บทที่ 2
“เมื่อคืนไปแรดไหนวะ”
เสียงห้วนติดดุของคนข้าง ๆ เอ่ยถาม ขณะที่เขากำลังแกะฝาครอบรถมอเตอร์ไซค์ไป หาวไปพลาง
“แถว ๆ นี้ละ”
สมชายยังคงหาว จนน้ำหูน้ำตาไหล พลพรหมมองแล้วก็ส่ายหน้านิด มือของเขาขยับเคลื่อนไหวทำงานอย่างคล่องแคล่ว ปากก็บ่นเพื่อนไปด้วย
“มึงอย่าซ่ามากนะไอ้เบิ้ม กับเรื่องแบบนี้ เอดส์แดก หนองในถามหานะมึง หรือไม่ก็กลายเป็นพ่อไม่ตั้งใจ ระวังเหอะ ชื่อเสียมึงกระหึ่มในละแวกนี้ ซุบซิบกันจนหูกูชาหมดละ”
“หึงพี่เหรอน้อง”
เขาว่า แล้วหัวเราะร่วนเมื่อเพื่อนถลึงตาใส่
“ไอ้ห่า กูไม่ได้หึง แต่กูห่วงมึงไอ้เบิ้ม มันจะเป็นเรื่องเป็นราวที่เป็นพิษกับชีวิตมึง กูเตือนเพราะห่วง ไอ้ห่า...”
“เอ้าด่า ๆ เกรี้ยวกราดแท้เมียพี่ หึ ๆ กูไม่เอาใครมาเป็นเมียน้อยมึงหรอกน่า กูไม่ให้สาวเข้าบ้านเดี๋ยวมึงจะเสียใจ”
“ไอ้...”
หนนี้นอกจากด่า หนุ่มขรึมตบะแตกลุกพรวดขึ้นง้างตีนหมายจะเตะ แต่หนุ่มกะล่อนที่ตั้งท่ารออยู่แล้วกระโดดหนี แล้วก็หัวเราะเมื่อเพื่อนหลุดฟอร์มวางมาด วิ่งไล่เตะเขา แล้วสองหนุ่มก็ออกกำลังกาย วิ่งไล่กันรอบอู่เสียอย่างนั้น พลอยพากันไม่ทำงาน เพราะวิ่งวนจนหมดแรง
อู่ของพวกเขาเป็นอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์เป็นหลัก รถใหญ่นาน ๆ จะรับสักคัน เพราะถนัดซ่อมมอเตอร์ไซค์มากกว่า โดยเฉพาะบิ๊กไบค์ มีชื่อเสียงในหมู่นักบิด เพราะสมชายกับพลพรหมเป็นสมาชิกสิงห์นักชิล ที่นัดกันไปท่องเที่ยวเป็นครั้งคราว ด้วยรถบิ๊กไบค์ สมาชิกในแก๊งส่วนมากก็เอารถมาซ่อมที่นี่ ต่อเติมที่นี่ ฝีมือช่างดีไม่วางยา ราคายุติธรรม ทำให้อู่ของช่างเบิ้มกับช่างพลมีงานมาไม่ขาด
พวกเขาเป็นหนุ่มโสดทั้งคู่ เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่มัธยม สนิทและรู้ใจกันแบบทุกซอกทุกมุม พวกเขาหลงไหลในเครื่องยนต์กลไกและความเร็วเหมือนกัน สมชายนั้นมาจากครอบครัวที่มีฐานะ มีลูกชายสองคน คนโตทำกิจการต่อจากพ่อแม่คือกิจการร้านอาหารที่มีถึงสิบสาขา พ่อน้องชายคนเล็กเลยได้มาทำงานตามที่ตัวเองรัก เพราะพี่ชายออกปากรับผิดชอบบริหารงานแทนเอง เขานาน ๆ ก็เข้าไปตรวจบัญชีบ้างอะไรบ้างกับสาขาแถวนี้ แบ่งกันช่วยดูแล ซึ่งสมชายก็แลดูมากกว่าจะดูแลเพราะว่าขลุกแต่ในอู่ อาศัยว่าไว้ใจผู้จัดการเก่าแก่ที่อยู่มานาน พี่ชายรับไปเจ็ดสาขา เขารับสามสาขา รับเงินเดือนน้อยกว่าพี่ชายตามความรับผิดชอบที่ได้ แบ่งกันแบบนี้ จริง ๆ เขาจะไม่รับด้วยซ้ำ แต่สมพงษ์บอกกับเขาว่า ยังไงก็ต้องเอา ยังไงก็ต้องทำ นี่คือกิจการครอบครัว ห้ามทิ้งกัน นั่นแหละเขาถึงได้รับไว้ แต่ก็เป็นการทำงานตามประสาเขาเพราะว่าไม่ชอบเท่ากับงานอู่ซ่อมรถ
ทุนรอนจากการสร้างกิจการมาจากสมชาย 100% ส่วนพลพรหมที่ไม่มีทุนเท่าเพื่อนมีมาแต่ตัวและฝีมือ เขามาจากครอบครัวที่ลำบากกว่าเพื่อนสนิท เป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่เรียนปวช. เพราะพ่อแม่เสียชีวิตหมด และดูแลส่งเสียตัวเองมาตั้งแต่นั้นด้วยสารพัดงานที่ทำ มันทำให้เขากล้าและแกร่ง ใช้ชีวิตไม่ประมาทเท่าเพื่อนรัก คอยอบรมสั่งสอนเพื่อนด้วยซ้ำ จนสมชายบอกว่าจะยกเป็นพ่ออีกคนไปแล้ว มีพลพรหมนี่ละที่ด่าเขาได้ เตะเขาได้ เพราะเขาเกรงใจเพื่อนรักยิ่งกว่าพี่ชาย เพราะคลุกคลีช่วยเหลือกันมาหลายเรื่อง
ตั้งอู่กันมาได้สามเดือนแล้วพอจะเห็นกำรี้กำไร ส่วนทุนก็ค่อย ๆ ทยอยคืนเพื่อนไป เพราะตกลงกันว่า 50/50 แม้สมชายจะบอกว่าค่อย ๆ ทยอยเอาก็ได้ แต่ พลพรหมก็ไม่ยอม บอกว่าเรื่องเงินยังไงต้องให้ชัดเจน เพราะเกรงว่าจะผิดใจกันทีหลัง
มีเพื่อนเป๊ะปัง ซื่อสัตย์ขนาดนี้ เขาเลยวางใจให้เพื่อนจัดการบัญชีและเรื่องเอกสาร ไปจนถึงเรื่องการซื้ออะไหล่ต่าง ๆ เขารับหน้าที่ทำงานซ่อมรถอย่างเดียว บางทีก็ให้พลพรหมช่วยไปจนถึงร้านอาหารของเขาด้วย เพื่อนรักไม่มีบ่น ไม่มีว่า ทำให้อย่างเต็มที่
เขาตั้งค่าเพื่อนไว้แล้วว่าพลพรหมคือเพื่อนตาย คนที่เขาจะทำให้ทุกอย่างเพียงแค่เพื่อนรักขอมา เขาก็พร้อมจะจัดไป เพียงแค่เพื่อนเอ่ยปากก็เท่านั้น...
ทำเลแหล่งนี้พี่ชายเขาเป็นคนหาให้ เป็นอาคารพาณิชย์ของสมพงษ์ที่เก็บหอมรอมริบไว้จากเงินเดือนที่ได้รับจากกงสีทุกเดือน เขาทำเรื่องกู้และผ่อนกับธนาคารไว้เป็นสินทรัพย์ส่วนตัว เพื่อให้เช่า และอาจจะขายถ้าได้ราคา เขาให้สมชายมาทำอู่ตอนแรกจะไม่รับค่าเช่าเพราะอยากช่วยน้อง เมื่อสมชายเห็นว่าตัวเองพอจะมีกำไร พอจะไปได้ เขาก็จ่ายเงินให้กับพี่ชายทุกเดือนเป็นค่าเช่า เขากำลังพิสูจน์ตัวเองให้พ่อแม่เห็นว่าสิ่งที่เขาเลือก คือสิ่งที่ทำให้เขาเลี้ยงชีวิตของตนได้ และไม่แน่เขาจะทำให้มันเจริญรุ่งเรืองได้ในอนาคต
หนุ่มไม่เอาไหน รักสนุกในสายตาบิดามารดา ที่ภาวนากันว่ามันจะเรียนจบรอด ปวส. ไหมนะ ให้ทำงานก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง ซิ่งไปแว้นมา คิดมาทำงานจริงจังเมื่อครึ่งปีนี้เอง ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าอยู่ในระหว่างดูผลงาน ดูใจไปยาว ๆ เรื่องงานหายห่วง จะห่วงกันก็แต่เรื่องครอบครัวนี่ละ สมพงษ์ผู้ในสายตาพ่อแม่คือลูกที่ไม่น่าเป็นห่วง เรียนดี มีครอบครัวแล้ว รับผิดชอบดี ก็ต้องเรียกได้ว่าลูกที่เพอร์เฟกต์ ส่วนสมชายนั้นเล่า...ก็ตรงกันข้ามกับพี่ทุกอย่าง ใครจะไม่ห่วงกัน
ถึงกับวางแผนกันไว้ว่าจะหาลูกเพื่อนสักคน มาให้ดูตัว
แต่สมพงษ์ก็ห้ามไว้พร้อมกับบอกว่าคงจะไม่ดีแน่ ๆ สงสารลูกเพื่อนของพ่อแม่ เดี๋ยวพวกท่านจะโดนถอนหงอกเอาละถ้าพ่อตัวดีทำไม่ดีเข้า นั่นละถึงได้หยุดชุดความคิดนี้กันในทันที
ด้วยหน้าตา รูปร่าง ที่เรียกได้ว่ากินกันไม่ลงของสองหนุ่ม มันก็ทำให้พวกเขาเนื้อหอมในละแวกนี้ หนึ่งหนุ่มใช้ความเนื้อหอมได้โคตรคุ้ม ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มใช้ความเนื้อหอมได้แบบมัธยัสถ์สุด ๆ เรียกได้ว่าเป็นสีสัน เป็นความบันเทิงของสาวโสดและไม่โสดในแถบนี้ได้มีอาหารตาอาหารใจ บางทีได้อาหารกายอิ่มจนจุกไปเลยล่ะ เพราะหนึ่งหนุ่มสุดซ่าอย่างสมชายชอบแจกจ่ายความบันเทิง
ใครจะมาหยุดหนุ่มร้ายเอวไวคนนี้กันได้นะ
ไม่รู้ว่าสาวคนนั้นจะโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่
