12 รอยยิ้มที่อยากรักษาไว้
แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์สะท้อนกับผืนน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ
จอมทัพมองเฌอลินน์ยืนกางแขนรับลมทะเลอยู่บนจุดชมวิวของเกาะ ใบหน้าหญิงสาวมีรอยยิ้มสดใส ลมทะเลพัดพาเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอให้พลิ้วไหวไปตามแรงลม จนเขาต้องยื่นมือไปช่วยทัดเส้นผมบางส่วนไว้ที่ข้างหูอย่างแผ่วเบา
“มองจากตรงนี้สวยมากเลยค่ะอาจอม” เฌอลินน์หันมาส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายตาเป็นประกายแห่งความสุข
“อาก็ว่าสวย แต่หมายถึงคนข้างๆ อานะ” จอมทัพเอ่ยเรียบแต่ก็ทำให้คนถูกมองถึงกับแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“พูดจาเอาใจเก่งขึ้นเยอะเลยนะคะ ตั้งแต่ยอมรับข้อตกลงแกล้งเป็นแฟนกันเนี่ย” เธอพูดแก้เขิน ย่นจมูกใส่เขาเล็กน้อย
“ก็เป็นแฟนกันแล้วนี่ครับ ถึงจะแค่สองเดือนและรู้กันแค่สองคนแต่อาก็ต้องทำหน้าที่แฟนให้ดีที่สุดสิ” ชายหนุ่มยิ้มแล้วมองหญิงสาวอย่างเอ็นดูในท่าทางเขินอายของเธอ
“เราไปกันเถอะค่ะเฌอหิวแล้วนะคะ”
“ไปสิ อาก็เริ่มจะหิวแล้วเหมือนกัน” เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กของเธอไว้แน่นแล้วพาเดินมาที่รถ
จอมทัพขับรถพาเฌอลินน์เดินทางไปยังร้านอาหารบรรยากาศดีที่ตั้งอยู่คนละฝั่งกับโรงแรมของเขา ตัวร้านตกแต่งเน้นความโปร่งและกลมกลืนกับธรรมชาติที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวทะเลมุมกว้างได้แบบสุดสายตา
อาหารหลายอย่างถูกนำมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ ทั้งกุ้งเผาตัวโต เนื้อปูก้อนโตผัดผงกะหรี่ หมึกไข่นึ่งมะนาว และต้มยำกุ้งน้ำข้น กลิ่นหอมฉุยทำเอาเฌอลินน์กลืนน้ำลายเพราะความหิว
“กินเยอะๆ นะ วันนี้คงเหนื่อยมาก ผู้จัดการชมใหญ่เลยว่าเฌอลินน์รับมือกับแขกต่างชาติได้ดีมาก” จอมทัพพูดแล้วตักหมึกไข่ใส่จานให้หญิงสาว
“เฌอบอกแล้วไงคะว่าเฌอทำได้ เรื่องแค่นี้สบายมากค่ะ” หญิงสาวยิ้มภูมิใจที่การทำงานวันแรกผ่านไปด้วยดี
“อาหารอร่อยไหม”
“อร่อยค่ะมากค่ะ อาจอมลองชิมอันนี้ดูสิคะ” เฌอลินน์ตักเนื้อปูชิ้นโตไปจ่อที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม จอมทัพรีบอ้าปากรับ สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเอ็นดู
แต่ในระหว่างที่กำลังทำอาหารท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกสายตาของเฌอลินน์ก็เหลือบไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน และกำลังนั่งลงที่โต๊ะริมกระจกไม่ไกลนัก
ผู้ชายคนนั้นคือไมเคิลชายหนุ่มทรงเสน่ห์ที่เคยเข้ามาจีบและชวนดื่มเมื่อวันก่อน วัยนี้ไมเคิลกำลังนัวเนียอยู่กับหญิงสาวชาวต่างชาติเรือนร่างเซ็กซี่ มือของเขาบีบคลึงสะโพกของหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่แคร์สายตาใคร ทั้งคู่แลกจูบกันอย่างดูดดื่มและพากันหัวเราะอย่างสนิท
เฌอลินน์จ้องมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกช็อก สะอิดสะเอียนและนึกสมเพชตัวเองที่เคยหลงเชื่อคำหวานของเขา
เขาเป็นเสือผู้หญิงอย่างที่คนของอาจอมสืบมาจริงๆ
หากเธอหลงกลไปกับคำหวานของไมเคิลและต้องไปนอนกับคนที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าไปทั่วแบบนี้มันคงเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดในชีวิตเธอแน่ๆ
เฌอลินน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า เขาเป็นผู้ชายอบอุ่น อ่อนโยน ให้เกียรติเธอเสมอ แม้กระทั่งเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดและความเผลอไผล เขากลับรู้สึกผิดเสียใจและพยายามทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความรู้สึกของเธอ
เฌอลินน์นึกขอบคุณจอมทัพอยู่ในใจที่ดึงเธอออกมาจากผู้ชายคนนั้น ถ้าต้องนอนกับคนอย่างไมเคิล มันคงแย่และน่ารังเกียจกว่าการนอนกับเขาเพราะอย่างน้อยคนที่ได้เรือนร่างของเธอไป ก็คือคนที่หวังดีกับเธออย่างจริงใจ
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” จอมทัพว่าเธอเงียบไปจึงถามด้วยความเป็นห่วงเขายื่นมือมาแตะหลังมือเธอเบาๆ
“เปล่าค่ะ เฌอแค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะค่ะ” เฌอลินน์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มหวานตอบกลับไป
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ทั้งคู่ก็เดินทางกลับมาถึงโรงแรม บริเวณชายหาดหน้าโรงแรมเงียบสงบ ลมทะเลพัดเย็นสบาย เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังเป็นจังหวะ จอมทัพชวนเฌอลินน์เดินย่อยอาหารในบรรยากาศที่โรแมนติก
ทั้งสองเดินคู่กันไปตามชายหาด มือหนาของจอมทัพเกาะกุมมือเล็กของเฌอลินน์ไว้ตลอดเวลาไม่ยอมปล่อย
“วันนี้สนุกไหมครับ” จอมทัพถาม สายตามองไปที่ท้องทะเลด้านหน้าที่มืดสนิท
“สนุกมากเลยค่ะอาจอม ตอนแรกเฌอนึกว่าจะเบื่อ แต่พอได้ไปช่วยงานที่ฟร้อน ได้คุยกับแขก ได้แก้ปัญหา มันสนุกแล้วก็ท้าทายมากเลยค่ะ เฌออยากช่วยงานอาจอมต่อจัง” เฌอลินน์หันมามองอ้อนๆ
“แต่เฌอต้องกลับพรุ่งนี้แล้วนะครับ”
“ใช่ค่ะ เฌอจองตั๋วเครื่องบินกลับวันพรุ่งนี้แล้วน่าเสียดายจังค่ะ อันที่จริงเฌออยากอยู่ช่วยอาจอมอีกสักสามสี่วัน อาจอมยุ่งจะตาย พนักงานก็ไม่พอ”
จอมทัพหยุดเดิน หันมามองใบหน้าหวานที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธออยากทำงานที่นี่ต่อ
“แล้วถ้ามีคนใจดี จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินใบใหม่ให้ล่ะครับ เฌอลินน์จะยอมอยู่ช่วยงานอาต่ออีกสักสามวันไหม”
“จริงเหรอคะ อาจอมจะจ่ายค่าตั๋วใหม่ให้เฌอเหรอ” เฌอลินน์ตาโตด้วยความดีใจ
“ถ้าเฌอลินน์อยากอยู่ช่วยอา อาก็ยินดีจ่ายให้” จอมทัพยิ้มเอ็นดู ยื่นมือไปบีบจมูกรั้นของเธอเบาๆ
“งั้นเฌออยู่ช่วยงานอาจอมต่อนะคะ”
“แต่... มันมีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่งนะครับ”
“เงื่อนไขอะไรคะ” เฌอลินน์ถามตาแป๋ว
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ อาต้องโทรไปขออนุญาตคุณยายพิกุลก่อนครับ ถ้าคุณยายอนุญาต อาถึงจะให้เฌออยู่ต่อได้”
พอได้ยินชื่อคุณยายพิกุลเฌอลินน์ก็หน้าเจื่อนลงเล็กน้อยด้วยความกังวล กลัวว่าคุณยายจะสงสัยหรือไม่อนุญาต
“ก็ได้ค่ะ อาจอมลองโทรดูนะคะ”
จอมทัพหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดสายหาคุณยายพิกุลทันที เขากดเปิดลำโพงเพื่อให้เฌอลินน์ได้ยินด้วย
“สวัสดีจ้ะตาจอม เป็นยังไงบ้าง หนูเฌอทำให้ปวดหัวหรือเปล่า” เสียงอบอุ่นของคุณยายพิกุลดังมาจากปลายสาย
“ไม่หรอกครับยาย วันนี้หนูเฌอก็มาช่วยงานที่โรงแรมด้วยครับ”
“จริงเหรอ ช่วยจริงหรือช่วยให้ยุ่งกันล่ะ”
“ยายคะ เฌอช่วยงานอาจอมจริงๆ นะคะ ตอนนี้พนักงานที่โรงแรมของอาจอมป่วย เฌอก็เลยไปช่วยเป็นพนักงานค่ะ” เฌอลินน์พูดแทรกขึ้นมา
“เฌอลินน์ช่วยงานที่โรงแรมได้จริงครับยาย ที่ผมโทรมาวันนี้ก็อยากจะขออนุญาตให้หนูเฌอช่วยงานที่นี่อีกสามสี่วันได้ไหมครับ ช่วงไฮซีซั่นแขกเยอะมาก พนักงานไม่พอแล้วยังมีพนักงานป่วยอีก หนูเฌอเรียนมาทางด้านการโรงแรมพอดี วันนี้ผมให้ลองมาช่วยงานผม เธอทำได้ดีมากๆ แขกประทับใจและพากันชมครับ”
จอมทัพหันมาสบตาเฌอลินน์ที่กำลังลุ้นจนตัวเกร็ง เธอกุมมือเขาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้น
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ทำเอาเฌอลินน์หัวใจเต้นตึกตักด้วยความลุ้นระทึก ก่อนที่เสียงหัวเราะเอ็นดูของคุณยายพิกุลจะดังขึ้น
“ถ้าหนูเฌออยากช่วยงานและไม่ได้เดือดร้อนอะไร ยายก็อนุญาตจ้ะ ดีเสียอีก จะได้ฝึกงานหาประสบการณ์ไปในตัว ยายฝากดูแลน้องด้วยนะ”
“ขอบพระคุณครับคุณยาย ผมจะดูแลหนูเฌอเป็นอย่างดีเลยครับ”
“ขอบคุณค่ะยาย เฌอจะตั้งใจช่วยงานอาจอมอย่างเต็มที่เลยค่ะ” เฌอลินน์บอกด้วยความดีใจก่อนจะวางสาย
“ตกลงเฌอลินน์อยู่ต่อนะครับ”
“ค่ะอาจอม” รอยยิ้มด้วยความดีใจของเฌอลินน์มำให้จอมทัพเบาใจว่าตอนนี้เธอเลิกคิดเรื่องเมื่อคืนไปบางแล้ว
“งั้นคืนนี้รีบกลับไปนอนพักนะพรุ่งนี้จะได้มีแรงตื่นมาช่วยอาทำงาน”
“อาจอมคะ เฌอขอไปช่วยงานกะกลางคืนด้วยได้ไหมคะ”
“ไม่ได้ครับ แค่ช่วยกลางวันก็พอ แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยครับเพราะยังไงอาก็ไม่ใจอ่อน” จอมทัพรีบพูดเมื่อเฌอลินน์ทำตาปริบๆ
“เฮ้อ....เฌอกลับไปนอนดีกว่าพรุ่งนี้จะได้ตื่นมาแต่งตัวแต่งหน้าสวยๆ ต้อนรับแขก” แล้วเฌอลินน์ก็เดินตัวปลิวกลับไปยังบ้านพักโดยมีจอมทัพเดินตามไปติดๆ