พวกเจ้าลงไปนั่งทำอันใดกัน
เกวียนวัวใช้เวลาเดินทางมาถึงเมืองประมาณหนึ่งชั่วยาม ค่าเกวียนวัวคนละสองอิแปะ ค่าเข้าเมืองคนละหนึ่งอิแปะ นางไห่ซื่อเป็นคนออกให้ซีซีทั้งหมด พอนางเฉาซื่อกับกู้เม่ยเห็นก็มองซีซีด้วยสายตาที่ดูแคลน
เดินเข้าประตูเมืองไปได้ไม่กี่ก้าว ซีซีนางแสร้งนั่งยองๆ จับรองเท้านาง “ซีเออร์ รองเท้าเจ้าเป็นอันใด” นางไห่ซื่อหยุดถามอย่างเป็นห่วง
“เหมือนมีก้อนหินเข้าไปในรองเท้าเจ้าค่ะ” มือของนางกำก้อนหินเอาไว้ในมือ พอเห็นสองแม่ลูกตระกูลกู้เดินเข้ามาใกล้ ก้อนหินในมือสองก้อนก็ถูกขว้างออกไปโดยที่ไม่มีผู้ใดทันเห็น
“โอ๊ยยย” สองแม่ลูกล้มไปนั่งอยู่กับพื้น มือของทั้งคู่กุมอยู่ที่หัวเข่า ร้องโอดครวญอย่างน่าสงสาร
“ตายแล้ว!!! นั่น...พวกเจ้าลงไปนั่งทำอันใดกัน” นางไห่ซื่อร้องถามเสียงดัง คำพูดของนางดูเหมือนว่าจะเป็นห่วง แต่สายตาที่มองสองแม่ลูกเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบัง
นางเฉาซื่อดึงตัวบุตรสาวให้ลุกขึ้นยืน “พวกเจ้าทำร้ายข้ากับเม่ยเออร์ใช่หรือไม่” นางตวาดออกมาเสียงดัง
“เพ้ย!!! ข้ายืนอยู่ห่างเจ้าเสียเพียงนี้จะเข้าไปทำร้ายเจ้าได้อย่างไร พวกเจ้าสองแม่ลูกเดินไม่ดีแล้วยังจะมาโทษผู้อื่นอีก ซีเออร์ไปกันเถิด” นางไห่ซื่อดึงตัวซีซีที่ยังคงนั่งดูรองเท้าให้ลุกขึ้น
ก่อนที่ซีซีนางจะเดินตามนางไห่ซื่อไป นางหันกลับไปมองสองแม่ลูกแล้วกดยิ้มเย็นที่มุมปาก ทั้งสองเห็นรอยยิ้มของเกาจินซีก็ขนลุกไปทั่วทั้งตัว
“ท่านแม่ ทะ ท่านเห็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่ นะ นังจินซี มะมัน มันต้องเป็นคนทำพวกเราเป็นแน่” กู้เม่ยเขย่าแขนมารดา น้ำเสียงของนางสั่นเทาไปด้วยความกลัว
“มันจะทำพวกเราได้อย่างไร คงอยากจะเยาะเย้ยเสียมากกว่า” นางเฉาซื่อกัดฟันแน่นอย่างแค้นใจ นางทั้งแค้นใจและประหลาดใจที่เห็นเกาจินซีเปลี่ยนแปลงไปได้มากถึงเพียงนี้
ซีซีเดินตามนางไห่ซื่อไปที่ร้านแลกเงิน “เจ้าอยากขายสิ่งใดก็ขายที่นี่ได้เลย ไป...ป้าจะเข้าไปเป็นเพื่อนเจ้า ประเดี๋ยวเจ้าจะถูกกดราคา”
“ท่านป้า...ท่านต้องซื้อของหลายอย่างมิใช่หรือเจ้าคะ ข้าเข้าไปขายผู้เดียวได้ ข้าพอจะรู้ราคา ไม่มีทางถูกโกงแน่เจ้าค่ะ”
นางไห่ซื่อต้องซื้อของหลายอย่าง แต่ก็กลัวเกาจินซีนางจะขายได้ราคาน้อยกว่าที่ควร แต่พอเห็นแววตาที่มั่นใจของเกาจินซี นางไห่ซื่อก็พยักหน้ารับ “ได้ หากเจ้าขายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปหาป้าที่ร้านผ้าเข้าใจหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
นางไห่ซื่อหันกลับมามองอยู่หลายหน จนซีซีนางต้องโบกมือไล่ไม่ให้นางเป็นห่วง พอนางไห่ซื่อหายเข้าไปในกลุ่มคนแล้ว ซีซีก็เดินเข้าไปในร้านแลกเงิน ภายในร้านมีคนไม่มากนัก โต๊ะรับแลกเงินและรับซื้อสินค้าตั้งอยู่คนละฝั่ง ซีซีเดินเข้าไปหาชายชราโต๊ะด้านในสุด ที่ชาวบ้านแทบไม่ให้ความสนใจ
“ที่นี่รับแลกทองคำเปลี่ยนเป็นเงินหรือไม่” ซีซีเคาะโต๊ะเพื่อเรียกความสนใจจากเขา
ชายชราเงยหน้าขึ้นมามองพิจารณาซีซีเล็กน้อย พอเห็นว่าเป็นเด็กสาววัยยังไม่พ้นปิ่นปักก็คิดว่าทองที่นางนำมามีมูลค่าไม่มาก “รับ” เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ดูไม่ต่างจากขอทาน ดูท่าวันนี้ตนคงได้รับเงินส่วนแบ่งจากเถ้าแก่ไม่มากเป็นแน่ จึงมิได้ให้ความสนใจนางเท่าใด
ซีซีเองก็รับรู้ได้ว่าเขาไม่สนใจนาง แต่นางมาเพื่อแลกทองเป็นเงิน ได้มาของานทำ “ได้เท่าใด” ซีซีวางก้อนทองลงบนโต๊ะเสียงดัง
พอชายชราได้เห็นก็รีบคว้าไปซ่อนเอาไว้ด้านหลัง กลัวว่าลูกจ้างในร้านคนอื่นเห็นก้อนทองที่เด็กสาวเอามาแล้วจะมาแย่งตัวนางไปดูแลแทน “แม่นางน้อย เชิญเจ้าไปพูดคุยในห้องรับรองดีกว่า ทางด้านนี้” เขายิ้มเอาใจพร้อมกับผายมือเชิญไปที่ห้องรับรอง
คนงานในร้าน ร่วมถึงผู้ดูแลร้านได้แต่ชะเง้อคอมองอย่างสงสัย เพราะรู้ดีว่าหากลูกค้าคนใดถูกเชิญเข้าห้องรับรอง คนที่ดูแลจะได้รับเงินก้อนใหญ่ แต่พอจะตามเข้าไปช่วยดูแลแม่นางน้อยอีกแรง ก็ถูกชายชราตวาดไล่เสียงแข็ง “ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้า!!! ไปดูแลลูกค้าคนอื่น”
ซีซีได้รับการต้อนรับอย่างดี มีทั้งน้ำชาและของว่างให้นางได้เลือกกินดื่มได้ตามใจ “แม่นางน้อย ทองแท่งที่เจ้านำมาเป็นของเจ้าเช่นนั้นหรือ” เพราะดูอย่างไรก็ไม่น่าจะเป็นของนาง
“ข้าถือเข้ามา หากไม่ใช่ของข้าจะเป็นของผู้ใด เจ้ารีบคิดเงินมาให้ข้าเถิด ข้าต้องรีบไปจัดการเรื่องอื่นต่อ” นางไม่ต้องการให้นางไห่ซื่อสงสัยว่าเหตุใดถึงใช้เวลานาน
“ทองของเจ้าคุณภาพดีไม่น้อย” ชายชราเหลือบมองซีซีก่อนจะเอ่ยเรื่องราคา “สองพันตำลึงทองเจ้าเห็นเป็นเช่นใด”
ซีซีช้อนตาขึ้นมามองชายชราแล้วกดยิ้มที่มุมปาก ก่อนมาหากนางไม่ถามเสี่ยวหยวนเรื่องค่าเงินและราคาทองที่ขายได้ ราคาสองพันตำลึงทองนางคงยอมขายให้ง่ายๆ ไปแล้ว “เจ้าคิดว่า...ข้าเป็นหมูให้เจ้าเชือดได้ง่ายๆ หรือ ทั่วแคว้นฉีมีผู้ใดที่มีก้อนทองเช่นที่ข้ามีบ้างเจ้าลองไปหาดู ราคาต่อไปหากเจ้ายังพูดไม่เข้าหูข้า...ข้าจะไปขายที่ร้านอื่น” ในเมืองไม่ได้มีร้านแลกเงินเพียงร้านเดียวนางย่อมต้องขายให้ร้านที่ให้ราคานางดีที่สุด
