บทที่ 3
“มะลิ วันนี้ขอยืมตังค์สักสามร้อยสิ”
เสียงอ่อย ๆ ของพี่สะใภ้ดังขึ้น ทำให้คนตัวบางที่กำลังสาละวนเตรียมการออกไปขายของประจำวันของหล่อนหันขวับ แล้วมองเหมือนค้อน ทางนั้นรีบเอ่ยปากบอกรัว ๆ เพราะกลัวน้องสามีจะไม่ยอมควักให้
“พี่ขาดเงินอีกเท่านั้นอะ จะพอค่านมหลาน นะมะลินะ ต้องส่งไปให้แม่พี่วันนี้ด้วย นมหมดแล้ว”
“เอาเลขบัญชีมาสิ เดี๋ยวโอนให้”
มะลิว่าแม้จะหน้าเง้า แต่ก็โอนไวเมื่ออีกฝ่ายอ้างหลาน แถมโอนเกินด้วยเป็นห้าร้อย พลางเอ่ยลอย ๆ แบบไม่มองหน้าพี่สะใภ้
“ไม่ต้องคืนก็ได้ ถือว่าให้หลาน ขอแค่พี่อะออกไปทำมาหากินจริงจังบ้าง อย่ามัวแต่เล่นอีเกมยิงปลา ผลาญเงินเล่นไปวัน ๆ การพนันมันไม่เคยทำให้ใครรวย ลบ แอปออกจากโทรศัพท์ด้วยเลยก็ดี”
“จ้ะ ๆ พี่ไม่ได้เล่นแล้วนะเกมนั้นน่ะ ไม่เล่นพนันแล้ว”
พลอยใสรีบออกตัว แล้วยิ้มแป้นส่งให้กับมะลิเมื่อเห็นว่าเงินเข้าในบัญชีเท่าไหร่
“พี่ไปจัดการโอนเงินให้แม่ก่อนนะ แล้วก็จะไปสมัครงานด้วย ฝากบอกพี่ชลด้วยล่ะ พี่อาจจะกลับค่ำ ๆ หน่อย”
“ไม่โทรบอกกันเองล่ะ”
มะลิทำเสียงห้วน หล่อนเป็นคนแบบนี้ลงได้ไม่ค่อยชอบนัก ก็คือไม่ค่อยชอบจะให้ตีสองหน้าจ๊ะจ๋าคะขา ก็กระไรอยู่ พลอยใสพี่สะใภ้นับว่าแสบไม่น้อย ทำร้ายหัวใจพี่ชายจอมซื่อบื้อของหล่อนบ่อย บ่อยจนหล่อนอยากจะหาอะไรตีหัวชลเอาหลาย ๆ ทีข้อหาว่าโง่นัก
หล่อนตวัดตามองพลอยใส ที่สวมเสื้อเอวลอย กับกางเกงขาสั้นจู๋ เสื้อฟิตรัดรูปเน้นขนาดบางส่วนที่ใหญ่โตเกินตัว ก็ควรจะเกินอยู่หรอก เจ้าหล่อนตอนแรกหน้าอก 32 กลายเป็น 38 เดินแบกจนปวดหลังก็เพราะไปเติมเพิ่มขนาดมา จะเงินใครล่ะ ก็เงินพี่ชลของหล่อนไง เงินเก็บหอมรอมริบไว้เท่าไหร่ แม่เมียคนสวยต้องมาคอยอ้อนไป เติมนั่น เติมนี่ พอเติมสวยเสร็จ หล่อนก็จะหายแว้บแอบหอบเงินไประริกระรี้กับกิ๊ก ทิ้งพี่ชายหล่อนให้ปวดใจน้ำตาไหล นั่งกอดขวดเหล้าพร่ำรำพันปานจะตายจะเป็น แต่สักพักหล่อนก็จะหอบหน้าแห้ง ๆ นมตู้ม ๆ ของหล่อนกลับมาซบอกชล ด้วยเหตุผลที่ว่าโดนของ ผู้ชายหลอก หล่อนไม่ได้ตั้งใจไม่ได้เจตนาเลว โดนของคุณไสยเก้าป่าช้าทำพิษ หล่อนเลยขโมยทองน้องผัว และขโมยเงินเก็บผัวหนีตามกิ๊กไปสามเดือน แล้วก็กลับมาพร้อมกับเหตุผลที่ว่า...
ชลให้อภัยตามเคย แถมพาเมียตระเวนทำบุญอาบน้ำมนต์แก้คุณไสย ยกพระที่ห้อยคอตัวเองมาตั้งหลายปีให้เมียห้อยอีกต่างหาก แต่โดนน้องสาวริบไว้ แล้วเอาของที่อื่นให้แทน โอ๊ย...ให้ไปได้ยังไงนะพี่ชายหล่อน ไม่รู้หรือไงว่าให้ไปมีหวังโดนเอาไปยักย้ายถ่ายเปลี่ยนแหง ๆพระสมเด็จ...มูลค่าตั้งเท่าไหร่ที่พ่อยกให้หล่อนองค์หนึ่งพี่ชายองค์หนึ่งก่อนท่านเสีย ของเก่าแก่ตกทอดมา ไอ้พี่ชายน่ะไม่รู้ราคา แต่น้องสาวน่ะรู้เต็ม ๆ เลยยึดไว้ มันเป็นของที่มีมูลค่าทั้งทางใจและทางเงิน ที่ถ้าเอาไปขายคงจะซื้อบ้านหลังใหม่ให้พี่ชายของหล่อนกับหล่อนได้เลยทีเดียวละ
ดีนะที่นังพลอยใสไม่สนใจเรื่องอะไรแบบนี้ ชลเองก็เอาห้อยเชือกดำและกรอบพลาสติกไว้ เลยดูเหมือนของไม่ค่อยมีมูลค่ามากนัก ยกเว้นใครจ้องใครมองจริงจัง แต่ก็แค่สงสัยเท่านั้นว่าคนระดับชลจะมีของแบบนั้นได้ยังไง แล้วก็มองผ่านไปเพราะนึกว่าของปลอม ส่วนของมะลิเธอเอาเก็บไว้อย่างดีในตู้แล้วล็อกกุญแจไว้ สวมเพียงสร้อยทองเส้นเล็กมูลค่าสองสลึงมรดกตกทอดจากแม่ และพระหลวงปู่ทวดกรอบทอง ทำงานมุมานะเก็บเงินซื้อสร้อยข้อมือให้แม่เป็นของขวัญให้ท่านอีกบาทหนึ่ง ซึ่งมันก็กลับมาเป็นของหล่อนอีกหนเมื่อแม่ตาย พี่สะใภ้ตัวดีเอาไปจำนำไว้ ดีนะไม่ขายไป หล่อนยังไม่มีเงินเอาออกก็เลยเร่งไปต่อดอกและขอร้องอาเฮียเจ้าของร้านแทบตาย กว่าทางนั้นจะยอม ตอนนี้ก็ยังไม่มีเงินไปเอาคืนต่อดอกไปเรื่อย ๆ ก็ยังดีที่มีวี่แววพอจะได้คืนมาบ้าง
มะลิคาดโทษไว้ว่า ถ้าทำอีก ไม่ว่าจะมีชู้ หรือว่าขโมยของในบ้าน โทษสำหรับพลอยใสสถานเดียวคือไปจากชีวิตของหล่อนและพี่ชาย ชลได้แต่มองน้องด่าเมียตาปริบ ๆ เพราะเถียงไม่ออก แล้วจำต้องรับปากน้องว่าถ้าเกิดเมียรักทำชั่วอีกจะยอมเลิก เอาลูกมาเลี้ยงแทน นี่มะลิเป็นแม่หรือน้องเขา เขาก็แยกไม่ออกแล้วทุกวันนี้
พอพี่ชายรับปากถึงขั้นสาบานแบบนั้น น้องสาวก็เลยจ้องจับผิดพี่สะใภ้จริงจัง คนเราสันดานจะอย่างไรก็คือคนแบบนั้น เปลี่ยนแปลงกันยาก หล่อนมองทะลุถึงเนื้อในของพลอยใสมานานแล้ว นั่นละ ถึงอยากกันพี่ชายให้ออกห่างจากผู้หญิงคนนี้
แต่เขานอนคุยกันก็อย่างว่า เธอมันนั่งคุย พี่ชายดูจะมีสติเป็นพัก ยามแม่นั่นทำฤทธิ์ แต่ก็อ่อนเปียกยังกับขี้ผึ้งยามเมียทำอ้อนขึ้นมา
เฮ้อ...
ไอ้เรื่องผัว ๆ เมีย ๆ รัก ๆ ใคร่ ๆ นี่ มะลิเห็นทีจะขอโบกมือห่างไกล เพราะไม่ว่าครอบครัวไหน ๆ คนรอบตัวก็มีแต่ปัญหา บิดามารดาหล่อนเองแม้จะตายจากกันก็ใช่จะราบเรียบ พ่อของหล่อนทำให้แม่ทุกข์มากไม่น้อยทีเดียว เรียกว่าคู่เวรคู่กรรมก็ไม่ผิดนัก เห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า แล้วตั้งปณิธานว่าถ้าเจอรักดี ๆ ไม่ได้ เจอผู้ชายระดับเทพบุตรในฝันไม่ได้ ก็ไม่เอาหรอกผัว ยอมนอนเป่าพัดลมให้เย็นโกรกไปวัน ๆ ครั้นจะบันเทิงกว่า
ผู้ชายระดับเทพบุตร...
มะลินึกแล้วก็ขำตัวเอง จริง ๆ เทพบุตรในฝันตามแบบเธอไม่ได้เลิศเลออะไรนักเลย แต่ก็เรียกไว้เสียสวยหรูนั่นแหละ
มองไปรอบ ๆ ตัวไม่ยักกะเจอไอ้ว่าที่เทพบุตรนั่นเลยสักทีสิน่า
เธออยู่ในสังคมระดับชาวบ้านร้านตลาดธรรมดา รู้จักกันหมดในละแวกนี้ว่าใครเป็นใคร ตัวเธอเองก็ใช่จะสูงส่งอะไรเรียนจบมอสามแล้วออกมาทำงานเพราะที่บ้านไม่เอื้อให้ร่ำเรียนได้สูง ๆ เหมือนคนอื่นเขา ประกอบอาชีพตอนนี้คือแม่ค้าชานม มีร้านเล็ก ๆ ในตลาดของตัวเอง มะลิมีความฝันอยากมีที่ดินสักแปลง ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ มีชีวิตแบบเกษตรกรรมครบวงจร อยู่กับธรรมชาติเหมือนตอนที่ครอบครัวเธออยู่ร่วมกันตอนที่เธอเป็นเด็ก ก่อนจะขายที่ทางย้ายมายังจังหวัดนี้ มาสู่วิถีอีกแบบหนึ่ง ที่เธอไม่ชอบเลยและฝันอยากกลับไปอยู่แบบนั้นมาตลอดเวลา
เธอเป็นคนขยัน ประหยัด จึงค่อย ๆ เก็บสะสมเงินทีละเล็กละน้อย เพื่อความฝันของตัวเอง เริ่มลงทุนให้เงินงอกเงยโดยการลงซื้อกองทุน ซื้อหุ้นทีละเล็กละน้อยตามที่ตัวเองพอจะทำได้ เงินร้อยหยอดทุกวันก็กลายเป็นพัน กลายเป็นหมื่น เธอมีความสุขที่ค่อย ๆ เห็นมันงอกเงย ความประหยัดขยันนี้สองพี่น้องมีไม่แพ้กัน ชลเองก็เป็นแบบนั้น เขาขับวินมอเตอร์ไซค์และรับงานเสริมเป็นคนส่งอาหารแบบเดลิเวอรี ซึ่งตอนนี้อย่างหลังดูจะทำเงินมากกว่าเขาเลยให้คนอื่นเช่าเสื้อวินแล้วไปขับรถส่งอาหารเต็มตัว ต่างจากน้องที่น้องขายของและมีเงินเก็บ ส่วนเขานั้นเงินมีแหละแต่โดนเมียทยอยสูบ จนแทบจะไม่เหลือ โดนน้องด่าแบบเช้าสายบ่ายเย็นก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ส่งให้ ยังความเพลียใจให้น้องสาวยิ่งนัก
พลอยใสเมื่อได้เงินแล้วก็เติมนั่นแต่งนี้เพิ่มบนใบหน้าของหล่อน พลางฮัมเพลงไปด้วย ฉีดน้ำหอมฟุ้ง แล้วเดินเหมือนจะลอยออกจากบ้าน คันปากอยากจะถามว่าไปสมัครงานอะไรถึงได้แต่งตัวขนาดนั้น แต่ก็น่ะ...พี่สะใภ้ของหล่อนมาจากแหล่งไหน ก็คงจะไปแหล่งนั้นละ พี่ชลของหล่อนแสนซื่อ อ่อนต่อโลก ไม่ทันเหลี่ยมหญิงจนน่าตี มีดีแต่หล่อ สมองมีไหมล่ะนั่น ? เลยไปคว้าผู้หญิง เด็กดริ๊งก์สไตล์มาทำเมีย เอ่อเห้อ
มีรักแท้ที่ไหนล่ะ ในบรรดาสาว ๆ พวกนั้น
ก็อาจจะมีอยู่บ้างนะ แต่ก็น้อยเหลือเกินจากที่หล่อนเห็นและสัมผัส พวกนี้รักสบาย และรักเงิน...มากกว่ารักตัวตนของผู้ชาย
เธอมีสัญญาสัจจะกับพี่ชายไว้ว่าจะเลิกกับแม่นี่ ถ้าพลอยใสยังแรดแบบเดิม
อืม...
มะลิยิ้มในหน้า สมองหมุนคิดเร็วจี๋ ว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะจับผิดพลอยใสได้
ถึงหล่อนจะเหมือนนางมารร้ายตอนนี้
แต่สักวันพี่ชายจะขอบคุณหล่อน
