4
“ใช่ครับ คนป่วยอย่าดื้อ เดี๋ยวโดนลงโทษ”
“แต่หนูยังพอ”
“พออะไร พอมีแรงเหรอ อ้าปากครับ” เสียงเขานุ่มแต่จริงจังจนเธอใจสั่น โดนดักคอเสียทุกทางจนไม่สามารถเอ่ยปากห้ามปรามอะไรได้
มะนาวค่อย ๆ อ้าปากน้อย ๆ ยอมรับคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ ข้าวต้มอุ่น ๆ เข้าปากพร้อมกลิ่นหอมละมุน เธอรู้สึกทั้งอบอุ่นทั้งเขินจนแทบระเบิด
โชคดีที่ในห้องพักของเธอมีหม้อหุงข้าว เตาไฟฟ้า กระติกน้ำร้อน สามารถอุ่นอาหารหรือทำอาหารง่าย ๆ ได้ แถมยังมีตู้เย็นเล็กๆ สำหรับแช่อาหารและน้ำดื่ม จึงค่อนข้างสะดวกพอสมควร
“รสเป็นไงบ้าง” เขาถามเสียงแผ่วเบาแต่อัดแน่นไปด้วยความห่วงใย
“อร่อยค่ะ” ธันวายิ้มพอใจ ก่อนค่อย ๆ ป้อนคำต่อไปให้เหมือนมันเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับมะนาวแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องปกติเลยแม้แต่น้อย!
หลังจากกินเสร็จ เขาหยิบผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาเช็ดหน้าผากให้เธออีกครั้ง
“หนูดูแลตัวเองไม่ค่อยเป็นเลยนะ”
“ก็ปกติหนูแข็งแรงนี่คะ”
“แต่ถ้าวันไหนไม่แข็งแรง ต้องบอกพี่ เข้าใจมั้ย” เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมานุ่มลึกแต่แฝงความอบอุ่น ตอนเขาเรียกเธอว่าหนูมันน่ารักกว่าเรียกว่าเธอหรือเรียกชื่อเสียอีก มะนาวเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่ตั้งใจ รู้สึกเหมือนกำลังจะจมลงในรอยยิ้มอ่อนโยนของเขา
หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบลืมหายใจ ก่อนรีบหันไปอีกทาง
“อืม…เข้าใจแล้วค่ะ”
ช่วงบ่าย อาการไข้ลดลงมาก มะนาวลุกขึ้นมานั่งพิงหมอน มองธันวาที่กำลังจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบ
“พี่ธันวา” เธอเรียกเสียงแผ่ว
“หืม” เขาหันมามอง
“ขอบคุณนะคะ” รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของเขา
“ถ้าจะขอบคุณก็หายไว ๆ จะดีที่สุด”
มะนาวเม้มปากแน่น ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
ในใจของเธอรู้ดีว่าจากนี้ต่อไป แต่มันคือความรู้สึกจริง ๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นเงียบ ๆ ระหว่างคนสองคน
สองวันหลังจากอาการป่วยดีขึ้น มะนาวนั่งกอดสมุดเล่มเล็กพลางเขียนหัวข้อใหม่ลงไปด้วยลายมือกลม ๆ
“แผนต่อไปทำอาหารโชว์เสน่ห์แม่ศรีเรือน”
เธอยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“คราวนี้แหละ ต้องทำให้พี่ธันวาเห็นว่าฉันก็มีด้านน่ารักเหมือนกัน”
แป้งร่ำที่นั่งข้าง ๆ เหลือบตามองสมุดแล้วถอนหายใจแรง ๆ
“แกเพิ่งหายป่วยแท้ ๆ จะหาเรื่องอีกแล้วเหรอ ไม่ใช่ทำอาหารแล้วไฟไหม้ครัวนะ”
“อย่าดูถูกกันสิ รอบก่อนขอบใจมากนะ พี่ธันวาดูแลฉันตอนป่วยดีมากเลยอะแก และครั้งนี้ก็ไม่ใช่การการหาเรื่องนะ นี่มันคือการรุกขั้นต่อไปต่างหาก ถึงเขาจะดูห่วงใยหรือดีกับฉัน แต่เขาก็ยังไม่ได้สารภาพรักสักหน่อย ไม่แน่เขาอาจแค่สงสารที่ฉันป่วยแล้วไม่มีใครดูแลก็ได้”
“ฉันกลัวแกทำครัวไฟไหม้จริง ๆ นะ ฝีมือการทำอาหารของแกก็สุดยอดจริงๆ นั่นแหละ” แป้งร่ำยกนิ้วก่อนทำหน้าเหยเก
“ไม่หรอกน่า คราวนี้ฉันเตรียมตัวมาแล้ว” มะนาวชูนิ้วโป้งมั่นใจเต็มร้อย แป้งร่ำเท้าคางมองเพื่อนแล้วยิ้มแหย ก็เห็นเต็มร้อยทุกรอบ เหลวทุกรอบ
บ่ายวันเสาร์ มะนาวเชิญแป้งร่ำ ธันวาและนที มาที่ห้องพักของเธอโดยอ้างว่าจะเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยดูแลตอนป่วย
ครัวเล็ก ๆ เต็มไปด้วยเครื่องปรุงวางระเกะระกะ กลิ่นน้ำมันเริ่มลอยฟุ้งตั้งแต่เธอยังไม่ได้เปิดเตา
“น้องมะนาวแน่ใจนะครับว่าทำอาหารได้จริง ๆ” นทีถามพลางหัวเราะขำ ๆ
“แน่นอนค่ะ! วันนี้จะโชว์เมนูเด็ดให้ดู” มะนาวทำท่าฮึกเหิม
ธันวายืนพิงเคาน์เตอร์ห้องครัว มองด้วยสายตาเอ็นดู
“พี่ขอเตือนก่อนนะ ถ้าเกิดครัวระเบิดขึ้นมา พี่จะไม่ช่วยเก็บนะ” มะนาวเชิดหน้า หยามกันเกินไป เดี๋ยวจะทำให้ดูว่าอาหารรสเด็ดมันเป็นยังไง
“อย่ามาดูถูกหนูเชียวนะคะ”
เสียงฉ่า! ดังขึ้นเมื่อเธอเทน้ำมันลงกระทะ ไฟพุ่งขึ้นจนแป้งร่ำร้องกรี๊ด
“เฮ้ย! แกจะทอดไก่หรือเผาบ้านกันแน่นี่”
“โอ๊ย ใจเย็น ๆ นี่มันยังแค่เริ่มต้นเอง!” มะนาวรีบคว้าตะหลิวคนไปมา แต่แทนที่จะได้กลิ่นหอม กลับมีกลิ่นไหม้โชยแรง
“น้องมะนาว…นั่นมันเริ่มดำแล้วนะครับ” ธันวาทักเสียงนิ่ง หน้านิ่ง แต่แววตากลับขำ
“มะ ไม่หรอกค่ะ พี่ลองรอดูอีกแป๊บ รับรองกรอบอร่อยแน่ ๆ ค่ะ” คนพูดยืนเสียไกล มีเพียงแขนที่ขยับไปพลิกไก่ทอดในกระทะอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะกลัวน้ำมันที่ร้อนฉ่าจะกระเด็นใส่
ไม่ถึงหนึ่งนาทีถัดมา ไก่ชิ้นหนึ่งดีดน้ำมันกระเด็นออกมา จนมะนาวสะดุ้งทำตะหลิวหลุดมือ
“ว้าย!” ธันวารีบก้าวเข้ามาด้านหลัง ดึงแขนเธอออกห่างจากเตาในทันที
“พอแล้ว เดี๋ยวจะได้แผลจริง ๆ” แขนแกร่งโอบประคองเอวบางแน่น ทำให้หัวใจของมะนาวเต้นแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
“ขอโทษค่ะ หนูทำพังอีกแล้ว”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์แล้วว่าแม่ศรีเรือนยังต้องฝึกอีกเยอะ”
“พี่ธันวา!” มะนาวตีแขนเขาเบา ๆ แต่แก้มกลับแดงก่ำ
สุดท้ายธันวาลงมือทำอาหารเสียเอง โดยมีมะนาวเป็นลูกมือ นทีกับแป้งร่ำอ้างว่าจะลงไปซื้อขนมกับเครื่องดื่ม เพราะอยากให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้คนอยากจีบได้ถูกจีบสมใจ
“พี่ธันวาทำอาหารคล่องจังค่ะ” เธอมองร่างสูงที่สวมผ้ากันเปื้อนทำอาหารอยู่หน้าเตาแล้วถึงกับทึ่ง
“พ่อพี่ชอบทำอาหารน่ะครับ เลยสอนพี่ทำอาหารด้วย”
“พ่อพี่ก็ทำอาหารเก่งเหรอคะ แปลกจังปกติผู้หญิงจะทำอาหารไม่ใช่เหรอคะ”
“เคยดูรายการแข่งขันการทำอาหารไหม เชฟดังๆ หลายคนก็เป็นผู้ชายนะครับ แถมเชฟผู้ชายยังเยอะกว่าผู้หญิงอีกด้วย”
“ก็จริงนะคะ”
“พ่อพี่ชอบทำอาหารให้แม่พี่กินครับ บ้านเรามีธรรมเนียมอยู่ว่าผู้ชายต้องทำอาหารเก่ง จะได้ทำให้ผู้หญิงที่รักกิน”
“ใครได้เป็นภรรยาพี่ธันวาคงโชคดีมาก ๆ เลยนะคะ”
“อยากเป็นไหม”
“แค่ก แค่ก แค่ก” เธอสำลักตบอกไปเพราะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มพอดี
“พี่ว่าอะไรนะคะ”
“ของดีมีครั้งเดียว” ในขณะที่โต้ตอบกับเธอมือของเขาก็สาละวนกับการทำโน่นทำนี่ สมาธิเขาโคตรดี ดูหล่อ เท่ห์ มีเสน่ห์ น่าดึงดูด น่าค้นหา และน่าจับทำสามีที่สุด อย่างหลังทำให้เธอกัดปากตบหน้าผากตัวเอง โทษว่าฮอร์โมนพลุ่งพล่านจนเกินไป ถึงได้คิดทะลึ่งกับเขาทุกวินาทีแบบนี้
หลังจากนี้ต้องไปวิ่งรอบสนามวันละยี่สิบรอบฮอร์โมนจะได้ไม่พลุกพล่าน ไม่นานคนที่อ้างว่าไปซื้อขนมกับเครื่องดื่มก็กลับขึ้นมาบนห้องพักอีกครั้ง ทั้งสี่จึงได้รับประทานอาหารพร้อมกัน
