บท
ตั้งค่า

จะมีแต่เรื่องอัปมงคล

“คิก คิก...นายหญิงผู้ฝึกตนจะไม่แก่ชราเช่นมนุษย์ทั่วไปเจ้าค่ะ รูปร่างและใบหน้าของท่านจะหยุดอยู่ที่อายุยี่สิบห้าหนาว ถ้าหากท่านฝึกไม่ถึงขั้นเซียน อายุหกสิบหนาวท่านจะเริ่มแก่ชราลงเจ้าค่ะ”

“นวัตกรรมของคนยุคนี้ที่ไม่ต้องเพิ่งมีดหมอสินะ” ซีซีพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด แต่ทั่วแคว้นฉี ตอนนี้มีเพียงท่านผู้เดียวที่เป็นผู้ฝึกตนเจ้าค่ะ”

“...” ซีซีเม้มปากแน่น หากเป็นเช่นนั้นนางไม่กลายเป็นตัวประหลาดหรือ หากต้องมีชีวิตยืนยาวใบหน้าไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา นางไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนไปชั่วชีวิตหรือไง

เสี่ยวหยวนเหมือนจะเห็นความกังวลในแววตาของซีซี “บนแผ่นดินนี้มีผู้คนต้องการเป็นผู้ฝึกตนอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ไม่อาจหาหนทางได้ ในเมื่อท่านมีของดีอยู่กับตัว ฝึกเถิดเจ้าค่ะ เชื่อข้า...มันจะเป็นผลดีต่อท่านในภายหน้า”

สุดท้ายซีซีก็เชื่อในคำพูดของเสี่ยวหยวน นางเริ่มฝึกเดินลมปราณตามคำแนะนำของเสี่ยวหยวนทุกอย่าง แต่ในทุกวันก็ยังต้องออกไปโผล่หน้าให้คนตระกูลไห่ได้เห็นพวกเขาจะได้ไม่เป็นห่วงนาง

“ซีเออร์ เจ้าไปทำสิ่งใดมา” เพราะรูปร่างของนางเปลี่ยนแปลงไป แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

ซีซีนางเองก็ตกใจไม่น้อยกับความเปลี่ยนแปลงของตนเอง จากรูปร่างที่บอบบางราวกับกิ่งหลิวลู่ลม ตอนนี้นางอวบอิ่มมีน้ำมีนวลสูงขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย จนเสื้อผ้าที่มีอยู่แทบจะสวมใส่ไม่ได้ ที่นางไห่ซื่อเห็นนางเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเป็นเพราะเสี่ยวหยวนพรางตาของผู้คนเอาไว้

“ข้าก็กินอาหารของเรือนท่านทุกวัน ย่อมต้องมีเนื้อหนังขึ้นมาบ้างเจ้าค่ะ”

“ดีๆ ข้าจะได้วางใจ ไปกันเถิด...เจ้าจะนำสิ่งใดไปขายเล่า” เพราะไม่เห็นตะกร้าใส่ของที่ด้านหลังของซีซี จึงคิดว่านางจะนำเครื่องประดับไปขาย

ซีซีตบที่อกของตนเองเบาๆ “ข้าซ่อนเอาไว้ในนี้เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด” ตัวนางยังไม่รู้เลยว่าเป็นสิ่งใด ผู้อื่นย่อมมองไม่ออกเช่นกัน ต่อให้เจอคนตระกูลกู้ก็ไม่อาจเข้ามาแย่งชิงของจากตัวนางได้

นับเป็นเรื่องดีของซีซีไม่น้อย ที่ออกจากเรือนก็ได้พบคนตระกูลกู้ที่ต้องขึ้นเกวียนวัวคันเดียวกัน “ข้าก็นึกว่าผู้ใด ไห่ซื่อเจ้าเลี้ยงดูหมาป่าตาขาว (คนเนรคุณ) ตัวนี้เอาไว้ ไม่กลัวหรือว่ามันจะขโมยของในเรือนของเจ้า” นางเฉาซื่อป้าสะใภ้ของเกาจินซี พูดถากถางออกมาเสียงดังไม่เกรงใจผู้ใด

ซีซีได้แต่มองพิจารณานางอย่างเงียบๆ เพียงแต่แววตาของซีซีที่ใช้มองทำให้นางเฉาซื่อขนลุกไปทั่วทั้งตัว จนนางต้องแสร้งหันไปมองทางนางไห่ซื่อแทน

“เหอะ ซีเออร์นางหรือเป็นหมาป่าตาขาว ข้าดูแลนางมานับปียังไม่เคยเห็นนางหยิบฉวยสิ่งใดในเรือนของข้าสักชิ้น กลัวก็แต่ว่า...ของที่นางหยิบไปจากเรือนตระกูลกู้จะเป็นของบิดามารดานางที่อยู่ในหลุมเสียมากกว่า พวกเจ้ามีเงินมากพอจะซื้อปิ่นเงินมาใช้เลยหรือ”

“จะ เจ้า” นางเฉาซื่อได้แต่ชี้นิ้วใส่หน้านางไห่ซื่อ เพราะทุกคำที่พูดออกมาล้วนเป็นจริง

ปิ่นเจ้าปัญหาที่นางโยนความผิดไปให้เกาจินซี เดิมก็เป็นของมารดาเกาจินซี นางอยากจะได้คืนจึงหยิบฉวยไปเก็บเอาไว้ แต่คนตระกูลกู้ต้องการทุกสิ่งที่สองสามีภรรยาทิ้งเอาไว้ และไม่ต้องการเลี้ยงดูเด็กอ่อนแอเช่นเกาจินซีจึงโยนความผิดไปให้นาง

“ท่านแม่ ท่านต้องสนใจอันใดเจ้าคะ ในเมื่อชาวบ้านก็รู้กันทั่วว่านางเป็นคนเช่นใด มิเช่นนั้น...จะถูกขับออกจากตระกูลหรือ” คนที่พูดเตือนสตินางเฉาซื่อที่โง่เขลาคือบุตรสาวของนาง กู้เม่ย

“หึหึ” ซีซีหัวเราะออกมาอย่างขบขัน

“หัวเราะอันใดของเจ้า!!!” นางเฉาซื่อหันมาตวาดซีซี

“ของที่พูดถึงว่าข้าขโมยมา” นางชี้ไปที่หัวของกู้เม่ยที่ปักปิ่นเงินเอาไว้ “อยู่บนหัวนางกระมัง”

“ใช่แล้ว ปิ่นที่เจ้าอยากได้เป็นของข้า ท่านพ่อเตรียมเอาไว้ให้ข้าใช้ตอนปักปิ่น” นางลูบปิ่นเงินและยิ้มเยาะซีซี

“อ้อ...ดีแล้วที่เป็นของบิดาเจ้าทำให้ หากมิใช่...กลายเป็นของคนตายขึ้นมาจะมีแต่เรื่องอัปมงคล” นางยิ้มเย็นมองสองแม่ลูกสลับไปมา

สองแม่ลูกตัวสั่นอยากเห็นได้ชัด ยิ่งเห็นสายตาของซีซีด้วยแล้ว ความกลัวก็เกิดขึ้นในใจ แต่หากดึงปิ่นออกก็เท่ากับยอมรับว่านางใช้ของคนตาย กู้เม่ยเลยใจแข็งยอมให้ปิ่นอยู่บนหัวเช่นเดิม

นางเฉาซื่อและนางไห่ซื่อมีความเห็นตรงกัน ดูเหมือนว่าเกาจินซีจะเปลี่ยนไปไม่น้อย นางไม่หวาดกลัวผู้คนจนหลบอยู่แต่ในเรือน ทั้งยังต่อปากต่อคำกับผู้อื่นได้

“ดูเหมือนว่านางจะเปลี่ยนไปไม่น้อย เจ้าสอนนางหรือ?” นางหันมาถามนางไห่ซื่อ

“ใช่แล้ว กับคนเช่นพวกเจ้าที่ซีเออร์นางพูดก็ไม่ผิดนัก หากมิได้ใช้ของคนตายก็ไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใด แต่หากเป็นของ...” นางไห่ซื่อสังเกตเห็นความกลัวในแววตาของสองแม่ลูกวูบหนึ่งจึงได้เอ่ยเยาะเย้ยออกมา

“พวกเจ้าไม่เกรงใจผู้อื่นเลยหรือ หากยังทะเลาะกันไม่เลิก ข้าจะไล่ลงจากเกวียนทั้งหมดเลย” เมื่อเจ้าของเกวียนวัวพูดแล้ว ทั้งสองฝ่ายจึงได้สงบปากลง มิเช่นนั้นคงได้เดินเท้าเข้าเมืองเป็นแน่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel