5
อัศวินมองหน้าเธอ ดวงตาฉายแววลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเย็น
“ก็ได้…พี่จะไปดูเขา แต่เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
ก่อนไปเขาหันมามองคนที่มองเมินไปทางอื่นอีกครั้ง
“หวังว่าเธอจะเลิกทำตัวเอาแต่ใจแบบนี้สักที”
ณิชารีย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ณิไม่ได้เอาแต่ใจค่ะ แค่ไม่อยากยืนอยู่ผิดที่”
อัศวินไม่ได้ตอบ เดินออกจากบ้านไปในทันที รู้สึกหงุดหงิดไปหมด เขาไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบ และหัวใจของภรรยาที่แตกสลายมากขึ้นกว่าเดิม
โทรศัพท์ของณิชารีย์สั่นเบา ๆ ขณะเธอนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านศิริกานต์ ขิมขวัญนั่งอยู่ไม่ไกล กำลังปอกผลไม้ให้เธออย่างเงียบ ๆ
หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมข้อความใหม่จากชนากานต์
ณิชารีย์กดเข้าไปดูโดยไม่ลังเล
ภาพแรกคืออัศวินนั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้
ภาพถัดมา เขากำลังป้อนน้ำให้หญิงสาวบนเตียงโรงพยาบาล
สายตา สีหน้า ท่าทาง ล้วนเป็นความใส่ใจที่เธอไม่เคยได้รับในฐานะภรรยา ณิชารีย์เบ้หน้าเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นผ่านอกเพียงชั่ววินาที ก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
“ส่งมาอีกแล้วเหรอ” ขิมขวัญถามเสียงเรียบ แต่แฝงความไม่พอใจ
“อืม” ณิชารีย์กดปิดหน้าจอ วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่ใยดี
“ช่างเขาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำไป” น้ำเสียงนั้นเรียบสงบเกินกว่าที่ขิมขวัญคาดไว้ ไม่ใช่เสียงของคนเสียใจ แต่เป็นเสียงของคนที่ ไม่อยากเสียใจอีกแล้ว
ในขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาลชนากานต์วางโทรศัพท์ลงหลังจากส่งรูปไปเรียบร้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ เมื่อเห็นข้อความถูกอ่านแล้ว แม้จะไม่ตอบกลับมาก็ไม่เป็นไร
เธอเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนแรงในพริบตา
“พี่วินคะ ขอบคุณมากๆ นะคะที่มาดูแลกานต์” เสียงหวานเอ่ยแผ่ว
“ไม่เป็นไร พักผ่อนเยอะๆ จะได้หายไว ๆ”
“กานต์รู้สึกเวียนหัว อ่อนแรงไปหมดค่ะ”
อัศวินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้
“นอนพักก่อน อย่าเพิ่งฝืน”
ชนากานต์ขยับตัวช้า ๆ คล้ายจะล้ม มือบางคว้าแขนเขาเอาไว้ในทันที
“ขอโทษนะคะ กานต์ไม่อยากรบกวนพี่วินเลยจริง ๆ แต่มันไม่มีใครจริง ๆ”
อัศวินถอนหายใจแผ่ว ๆ ภาพอดีตผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง บุญคุณ หนี้ชีวิตที่เขาไม่เคยลืม
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่อยู่ดูแลเอง”
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าของชนากานต์ ก่อนที่เธอจะเอนตัวพิงเขาอย่างแนบแน่น
ดวงตาคู่นั้นหลุบต่ำ ซ่อนแววเจ้าเล่ห์เอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
ในขณะที่ผู้ชายคนหนึ่งจำต้องดูแล ผู้หญิงอีกคนหนึ่งกลับเลือกที่จะไม่รอเขาอีกแล้ว
กว่าชนากานต์จะหลับลงจริง ๆ ก็ล่วงเลยเข้าดึกดื่นเที่ยงคืน อัศวินยืนมองหญิงสาวบนเตียงโรงพยาบาลครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนใจเบา ๆ อย่างอ่อนล้า
เขาขยับตัวออกมานั่งที่โซฟาใกล้หน้าต่าง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
หน้าจอสว่างขึ้น ไม่มีสายเรียกเข้า ไม่มีข้อความใหม่จากภรรยา คิ้วเข้มขมวดแน่นขึ้นเล็กน้อย
ปกติณิชารีย์จะโทร.มา ไม่ก็ส่งข้อความมาถามว่าเขาอยู่ที่ไหน กินข้าวหรือยัง เหนื่อยไหม แต่ระยะนี้เงียบสนิท เหมือนเธอหายไปจากโลกของเขาอย่างสิ้นเชิง
“อะไรกัน” เขาพึมพำกับตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ นิ้วมือเลื่อนหน้าจอไปมา ราวกับหวังว่าจะมีข้อความโผล่ขึ้นมาในวินาทีถัดไป
มีความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นอย่างไร้เหตุผล อัศวินกดโทร. ออกไปหาภาคินทันที ไม่นานปลายสายก็รับ
“ครับคุณวิน”
“วันนี้ณิโทร.ไปหานายไหม เขาถามถึงฉันบ้างหรือเปล่า” เขาถามตรงประเด็น
ภาคินเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบตามความจริง
“ไม่เลยครับ คุณณิไม่ได้ติดต่อมาเลยครับ” มือของอัศวินกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ไม่ได้ถามถึงฉันเลยงั้นเหรอ” เหมือนเขาพูดกับตัวเองมากกว่า รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
“ครับ” คำตอบสั้น ๆ นั้นยิ่งทำให้ความหงุดหงิดในอกปะทุขึ้นมาอีก
“ผู้หญิงนี่มันเอาใจยากจริง ๆ” เขาพ่นลมหายใจแรง ๆ
“เรียกร้องความสนใจไม่รู้จักพอ”
ภาคินไม่ได้ตอบโต้ เพียงแต่ฟังเงียบ ๆ
“เมื่อก่อนก็ตามฉันแทบทุกวัน ตอนนี้ทำเหมือนไม่มีตัวตน”
ภาคินอยากจะเถียงใจแทบขาดว่า ไม่ใช่เจ้านายเหรอที่ไปตามจีบเขาทุกวัน พาไปกินข้าว ซื้อดอกไม้ให้ ซื้อเครื่องเพชรและเครื่องประดับให้ ยังประมูลของล้ำค่าให้อีก
เห้อ... สงสัยทำงานจนสมองกลับ
“หรือว่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะง้อ”
ปลายสายยังคงเงียบ ภาคินรู้ดีว่าเจ้านายของเขากำลังสับสน แต่เลือกจะโทษคนอื่น แทนที่จะยอมรับว่าตัวเองกำลังรู้สึกขาดบางอย่างไป
“แกนี่มันไร้ค่าจริงๆ”
“อ้าว”
“ไม่ต้องมาอ้าว ฉันพูดกับแกอยู่”
“ผมก็ไม่รู้ครับ” ภาคินทำตาปริบๆ กับโทรศัพท์ คือเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีเหมือนกัน แนะนำไปก็กลัวโดนด่า
อัศวินกดวางสาย ก่อนจะเหลือบมองไปทางเตียงคนไข้ที่ชนากานต์หลับสนิท แล้วจึงก้มมองโทรศัพท์ในมืออีกครั้ง เงียบเหมือนเดิม ไร้การติดต่อจากภรรยา
ความรู้สึกหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดในอก แต่เขากลับไม่ยอมรับมัน เลือกจะคิดเพียงว่าณิชารีย์กำลังเอาแต่ใจ ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอแค่หยุดวิ่งตามเขา เท่านั้นเอง
วันถัดมา ภาคินเห็นสีหน้าเจ้านายก็ได้แต่หัวหด อีกฝ่ายเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมระเบิดทุกวินาที อะไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด
