เสี่ยวหยวน
พอได้ยินว่าไห่ซานกับไห่ชางจะเดินทางเข้าเมือง ซีซีก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองพวกเขา “ข้าไปด้วยได้หรือไม่”
นางไห่ซื่อหันมาอย่างรวดเร็ว “เจ้าจะไปเพื่ออันใด ร่างกายเจ้ายังไม่แข็งแรง ยังไม่ต้องไปหางานทำหรอก ที่ใดจะรับเจ้าเข้าทำงาน” นางคิดว่าซีซีอยากจะตามสองคนพี่น้องไปทำงาน เพราะเมื่อก่อนนางก็ถามอยู่เสมอว่าอายุเท่าใดถึงจะไปทำงานได้
“ข้ามิได้ไปทำงานเจ้าค่ะ เพียงแต่...” นางจะพูดเช่นใดเพื่อให้ทั้งสองยอมให้นางตามไปด้วย “ข้ามีของจะนำไปขายในเมืองเจ้าค่ะ”
“สิ่งใด เจ้ายังเหลือสมบัติของบิดามารดาเจ้าอยู่อีกหรือ” คนตระกูลกู้นำไปเสียจนหมด แล้วเกาจินซีนางจะมีสิ่งใดเหลือติดเรือนของนางได้
“พอมีเหลือเจ้าค่ะ ข้าซ่อนเอาไว้”
“อีกสองวันข้าจะไปซื้อของในเมือง เจ้าไปพร้อมข้าเถิด เมื่อครู่ก็อาเจียนเสียมากมาย วันนี้เจ้าพักผ่อนให้ดีเสียก่อน”
สุดท้ายซีซีก็ได้แต่พยักหน้ารับ เพราะนางไม่รู้ว่าต้องเข้าเมืองเช่นใด เมื่อไปถึงตัวเมืองก็จำต้องพึ่งพาพวกเขาหาร้านที่รับซื้อของอีก จึงยอมทำตัวว่าง่าย กินข้าวช่วยล้างจานเสร็จ นางก็กลับไปพักที่เรือนของนาง
ซีซีนางไม่มีสิ่งใดทำ จึงเข้าไปอยู่ในห้องพักของนาง หลังจากนอนพักจนรู้สึกสดชื่นแล้ว นางก็เดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ จนพบเข้ากับห้องด้านหลังที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้เข้าไปดูว่ามีสิ่งใด เพราะมันไม่ใช่ห้องของนาง
ภายในห้องมีชั้นตำราวางเรียงกันอยู่นับสิบชั้น โต๊ะนั่งกับพื้นที่วางอยู่กลางห้องมีเครื่องเขียนวางเรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่นางใช้ทุกสิ่งไม่เป็น อีกทั้งตำราที่มีอยู่เป็นตัวอักษรที่นางไม่เคยเห็น ต่อให้มีนางก็คงไม่ได้ใช้ประโยชน์จึงได้เลิกสนใจกลับออกไปด้านนอกแทน
นางคิดจะเดินไปนั่งรับลมที่ศาลา แต่ระหว่างทางที่เดินสะดุดล้มจนได้แผลที่ฝ่ามือ “บ้าจริง!!!” ซีซีหัวเสียไม่น้อย เพียงแค่เดินไม่ดูทางแค่แป๊บเดียวนางจะล้มไปได้
ซีซี เห็นว่าสระน้ำตรงหน้าน้ำใสสะอาด จึงเดินเข้าไปเพื่อล้างมือ “หื้ม...” ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นางเดินดีๆ จะล้มลงไปกับพื้นจนเกิดแผลได้อย่างไร
ต้องมีบางสิ่งอยากให้นางรู้ว่าน้ำในสระวิเศษเพียงใดเป็นแน่ แค่นางล้างมือในสระน้ำแผลที่มีเลือดซึมเมื่อครู่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ซีซีไม่คิดสิ่งใดให้มากมาย นางถอดเสื้อผ้าจนร่างกายเปลือยเปล่าแล้วลงไปแช่ตัวในน้ำทันที หากเป็นน้ำวิเศษเช่นที่นางคิด ร่างกายที่อ่อนแอบอบบางเหมือนลมพัดมาก็จะปลิวไปได้ทุกขนาดเช่นตอนนี้ จะต้องดีขึ้นเป็นแน่
แต่ซีซีนางคิดผิด พอนางลงไปอยู่ในสระน้ำทั้งตัว ความเจ็บปวดเจียนตายราวกับร่างของนางกำลังถูกแยกชิ้นส่วนทำให้นางร้องออกมาสุดเสียง “อ๊ากกก”
ในตอนที่สติกำลังพร่ามัว เสียงเล็กๆ ก็ดังขึ้นข้างหูของนาง “นายหญิงอย่าหลับนะเจ้าคะ” ซีซีนางปรือตาขึ้นมาเห็นผีเสื้อกลางคืนบินวนอยู่ใกล้หูของนาง
ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่อาจดึงความสนใจที่มันพูดได้ให้นางอยากจะรู้เลยสักนิด “ข้าน้อยเสี่ยวหยวน เป็นผู้ดูแลมิติแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดมองเห็นข้าน้อยนอกจากนายหญิงแห่งมิติเช่นท่าน” เสียงของเสี่ยวหยวนยังคงดังเจื้อยแจ้วตลอดเวลา “น้ำในสระนอกจากจะช่วยรักษาบาดแผลแล้ว ยังช่วยเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกสำหรับฝึกวรยุทธ์หรือฝึกตนด้วยเจ้าค่ะ”
“อืม” นางส่งเสียงตอบรับ แต่ทุกสิ่งล้วนไม่เข้าหูของนาง
ผ่านไปนับชั่วยามความเจ็บปวดที่ได้รับก็ทุเลาลง ซีซีนางจึงได้สติกลับมาหันไปสนใจเสี่ยวหยวนที่ยังคงบินวนอยู่ข้างๆ นาง “เจ้า...พูดได้”
“เจ้าค่ะ ข้าบอกท่านไปแล้วว่าข้าเป็นผู้ดูแลห้วงมิติแห่งนี้ ท่านเป็นนายหญิงของข้า เรื่องในมิติหากท่านสงสัยสิ่งใดสอบถามข้าได้เลยเจ้าค่ะ” นางร้องบอกอย่างกระตือรือร้น
“เมื่อครู่เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่ทำให้ข้าล้ม” นางหันไปมองเสี่ยวหยวนอย่างเอาเรื่อง
“เออ...เจ้าค่ะ ก็ท่านเข้ามาในมิติหลายหนแล้ว แต่ไม่คิดจะสนใจน้ำในสระเลยสักนิด ข้าอยากให้ท่านผสานร่วมเป็นหนึ่งกับมิติโดยเร็วจึงได้รีบช่วยเจ้าค่ะ”
“หึ ข้าเข้าออกทุกวัน มันยังไม่ใช่ของข้าอีกหรือ”
“ยังเจ้าค่ะ ถึงท่านจะใช้ส่วนเรือนพักของท่านได้ แต่ส่วนอื่นในมิติท่านยังไม่อาจเข้าถึงได้ทั้งหมด หากท่านเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกกลายเป็นผู้ฝึกตนเมื่อใด ทุกแห่งในมิติจะเปิดรับท่านเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง”
ซีซีถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย นางถูกฝึกมาทั้งชีวิตในโลกก่อน ยังต้องมาเรียนรู้การเป็นผู้ฝึกตนอีกหรือ “หากข้าไม่ต้องการเล่า” นางต้องการใช้ชีวิตเที่ยวเล่นไปวันๆ เท่านั้น
“ต่อไปท่านก็ไม่อาจใช้น้ำวิเศษในสระเพื่อรักษาได้อีก ตำราทั้งหมดที่อยู่ในห้องท่านก็ไม่สามารถอ่านมันได้ อีกทั้งของมากมายที่อยู่ในป่าจะไม่ใช่ของท่านด้วยเจ้าค่ะ” เสี่ยวหยวนยังไม่หยุดพูด นางยังบอกถึงข้อดีของการเป็นผู้ฝึกตนไม่หยุดปาก “หากกลายเป็นผู้ฝึกตนแล้ว นายหญิงจะแข็งแกร่งกว่าผู้ใด และยังมีเวลาให้เที่ยวเล่นได้อีกนับร้อยปี”
“หื้ม...อยู่ถึงร้อยปี ข้ายังจะเดินไหวหรือไม่ก็ยังไม่รู้”
