มีจริงหรือเนี่ย
นางไห่ซื่อกับไห่ฉิง ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำและต้มยาให้ซีซีนางกินจนเรียบร้อย ก็พากันกลับเรือนไป “ซีเออร์ พรุ่งนี้เช้าป้าจะมาดูเจ้า หนหน้าหากเจ้าเป็นอันใดอีกต้องรีบบอกกล่าวเล่า อย่าได้เก็บเงียบเอาไว้”
“ได้..เจ้าค่ะ” พอเห็นสีหน้าของสองสามีภรรยาตระกูลไห่ที่จ้องมองมาอย่างแปลกใจ ซีซีนางก็เปลี่ยนคำพูดให้ดูอ่อนน้อมขึ้น
“เจ้าพักผ่อนเถิด ข้าสองคนมาอยู่เรือนเจ้ามิได้กลับเรือนเลย ไม่รู้ว่าอาชางกับอาซานกลับมาที่เรือนแล้วหรือไม่ ข้าต้องรีบกลับไปทำอาหารให้พวกเขาเสียก่อน”
นางไห่ซื่อมีบุตรชายสองคน ทั้งคู่ทำงานเป็นเสี่ยวเอ้ออยู่ในเมืองรั่วเจียง ไห่ชางอายุสิบแปดหนาว ไห่ซานอายุสิบห้าหนาว ทั้งสองยังไม่มีผู้ใดได้แต่งภรรยา เดิมไห่ชางเตรียมจะแต่งงานกับสตรีในดวงใจแล้ว เพียงแต่บ้านเจ้าสาวเรียกค่าสินสอดมากถึงสิบตำลึงเงิน ชาวบ้านธรรมดาหนึ่งปีบางเรือนยังหาเงินได้ไม่ถึงสิบตำลึงเลย นางไห่ซื่อกับไห่ฉิงเลยให้บุตรชายเก็บเงินไปสู่ขอเอง ไห่ชางเก็บเงินมาได้หนึ่งปีได้เพียงห้าตำลึงเท่านั้น ฝ่ายเจ้าสาวที่ไม่ยอมรับเงินห้าตำลึง รอไม่ได้จึงได้แต่งให้คนอื่นไปเมื่อหลายเดือนก่อน ถึงแม้จะเสียใจแต่ในเมื่อมิใช่คู่กันย่อมพลัดพรากกันเป็นธรรมดา
นางไห่ซื่อแวะเวียนมาดูแลซีซีถึงสามวัน ร่างกายของนางถึงได้ฟื้นตัวลุกขึ้นจากเตียงทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง “ท่านป้า พรุ่งนี้ท่านไม่ต้องทำอาหารมาให้ข้าแล้วเจ้าค่ะ ข้าลุกออกไปหาอาหารเองได้แล้ว” อาหารที่นางไห่ซื่อทำมาให้นาง มีเนื้ออยู่ด้วยทุกมื้อ แม้จะเล็กน้อยก็ตาม นางรู้ว่าเนื้อที่ได้มาใช้เงินซื้อมาทุกครั้ง จึงเกรงใจไม่น้อย
“เจ้าหายดีแล้วจริงหรือ พักอีกสองวันดีหรือไม่ เมื่อวานเงินเดือนอาชางกับอาซานเพิ่งออก เลยซื้อเนื้อชิ้นใหญ่กลับมา ป้ายังคิดจะทำเนื้อตุ๋นเป็นมื้อเย็นมาให้เจ้า”
“ข้ามิเป็นอันใดแล้วจริงๆ เจ้าค่ะ รบกวนพวกท่านมาเสียหลายวัน ต่อไป...ข้าจะตอบแทนพวกท่านอย่างดี”
นางไห่ซื่อมองซีซีอย่างเห็นใจ “เรื่องภายหน้าอย่าเพิ่งพูดถึง เจ้าหายดีข้าถึงจะได้ไม่ผิดต่อบิดามารดาของเจ้า” เพราะเคยรับปากต่อหน้าหลุมศพของทั้งสองเอาไว้ ว่าจะช่วยดูแลเกาจินซีอย่างดี
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เป็นครั้งแรกที่มีชีวิตอยู่มาถึงสองภพ ที่ซีซีนางนึกขอบคุณผู้อื่นออกมาจากใจของนางจริงๆ
พอส่งไห่ซื่อกลับออกไปแล้ว ซีซีก็เริ่มสำรวจเรือนของตนเอง ถึงแม้จะมีคนอยู่อาศัย แต่เจ้าของก็เป็นเพียงเด็กสาวที่ทำสิ่งใดไม่เป็น เรือนจึงทรุดโทรมต้องซ่อมแซมหลายจุด
“ทุกสิ่งต้องใช้เงิน มีเงินในมือจะดีแค่ไหน” นางถอนหายใจออกมาเพราะทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยเงิน หากไม่มีเงินย่อมใช้ชีวิตอย่างลำบาก “หื้ม...” ซีซีมองสิ่งที่อยู่ในมือด้วยความไม่เข้าใจ
เมื่อครู่หลังจากนางพูดจบก็มีเงินมาปรากฏอยู่ในมือ เพียงแต่...เป็นเงินจากโลกก่อนของนาง จะนำมาใช้ที่นี่ได้อย่างไร “หากเปลี่ยนเป็นทอง...ไม่...” นางยังไม่ทันพูดจบ เงินที่เห็นเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นทองคำแท่งหนักหนึ่งร้อยบาทปรากฏขึ้นมาแทนที่ นางจำได้ดีว่าทองแท่งที่อยู่ในมือ คือค่าหัวเป้าหมายที่นางรับงานมา ทองพวกนี้เก็บอยู่ในที่พักของนาง
ทองหนึ่งร้อยบาทหนักประมาณหนึ่งพันห้าร้อยกรัม ซีซีที่ร่างกายเพิ่งจะฟื้นตัวถือเอาไว้นานไม่ไหว นางจึงกลับเข้าไปในห้องนอนของนาง มองก้อนทองตรงหน้าอย่างครุ่นคิด
“หรือว่า...จะตามมาด้วย” นางไม่เคยอ่านนิยายทะลุมิติ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องช่องเก็บของหรือมิติวิเศษที่ติดตัวนางเอกของเรื่องไปในยุคโบราณ ในเมื่อวิญญาณของนางหลุดมาถึงยุคโบราณได้ เรื่องประหลาดอย่างที่คิดก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้
ซีซีเค้นความทรงจำเดิมที่เคยไปนั่งในร้านกาแฟแล้วได้ยินพวกนักเรียน นักศึกษาพูดคุยถึงนิยายทะลุมิติ เนื้อหาส่วนมากนางเอกจะเข้ามิติส่วนตัวหรือต้องการเรียกของในช่องว่างออกมาใช้จะต้องทำเช่นใด
“ลองดู” นางไม่รู้ว่าในชีวิตที่ได้พบ จะเหมือนกับในนิยายที่เขียนเอาไว้หรือไม่ แต่ก็ต้องลองดูเพราะไม่มีทางไหนแล้ว
ซีซีหลับตา สูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าสู่ปอด นางนึกถึงห้องพักในชีวิตก่อนของตนเอง ร่างกายของซีซีเหมือนถูกดูดเข้าไปในอีกสถานที่หนึ่ง พอนางลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตนเองยืนอยู่หน้าที่พักในชีวิตก่อนของตนเอง เพียงแต่...รอบๆ บริเวณไม่ได้เป็นตึกสูงใหญ่ แต่รายล้อมไปด้วยสวนดอกไม้ ที่มีศาลาอยู่กลางสระน้ำขนาดใหญ่ ภายในสระน้ำยังมีปลาแหวกว่าย ดอกบัวหลากสีแข่งกันส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว
“มีจริงหรือเนี่ย” นางพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อ “พวกนักเขียนนิยายมันเคยหลุดเข้ามายุคโบราณแล้วนำกลับไปเขียนหรือว่า...จินตนาการขึ้นมาเองกันแน่” หากได้กลับไปแล้วนำกลับไปเล่าจะมีคนเชื่อนางหรือไม่ก็ยังบอกไม่ได้
ซีซีเดินสำรวจด้านนอกจนพอใจ ก็กลับเข้าไปในที่พักเพื่อดูว่าข้าวของด้านในเป็นเช่นเดียวกับที่พักของนางหรือไม่ ทุกสิ่งยังคงจัดวางเอาไว้เช่นเดิม เหมือนยกมันมาอยู่ในยุคโบราณตามนาง แม้แต่กระเป๋าใบใหญ่ที่นางถือกลับเข้ามาในวันที่จบชีวิต มันยังวางอยู่ในห้องทำงานไม่ได้ขยับไปที่ไหน
“มีเงินนับว่าเป็นเรื่องดี แต่มีทองเป็นห้องแบบนี้...เป็นเรื่องดีที่สุด” นางเงยหน้าหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
