6
อัศวินทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องทำงานส่วนตัว สีหน้าอ่อนล้า มือหนึ่งคลายเน็กไท อีกมือเคาะโต๊ะเบา ๆ อย่างคนหงุดหงิด
ภาคินยืนอยู่ไม่ไกล ถือแฟ้มงานอยู่ในมือ แต่สายตาแอบเหลือบมองสีหน้าเจ้านายเป็นระยะ
“ภาคิน”
อัศวินเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงความไม่สบอารมณ์
“นายว่า…ผู้หญิงเขาเป็นอะไรกัน”
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย
“เอ่อ…หมายถึงอะไรครับ”
“หมายถึงณิน่ะสิ อยู่ดี ๆ ก็เปลี่ยนไป ไม่โทร ไม่ถาม ไม่ง้อ ฉันงงนะ ทำตัวไม่ถูก หรือว่าผู้หญิงเขาต้องการความสนใจขนาดนั้น”
ภาคินกลืนน้ำลาย
“จะให้ผมพูดจริง ๆ เหรอครับ”
อัศวินหันมองลูกน้องคนสนิทในทันที
“ก็พูดมา”
“พูดแล้วอย่าโกรธนะครับ”
“ก็พูดมาก่อน ฉันดูเป็นคนขี้โมโหหรือไง”
ภาคินยิ้มเจื่อน ๆ ในใจคิดว่า ก็ประมาณนั้นแหละครับ แต่ไม่กล้าพูดออกมา
“คือพักหลังมานี้” เขาเริ่มอย่างระมัดระวัง
“คุณวินเอาแต่ทำงาน แทบไม่ได้กลับบ้าน แล้วพอคุณชนากานต์กลับมา ก็ไปหาเขาบ่อย”
อัศวินขมวดคิ้ว
“ฉันเพิ่งเข้ามาบริหารบริษัท นายเองก็รู้ว่าฉันยุ่งแค่ไหน ฉันก็อยากทำให้มันดีที่สุด จะพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวเห็น เขาเป็นภรรยาก็ต้องสนับสนุนฉันสิ”
“ไม่ผิดเลยครับ แต่คุณณิไม่รู้นี่ครับ” ภาคินรีบตอบ
“มีอะไรก็ควรจะคุยกันไม่ใช่เหรอ” อัศวินถอนหายใจ
“ตอนแรกฉันก็คิดจะแต่งให้มันจบ ๆ ไป แต่พอแต่งแล้วฉันก็ไม่ได้อยากหย่ากับเขานะ กับกานต์ตอนนี้แค่รู้สึกผิดเท่านั้น”
“รู้สึกผิด?”
“กานต์าเสียเวลากับฉันตั้งหลายปี สุดท้ายไม่ได้แต่งงานกัน แถมครอบครัวยังรังเกียจเขาอีก ฉันเลยรู้สึกติดค้างเขาน่ะ”
อัศวินเว้นจังหวะ
“เขายังเคยช่วยชีวิตฉันเอาไว้ด้วย”
ภาคินพยักหน้า
“ผมรู้ครับ แต่จริง ๆ คุณวินก็ตอบแทนเขาไปเยอะแล้วนะครับ อีกอย่างคุณวินรู้สึกยังไงก็ต้องบอกคุณณินะครับ เธอไม่รู้หรืออาจจะเข้าใจผิดก็ไม่แปลก”
“ตอบแทนไปเยอะแล้ว กับกานต์น่ะเหรอ” เขาเป็นคนที่ไม่คิดเล็กคิดน้อย พอได้ยินประโยคของลูกน้อง เลยถามย้ำ พลางขมวดคิ้ว
“ก็ทั้งเงิน ส่งเรียน ช่วยเหลือครอบครัวเขามาตลอด”
ภาคินพูดตามตรง
“ถ้ายังจะเกรงใจ รู้สึกผิดแบบนี้ต่อไป คุณณิก็จะเข้าใจผิดไม่จบครับ”
อัศวินเงียบไปเล็กน้อย
“ผู้หญิงเป็นเพศที่ละเอียดอ่อนนะครับ” ภาคินพูดต่อ “ถึงจะเข้าใจเรื่องงาน แต่เขาก็อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียงบ้าง ยิ่งแต่งงานแล้ว ก็ควรเว้นระยะห่างจากผู้หญิงคนอื่น”
อัศวินเลิกคิ้ว
“นี่นายกำลังตำหนิฉันอยู่”
ภาคินสะดุ้ง หัวหดทันที
“เปล่าครับ ผมแค่เสนอความคิดเห็น”
อัศวินหัวเราะหึ ๆ
“เดี๋ยวนี้นายฉลาดขึ้นนะ”
ภาคินยิ้มแห้ง ๆ แต่ในใจกลับคิดอีกแบบ เจ้านายนี่เก่งทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องผู้หญิงจริง ๆ ที่ไม่รู้อะไรเลย
ซื่อซะจนไม่รู้เลยว่า บางคนไม่ได้อ่อนแออย่างที่แสดงออก ที่ยอมเพราะรัก ถ้ากำลังจะหมดรักจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ชนากานต์อาจจะไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิดก็ได้ แต่คำพวกนั้น เขาได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ
บรรยากาศในห้างสรรพสินค้าหรูเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคัก ณิชารีย์เดินเคียงข้างขิมขวัญ สีหน้าสดใสผิดจากช่วงหลายวันที่ผ่านมา มือบางเลือกหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาพิจารณาอย่างอารมณ์ดี
“ฉันว่าแกดูสดใสขึ้นนะ” ขิมขวัญพูดขึ้น พลางยิ้มกว้างให้เพื่อนรักฟันน้ำนมที่คบกันมายี่สิบกว่าปี
“แบบนี้สิถึงจะเป็นณิที่ฉันรู้จัก”
“ถ้าไม่มีใครมาทำให้อารมณ์เสีย ก็จะอารมณ์ดีแบบนี้แหละ” ณิชารีย์ตอบเรียบ ๆ แต่แววตาเป็นประกาย
อีกฟากหนึ่งของห้างสรรพสินค้า อัศวินกำลังเดินตรวจพื้นที่พร้อมภาคิน สายตาคมเข้มกวาดมองร้านรวงไปเรื่อย ๆ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างคุ้นตาอยู่ไม่ไกล
ณิชารีย์กำลังหัวเราะ หัวเราะอย่างมีความสุข ในแบบที่เขาไม่ได้เห็นมานานแล้ว
อัศวินหยุดยืนอยู่ตรงมุมหนึ่ง มองภาพนั้นเงียบ ๆ
“แยกจากฉันไป เธอดูมีความสุขจริง ๆ นะ” เขาพึมพำเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว
ภาคินเหลือบมองตาม ก่อนจะถามขึ้นอย่างระมัดระวัง
“คุณวินจะทำยังไงต่อครับ”
อัศวินเบือนหน้าหนี
“ไม่ต้องไปสนใจ” แต่คำพูดนั้น สวนทางกับการกระทำอย่างสิ้นเชิง
ไม่นานหลังจากนั้น ณิชารีย์กับขิมขวัญก็เดินเข้าไปในร้านแบรนด์เนมหรู พนักงานหญิงยิ้มกว้างกว่าปกติ
“วันนี้คุณผู้หญิงสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามสบายเลยนะคะ ไม่ต้องชำระเงินค่ะ”
ณิชารีย์ชะงัก
“หมายความว่ายังไงคะ”
พนักงานอึกอักเล็กน้อย
“คือมีผู้ใหญ่สั่งไว้ค่ะ”
ขิมขวัญเลิกคิ้วทันที
“ผู้ใหญ่ที่ไหน ใจดีขนาดนี้”
ณิชารีย์หันไปมองอีกทางหนึ่งของร้าน เพียงเสี้ยววินาที เธอเห็นร่างของภาคินและเงาคุ้นตาของใครบางคนที่รีบหลบสายตา
มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นช้า ๆ ไม่ใช่รอยยิ้มดีใจ แต่เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางคิดอะไรสนุก ๆ ออกมา
“ขิม” เธอกระซิบ
“วันนี้แกอยากได้อะไรบ้าง”
ขิมขวัญทำตาโต
“ถามทำไม หรือว่า”
“มีคนอยากเปย์ทั้งที” ณิชารีย์ยักไหล่
“งั้นเราก็ไม่ต้องเกรงใจแล้วล่ะ”
เธอหันไปหาพนักงานด้วยรอยยิ้มสุภาพ
“ขอดูเครื่องประดับคอลเลกชันล่าสุดด้วยค่ะ รุ่นที่แพงที่สุดน่ะค่ะ”
ขิมขวัญหลุดหัวเราะ
“เอาให้สมกับคนใจดีหน่อยสินะ”
ณิชารีย์พยักหน้าเบา ๆ
“เขาให้มาฟรี ๆ ก็รับไปสิ เดี๋ยวจะเสียน้ำใจ”
อีกฟากหนึ่งของร้าน อัศวินมองภาพตรงหน้าตาปริบๆ
“เธอดูมีความสุขนะครับ” ภาคินแอบพูดเบา ๆ
