ฉันจะเอาคืนให้เธอเอง
นางไม่ได้อยู่ในห้องพักหรูใจกลางเซี่ยงไฮ้หรือนรกอย่างที่คิดเอาไว้ จากสายตาที่มองเห็นนางกำลังนอนอยู่ในห้องเก่าทรุดโทรม ผนังทั้งสี่ด้านล้วนแต่กระดำกระด่างและมีราขึ้นอย่างไม่น่ามอง ในจะกลิ่นเหม็นอับที่อยู่รอบตัวทำให้นึกรำคาญจนอยากจะเผาทุกอย่างทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป
“ซีเออร์ ซีเออร์ เจ้าได้ยินเสียงป้าหรือไม่” นางไห่ซื่อยังคงร้องเรียกไม่หยุด
“ยายเฒ่าเข้าไปดูเถิด ข้าว่าชักจะไม่ดีเสียแล้ว” ไห่ฉิงเอ่ยอย่างกังวล นางไห่ซื่อจึงได้ผลักประตูเรือนเข้าไปดูด้านใน
ภายในเรือนดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่มาหลายวันแล้ว ถึงแม้เกาจินซีนางจะอยู่เพียงลำพัง แต่เรือนของนางก็สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ พอเห็นสภาพเรือนที่ไม่ได้ทำความสะอาด ต้นหญ้าเริ่มขึ้นให้ได้เห็น สองสามีภรรยาตระกูลไห่ก็รีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในเรือนด้วยความร้อนใจ
เมื่อผลักประตูห้องนอนของเกาจินซีเข้าไป ก็เห็นร่างผอมแห้งนอนนิ่งอยู่บนเตียง มีเพียงดวงตาที่มองมาทางทั้งสองคนอย่างระวังด้วย ทำให้รู้ว่านางยังคงมีลมหายใจอยู่
“สวรรค์!!! ซีเออร์ เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นหนักถึงเพียงนี้” นางไห่ซื่อรีบเดินไปสำรวจเกาจินซีที่นอนอยู่บนเตียง
“...” ซีซีรับรู้ได้จากความทรงจำของเจ้าของร่าง บุรุษและสตรีที่อยู่ข้างเตียงของนาง อยู่เรือนหลังไม่ห่างกันมากนัก ทั้งคู่มักจะนำอาหารมาแบ่งปันให้เจ้าของร่างอยู่เสมอ แต่ความระแวงที่มีเป็นทุนเดิมก็ทำให้นางยังไม่อาจวางใจลงได้
“ข้าจะไปตามหมอเส้ามาดูนาง”
“รีบไปตาเฒ่า!!!” นางไห่ซื่อผลักตัวสามีให้รีบออกวิ่ง ส่วนนางหันกลับมามองเกาจินซีด้วยความเห็นใจ “ข้าจะเช็ดตัวให้เจ้าก่อน” นางกำลังจะหันไปด้านหลัง แต่ถูกเกาจินซียึดจับมือเอาไว้
“ไม่...ไม่ต้อง” เสียงของนางเบาจนแทบไม่หลุดออกมาจากลำคอ
“ได้อย่างไรกัน เนื้อตัวของเจ้าล้วนไม่น่ามอง ประเดี๋ยวหมอเส้ามาตรวจอาการ เจ้าไม่อายหรือ”
เจ้าของร่างเดิมคงธาตุไฟแตกก่อนที่จะตาย ถึงได้ขับของเสียออกมาจนเปื้อนไปทั้งตัวเช่นนี้ ซีซีนางไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับตัว ทำได้แต่ยอมให้นางไห่ซื่อลงมือเช็ดตัว เปลี่ยนเครื่องนอนและเสื้อผ้าชุดใหม่ให้นาง นางไห่ซื่อดูคุ้นเคยกับข้าวของในเรือนตระกูลเกาอยู่ไม่น้อย นางลงมือจัดการทุกอย่างเสร็จก่อนที่ไห่ฉิงจะพาหมอเส้ามาถึง
หมอเส้าเป็นเพียงหมอเท้าเปล่าในหมู่บ้าน เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะตรวจอาการของเกาจินซีได้หรือไม่ เพราะจากสภาพของนางที่เห็น เขาคิดว่าสมควรขุดหลุมเตรียมฝังนางเลยจะดีกว่า
“เออ...” หมอเส้าถูกสายตาของแม่นางน้อยบนเตียงจ้องมองก็หนาวไปถึงขั้วหัวใจ แววตาของนางเหมือนมีดแหลมคมที่กำลังจะเฉือนเนื้อของเขาออกทีละนิด จนทำให้เขาพูดไม่ออก
“อาการของซีเออร์เป็นเช่นใดบ้าง ท่านตรวจรู้หรือไม่” นางไห่ซื่อถามออกมาอย่างร้อนใจ
“นางไม่เป็นอันใดมาก เจ้าไม่ต้องห่วง” ชีพจรของนางปั่นป่วนจนเขาไม่อาจบอกได้ว่านางเป็นอันใด แต่จากสายตาที่มองพิจารณานางในตอนนี้ เขาเชื่อว่านางมิได้เป็นอันใดมาก
“สวรรค์!!! เจ้าบอกว่านางไม่เป็นอันใดมากหรือ ดูสภาพของนาง แขนขาแทบจะขยับไม่ได้” นางไห่ซื่อไม่พูดดีกับหมอเส้าแล้ว
“เหอะ!!! หากเจ้าเก่งกว่าข้าก็มาจับชีพจรของนางเองเลย นางเพียงแค่อดอาหารหลายวัน ข้าจะจัดยาบำรุงให้ เจ้าก็หาข้าวหาน้ำให้นางกิน ไม่กี่วันก็ลุกขึ้นมาวิ่งได้แล้ว”
“จริงหรือ?” นางยังไม่อยากจะเชื่อ
“เอาเถิด หากหมอเส้าพูดเช่นนี้ ซีเออร์นางคงมิได้เป็นอันใดมาก เจ้าไปเตรียมหาข้าวหาน้ำให้นางกินเถิด ข้าจะตามท่านหมอไปรับยาของนาง”
“รีบไปเลยตาเฒ่า ส่วนค่ายา...”
“ไม่ต้อง ข้าไม่คิด” หมอเส้าโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เขาเองก็ไม่รู้เช่นกันเหตุใดถึงได้ใจดีกับนาง แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า อย่าไปคิดค่ายาของนางเลย
“หมอเส้า ท่านเมตตาซีเออร์ยิ่งนัก เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าเห็นท่านไม่คิดเงินผู้ใด” ไห่ฉิงที่เดินตามหมอเส้าออกไปเอ่ยชื่นชมไม่หยุดปาก
ภายในห้องนอนเหลือเพียงซีซีอยู่ผู้เดียว นางหลับตาลงหวนคิดเรื่องที่เกิดขึ้น ว่ามันเกิดบ้าอันใดขึ้นมา นางมาอยู่ที่ใดกันแน่ ผู้คนที่พบแต่งกายเหมือนคนในยุคโบราณ ทั้งภาษาที่ใช้ก็เช่นกัน
“ยุคโบราณ?” นางพึมพำอยู่บนที่นอน “บ้าไปแล้ว ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจอกับตกนรก...สิ่งไหนดีกว่ากัน”
ซีซี ได้ความจำของเกาจินซีมาทั้งหมด ทำให้นางได้รู้ว่าแม่นางน้อยเจ้าของร่างที่วิญญาณนางมาอาศัยอยู่ได้รับความทุกข์ใจมากเพียงใด เพียงแค่ต้องการสมบัติของเกาจินซี แต่ไม่ต้องเลี้ยงดูนางให้เปลืองเงินทอง ถึงต้องหาเรื่องใส่ร้ายนางและตัดขาดนางออกจากตระกูล จนต้องใช้แซ่เดิมของมารดา
คนในหมู่บ้านก็รังเกียจนางที่เป็นหัวขโมย ทุกครั้งที่ออกไปซื้อของหรือซักผ้าที่แม่น้ำ จะถูกพูดจาถากถางหรือไม่ก็ถูกเด็กๆ ในหมู่บ้านขว้างปาก้อนหินใส่ จนนางไม่กล้าออกไปที่ใด หากต้องการซื้อข้าวสารและของใช้หรือฝากของป่าไปขายก็ต้องให้สองสามีภรรยาตระกูลไห่เป็นผู้ช่วยเหลือ ผ้าก็ต้องไปซักหลังจากที่ทุกคนกลับเรือนเรียบร้อยแล้ว
“เด็กน้อย ฉันจะเอาคืนให้เธอเอง...” ซีซีกดยิ้มเย็นที่มุมปาก ใบหน้าของแต่ละคนที่เคยรังแกเกาจินซีเอาไว้ปรากฏขึ้นมาแจ่มชัด แม้เห็นเพียงครั้งเดียวก็จำได้ไม่ลืม
