11 แฟนกันช่วงซัมเมอร์
คำถามของจอมทัพทำให้เฌอลินน์รู้สึกสมเพชตัวเองมาก เธอยิ้มทั้งน้ำตา
“อาจอมสงสารเฌอใช่ไหมล่ะคะ ถึงขอให้เฌอเป็นแฟน”
“อาไม่ได้สงสารหรอกนะ แต่อาคิดว่าถ้าเราลองคบกันดูมันก็ไม่เสียหายอะไรนี่ เฌออยากได้ประสบการณ์ ส่วนอาก็กำลังเหงา แต่การคบกันของเราจะไม่มีการบังคับให้อีกฝ่ายต้องทำในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการก็เหมือนตอนนี้ไงเราก็ทำตัวเหมือนเดิม”
“แล้วแบบนั้นมันจะเรียกว่าแฟนได้ยังไงล่ะคะอาจอม”
“ลองบอกอามาสิว่าคำว่าแฟนของเฌอมันคืออะไร”
“สำหรับเฌอคนที่เป็นแฟนกันต้องอยู่ด้วยกันมีอะไรก็ต้องคุยกันตลอด บอกว่าจะไปไหนทำอะไรอยู่ มีเวลาเที่ยวด้วยกัน แล้วอาจอมล่ะคะ”
“สำหรับอาคนที่เป็นแฟนกันต้องเข้าใจกัน ไม่จำเป็นต้องคอยรายงานกันตลอดเวลาว่ากำลังอยู่ที่ไหนและทำอะไรแค่เชื่อใจกัน เจอกันบ้างในเวลาที่ว่างแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาเพราะอาต้องทำงาน”
“คำว่าแฟนของเราสองคนไม่มีอะไรเหมือนกันเลยนะคะอาจอมเพราะฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย เราสองคนอยู่คนละGenกันค่ะ”
“อาก็ไม่ได้บังคับว่าเราต้องคบกันเป็นแฟนจริงๆ นี่ แค่บอกว่าช่วงสองเดือนนี้เราก็คบกันเหมือนแฟนไปก่อนพอหนูเฌอกลับไปที่โน่นอยากจะคบกับอาต่ออาก็ไม่ว่าอะไรหรือไปอยู่ที่นู่นแล้วจะลืมอาไปเลยก็ไม่มีปัญหา”
“เพราะอะไรถึงอยากทำแบบนี้คะ”
“อาอยากให้ช่วงเวลาที่เฌอลินน์อยู่ที่เมืองไทยเป็นช่วงที่มีแค่ความสุขและความทรงจำดีๆ”
“แล้วอาจอมจะลืมเฌอไหมคะ”
“อาก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ตอนนี้เรายังเจอหน้ากันอยู่เรื่องที่เกิดขึ้นมันก็ทำให้ลืมยาก แต่พอหนูเฌอกลับไปที่นู่น อาก็คงยุ่งกับการทำงานเหมือนเดิมส่วนหนูเฌอก็กลับไปเรียน กลับไปเจอเพื่อนเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่มันก็จะเป็นเพียงความทรงจำ อาไม่อยากให้หนูเฌออยู่ด้วยความรู้สึกผิดและความรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ลองสมมุติว่าเราเป็นแฟนกันจริงๆ สิเฌออาจจะมีความสุขกับเวลาที่เหลืออยู่สองเดือนก็ได้นะ”
“ที่อาจอมพูดมันก็น่าสนุกดีนะคะ เราแกล้งเป็นแฟนกันสองเดือนแต่.....”
“แต่อะไรครับ”
“เรื่องนี้จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะยายคงไม่ชอบใจเลยแน่”
“เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างอากับหนูเฌอ”
“ค่ะ แต่ถ้าจะแกล้งเป็นแฟนกันก็ต่อเลิกเรียกว่าหนูเฌอ”
“ทำไมล่ะอาว่าน่ารักดีนะ”
“เรียกแบบนั้นเหมือนอาจอมเป็นผู้ปกครองค่ะ” เฌอลินน์หัวเราะเบาๆ ตอนนี้เธอสบายใจมากขึ้น
“ตกลงครับเฌอลินน์”
“ทำไมอาจอมทำหน้าเครียดล่ะคะ หรือว่าเรื่องเมื่อกี้ทำให้อาหนักใจ”
“ไม่ใช่หรอกครับ” จอมทัพยิ้มแต่ในใจก็ยังเป็นกังวลและรู้สึกผิดกับคุณยายเพราะท่านฝากให้เขาดูแลเฌอลินน์แต่เขากลับเป็นคนทำลาย
จอมทัพรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตนเองทำไปเมื่อคืนมากๆ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะไม่ใจอ่อนยอมแพ้ต่ออารมณ์ของตัวเองเลย ตอนนี้เขาไม่รู้จะกลับไปสู้หน้ายายพิกุลยังไง จะพูดคุยกับท่านได้เหมือนก่อนไหมเขานึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ
“เฌอว่าตอนนี้อาจอมกำลังรู้สึกผิดกับคุณยายใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ อารักและเคารพคุณยายเหมือนยายแท้ๆ อาไม่รู้ว่ากลับไปจากที่นี่จะมองหน้าท่านได้อย่างเดิมหรือเปล่า” เขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกผิด
“เฌอก็รู้สึกผิดค่ะ แต่เราย้อนเวลาไม่ได้”
“ใช่ครับ อาว่าเรามองเวลาที่เหลือดีไหม” เขาไม่อยากให้เฌอลินน์คิดมากและจะพยายามให้เธอมีความสุขกับเวลาที่เหลือให้มากที่สุด
“ค่ะ”
“เฌอจะอยู่ที่เกาะเต่าถึงวันไหนครับ”
“เฌอจองตั๋วเครื่องบินกับวันพรุ่งนี้ค่ะ อาจอมล่ะคะ มาที่นี่เพราะเฌอหรือเพราะมาทำงานด้วยคะ”
“มาเพราะเฌอครับ คนของโรงแรมโทรไปบอกว่าเฌอสนิทสนมกับผู้ชายคนนั้นมากและเขาสืบมาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเสือผู้หญิงนอนกับผู้หญิงไปทั่วอาเป็นห่วงก็เลยบินมาดูแต่ตอนนี้กลายเป็นว่าต้องมาทำงานด้วยแล้วล่ะ”
“อาต้องทำงานด้วยเหรอคะ เฌอนึกว่าผู้บริหารไม่ต้องลงมาทำงานเอง”
“ก็จริงครับที่ไม่ต้องลงมาทำงานเอง แต่ตอนนี้พนักงานที่ล็อบบี้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ไปสองคน ผู้จัดการก็เลยต้องเข้ามาทำหน้าที่แทนส่วนอาก็ต้องดูแลความเรียบร้อยอื่นๆ แทนผู้จัดการ อาคงต้องอยู่ที่นี่อีกสักสามสี่วัน เฌอกลับไปก่อนอาแล้วเราเจอกันที่กรุงเทพนะ”
“ที่โรงแรมยุ่งมากเลยใช่ไหมคะ ช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะอยู่ด้วย”
“ใช่ครับ ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่นนักท่องเที่ยวมาเยอะเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ก็นักท่องเที่ยวเป็นชาวต่างชาติ พนักงานบางคนก็ภาษาอังกฤษไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่ฟร้อนก็เลยจะยุ่งวุ่นวายมาก”
“อาจอมก็จ้างพนักงานพิเศษมาเพิ่มสิคะ”
“อาก็อยากทำแบบนั้น แต่ช่วงนี้หาคนยากมากครับ” เขาถอนหายใจ
“อาจอมดูเครียดมากนะคะ”
“ครับ อาไปก่อนนะวันนี้เฌอพักผ่อนนะ กลางวันนี้อยากกินอะไรก็สั่งไปที่ห้องอาหารนะอาคงไม่ได้มากินด้วย ส่วนตอนเย็นอาจะพาไปดูพระอาทิตย์ตกดินมุมสวยๆ ของที่นี่”
“อาจอมคะ” หญิงสาวเรียกเสียงเบาอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่
“เฌอมีอะไรหรือเปล่าหรือไม่สบายตรงไหน” เขารีบเอามือมาแตะหน้าผากเธอเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง
“เปล่าค่ะ เฌอแค่อยากช่วย”
“อยากช่วยอะไรครับ”
“เฌออยากไปช่วยทำงานที่ฟร้อนค่ะ” เฌอลินน์พูดอย่างจริงจัง
“เฌอครับ อาเข้าใจนะว่าเฌออยากช่วยงานอา แต่งานที่ฟร้อนมันหนักและกดดันมากๆ ไม่ใช่แค่เราพูดจาทักทายแขกอย่างเดียวแต่เราต้องแก้ปัญหาและตอบคำถามเยอะแยะไปหมด บางครั้งก็ต้องรองรับอารมณ์ของแขกด้วย”
“แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีคนไปช่วยไม่ใช่เหรอคะ เฌอเรียนการโรงแรมมานะคะ ปิดเทอมที่แล้วก็เคยไปทำงานพิเศษที่โรงแรมมาด้วยนะคะ”เฌอลินน์บอกอย่างภาพภูมิใจ
“จริงเหรอครับ อาไม่เคยรู้เลยว่าเฌอเรียนอะไร”
“ตอนนี้อาจอมรู้แล้วจะยอมให้เธอไปช่วยงานหรือยัง”
“มั่นใจใช่ไหมว่าจะทำได้”
“มั่นใจค่ะ เฌอขอศึกษาข้อมูลห้องพักนิดหน่อยตอนนี้ก็เพิ่งจะสิบโมงกว่าเองแขกยังไม่เช็กอินหรอกใช่ไหมคะ”
“ครับ ตกลงจะไปช่วยงานให้ได้เลยใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ให้เฌอไปช่วยงานอาจอมแลกกับค่าที่พักนะคะ”
“โอเคงั้นก็ไปกันเลยไหมนะ”
“ค่ะ” หญิงสาวยิ้มตาเป็นประกายเพราะให้อยู่เฉยๆ ที่บ้านพักก็น่าเบื่อจนเกินไป
ชายหนุ่มพาเฌอลินน์ไปรู้จักกับผู้จัดการโรงแรมจากนั้นก็ให้พาเฌอลินน์ไปเปลี่ยนชุดพนักงาน ซึ่งบังเอิญว่าหญิงสาวตัวเท่าๆ กับผู้จัดการเลยสวมชุดของเธอได้อย่างพอดี
“เป็นไงคะอาจอมพอได้ไหม” หญิงสาวเดินเข้ามาหาจอมทัพในห้องทำงานหลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว
จอมทับเงยหน้าจากจอดโน้ตบุ๊กแล้วยิ้มเมื่อเห็นหญิงสาวในชุดฟอร์มพนักงานของโรงแรม
ผมสีน้ำตาลอ่อนที่มักปล่อยยาวตอนนี้ถูกเกล้าเป็นมวยแล้วติดด้วยดอกไม้เสริมให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
“เฌอลินน์ของอาสวยมาก”
“ก็คนมันสวยอยู่แล้วใส่ชุดอะไรก็สวยค่ะ” เธอรีบพูดกลบความอายเมื่อเห็นสายตาหวานเชื่อมที่จอมทัพมอง
“พร้อมทำงานแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ผู้จัดการเทรนงานแบบเร่งด่วนให้เฌอแล้วรับรองได้เลยว่าวันนี้แขกต้องประทับใจในการบริการแน่ๆ เลยค่ะ เฌอขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
“ตั้งใจทำงานนะเย็นนี้อาจะพาไปหาของอร่อยกิน”
“รับทราบค่ะ” เฌอลินน์ยิ้มสดใสทำให้จอมทัพก็ยิ้มตามไปด้วย