิดพลางขยับตัวเบา ๆ แต่แล้วดวงตาก็เบิกกว้างทันที เมื่อเห็นใครบางคนฟุบหลับอยู่ตรงเก้าอี้ข้างเตียง

“พะ…พี่ธันวา” ร่างสูงนั่งหลับพริ้ม ศีรษะเอนพาดขอบเตียง หายใจสม่ำเสมอ เสื้อเชิ้ตที่ใส่มาตั้งแต่เมื่อวานยับไปเล็กน้อย แต่กลับดูอบอุ่นจนหัวใจของเธอเต้นรัว

เขาเฝ้าเธอทั้งคืนเลยเหรอเนี่ย…

เธอค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมจนถึงคาง แก้มร้อนผ่าวทั้งจากไข้ที่ยังไม่หายสนิท และจากความเขินอายที่เอ่อล้น

ทันใดนั้น เสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังขึ้นเบา ๆ

“ตื่นแล้วเหรอ”

มะนาวสะดุ้ง

“คะ พี่เองก็ตื่นแล้ว”

เขายกยิ้มมุมปาก ดวงตายังปรือเล็กน้อยจากความง่วง

“พี่ไม่ได้หลับจริงหรอก แค่พักสายตาเฉย ๆ คอยฟังว่าเราจะไข้ขึ้นอีกมั้ย”

หัวใจของมะนาวเต้นแรงจนแทบระเบิด

“พี่ธันวา ขอบคุณนะคะ พี่เฝ้าหนูทั้งคืนเลย”

“ไม่เป็นไร ไหนดูสิ ไข้ลดหรือยัง” เขาวางหลังมือทาบบนหน้าผากของเธอ

“เหมือนอาการจะดีขึ้นนะ เมื่อคืนเธอละเมอทั้งคืน”

“ละเมอเหรอคะ ละเมอว่าอะไรคะ” เธอเอ่ยถามหน้าตาแตกตื่น

“คิดว่าตัวเองละเมอว่ายังไงล่ะไ

“จะ.. จะไปรู้เหรอคะ”

“เธอละเมอสารภาพรักกับพี่ทั้งคืนเลย” เขาเท้าคางพลางยิ้มใส่ตาคนป่วยอย่างหยอกเย้า

“จะ จะเป็นไปได้ยังไงกัน ใครจะไปละเมอสารภาพรักพี่ทั้งคืนกัน” เธอกัดปากเบือนหน้าหนี หน้าแดงก่ำร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู

โอ๊ย! อยากจะมุดเตียงหนี ถ้าเธอละเมอแบบนั้นจริงๆ เขาก็รู้หมดแล้วน่ะสิ แล้วทีนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

เอ่อ.. แต่จริงๆ เขาก็รู้นี่นาว่าเธอแอบชอบเขามานาน พยายามตามจีบอยู่พักใหญ่แล้ว

“พี่ควรรับรักเธอดีไหม” เขาเท้าคางมองคนป่วยที่หน้าแดงก่ำด้วยสายตาขี้เล่นปนเอ็นดู

“จะ จะไปรู้เหรอคะ หนูไม่ใช่พี่เสียหน่อย”

“ว้า... อุตส่าห์อ่อยกลับ เปิดโอกาสให้ทั้งที น่าผิดหวังจริงๆ” ร่างสูงลุกขึ้นก่อนจะเดินไปอุ่นโจ๊กด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า

เขายกถ้วยโจ๊กมาวางบนโต๊ะข้างเตียง แล้วนั่งลงข้าง ๆ หลังจากที่อุ้มเธอไปจัดการภารกิจในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว

“กินหน่อยสิ จะได้มีแรง” เขาทำท่าจะป้อน

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูกินเองได้” แต่เขาตักโจ๊กมาขึ้นมารอท่าอยู่ก่อนแล้ว ไม่ยอมให้เธอแย่งช้อนจากมือไปได้

“อ้าปาก”

“พี่จะป้อนหนูอีกแล้วเหรอ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel