บทที่ 3: ศิลปะการ 'เท' (ระดับเทพ)
บทที่ 3: ศิลปะการ 'เท' (ระดับเทพ)
ลมหายใจอุ่นร้อนของคิงเป่ารดต้นคอผม ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันเกรียวกราวไม่ได้มาจากความหนาว แต่มาจากสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กำลังถูกผู้ล่าตะปบ น้ำหนักตัวของเขากดทับลงมาจนผมขยับหนีไม่ได้ มือหนาเริ่มซุกซนสอดเข้ามาใต้ชายเสื้อเชิ้ตบางเบา ปลายนิ้วสากลากไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบขึ้นมาเรื่อยๆ จนเกือบถึงยอดอก
"อื้อ..." ผมเผลอหลุดเสียงครางในลำคอ ร่างกายของไอ้ควีนนี่มันไวต่อสัมผัสเกินไปแล้ว!
"หึ... ปากบอกเก่ง แต่ร่างกายมึงซื่อสัตย์ดีนี่" คิงแสยะยิ้มร้าย ก้มลงมาเตรียมจะบดขยี้ริมฝีปากผม
ไม่ได้การ! ขืนปล่อยเลยตามเลย ผมก็กลับไปเป็นแค่ 'ที่ระบายความใคร่' เหมือนเดิมสิ เกมนี้ผมต้องเป็นคนคุม ไม่ใช่เขา!
ไวเท่าความคิด ผมยกมือขึ้น... ไม่ใช่เพื่อผลักไส แต่เพื่อโอบรอบคอแกร่งนั้นไว้ แล้วใช้นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเบาๆ ที่หลังท้ายทอยเขา เป็นสัมผัสที่ดูเหมือนเชิญชวน แต่แฝงไว้ด้วยการควบคุม
"เดี๋ยวก่อนสิครับบอส..." ผมกระซิบเสียงพร่า ช้อนตามองเขาด้วยแววตายั่วเย้า "รีบร้อนจังเลยนะ"
คิงชะงักไปนิดหนึ่งแต่ไม่ยอมถอย "กูมีสิทธิ์ กูซื้อเวลามึงแล้ว"
"ใช่ คุณซื้อ..." ผมยิ้มหวาน ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะปิดปากเขาเบาๆ "แต่เมื่อกี้... ผมเพิ่งช่วยชีวิตคุณไว้รึเปล่า?"
นัยน์ตาคมกริบของคิงหรี่ลง เขานิ่งรอฟังว่าผมจะมาไม้ไหน
"ถ้าผมไม่เตือน คุณอาจจะได้แผลกลับบ้าน หรือแย่กว่านั้น... ธุรกิจพันล้านของคุณอาจจะสะดุดเพราะข่าวมาเฟียยิงกันตายในห้อง VIP" ผมลากนิ้วผ่านริมฝีปากเขาลงมาที่ลูกกระเดือก แกล้งวนนิ้วเล่นตรงนั้นจนเขากลืนน้ำลายอึกใหญ่
"บุญคุณต้องทดแทนสิครับ... การเอากันน่ะ มันคือ 'หน้าที่' ของเด็กเลี้ยง แต่สิ่งที่ผมควรได้รับตอนนี้คือ 'รางวัล' ต่างหาก"
คิงเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มที่ดูอันตรายน้อยลง แต่ดูเจ้าเล่ห์มากขึ้น "มึงนี่มัน... ร้ายกว่าที่กูคิดนะควีน อยากได้อะไร? กระเป๋า? รถ? หรือคอนโดห้องใหม่?"
ผมหัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าช้าๆ "ของพวกนั้นผมหาเองได้... สิ่งที่ผมอยากได้ คือ 'งาน'"
"งาน?" คิงทวนคำเสียงสูง เหมือนได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบปี "งานอะไร? นอนอ้าขาให้กูบนเตียงนั่นคืองานมึงอยู่แล้ว"
ผมจิ๊ปากอย่างขัดใจ พลิกตัวเล็กน้อยให้เสื้อเชิ้ตเลิกขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ (ตั้งใจครับ) เผยให้เห็นเอวคอดกิ่ว "ผมหมายถึงงานที่ใช้สมองครับคุณคิง... ให้ผมมาช่วยดูแลคลับนี้"
"มึงเนี่ยนะ?"
"อย่าดูถูกกันสิ" ผมสบตาเขาอย่างจริงจัง แววตาขี้เล่นหายไปชั่วขณะ "ผมรู้ว่าบัญชีร้านคุณมีรูรั่ว ผมรู้ว่าลูกน้องบางคนของคุณแอบยักยอกเหล้าหลังร้าน... ให้โอกาสผม 1 สัปดาห์ ผมจะทำให้กำไรคลับนี้เพิ่มขึ้น 20% ถ้าทำไม่ได้... คุณจะล่ามโซ่ผมไว้บนเตียงตลอดชีวิตผมก็ยอม"
ข้อเสนอของผมทำให้คิงเงียบไป เขาจ้องลึกเข้ามาในตาผมเหมือนกำลังสแกนหาความลวง แต่ขอโทษที สกิลการแสดงของผมมันระดับออสการ์ ความเงียบโรยตัวอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะในลำคอ
"น่าสนุก... กล้าเอาตัวเองเป็นเดิมพันขนาดนี้" เขาก้มลงมาจนจมูกโด่งชนแก้มผม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้ม "ตกลง... กูให้โอกาสมึง 1 สัปดาห์ แต่ตอนนี้..."
มือหนาบีบเค้นเอวผมแรงขึ้น ความปรารถนาในดวงตาเขาลุกโชนชัดเจน "...ขอมัดจำก่อนแล้วกัน"
เขาโน้มหน้าลงมาเตรียมจูบอีกครั้ง จังหวะนี้แหละ!
ผมเอียงหน้าหลบวูบ ทำให้ริมฝีปากเขาเฉียดแก้มไปนิดเดียว ก่อนจะรีบฉวยโอกาสตอนเขาเผลอ มุดตัวรอดผ่านวงแขนแกร่ง ไหลลงจากโซฟามายืนบนพื้นได้อย่างสวยงาม
"อ๊ะๆ ... ข้อตกลงเริ่มพรุ่งนี้ครับบอส" ผมยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ส่งจูบยั่วๆ ให้เขาหนึ่งที "วันนี้ผมเหนื่อย... ขาไม่มีแรงเพราะ ใครบางคน ทำไว้เมื่อคืน ขอตัวกลับไปนอนเอาแรงมาทำงานพรุ่งนี้นะครับ"
คิงที่นั่งค้างเติ่งอยู่บนโซฟาในท่าเตรียมรุก หันขวับมามองผมด้วยสายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ อารมณ์ที่ค้างเติ่งทำให้หน้าเขาดูตลกพิลึก... ผสมปนเปกันระหว่างความหงุดหงิด ความเงี่ยน และความงุนงง
"ไอ้ควีน! มึงกล้าเทกูเหรอ!?" เขาคำรามเสียงต่ำ
"ไม่ได้เทครับ แค่ 'เก็บความอร่อย' ไว้กินทีหลังจะได้รสชาติดีกว่าเดิมไง" ผมขยิบตาให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ประตู
"ฝันดีนะครับป๋า... อย่าลืมจัดการตัวเองล่ะ"
ผมเปิดประตูเดินออกมาอย่างรวดเร็ว พยายามคุมจังหวะการเดินให้นิ่งสง่าที่สุด แต่ทันทีที่ประตูปิดลงลับหลัง... ขาผมก็อ่อนยวบจนต้องรีบเกาะกำแพงพยุงตัวไว้
หัวใจจะวาย! เสียงหัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุอก มือไม้สั่นไปหมด เชี่ยเอ๊ย... เกือบไปแล้ว เกือบโดนจับกินตับสดๆ อีกรอบแล้ว!
แต่พอนึกถึงใบหน้าเหวอๆ ของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่เมื่อกี้... ผมก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา สะใจว่ะ! รอเจอกันพรุ่งนี้นะครับเจ้านาย... เดี๋ยวไอ้ข้าวปั้นคนนี้จะปั่นให้หัวหมุนจนลืมทางกลับบ้านเลยคอยดู!
. . (ตัดกลับมาที่ในห้อง VVIP)
คิงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มือหนาลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกสติและดับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขามองประตูที่ร่างบางเพิ่งเดินจากไป แล้วมุมปากก็ยกยิ้มขึ้น... เป็นรอยยิ้มที่ต่างจากทุกครั้ง ไม่ใช่รอยยิ้มเหยียดหยาม แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่เจอเหยื่อที่ถูกใจ
"หึ... ตัวแค่นี้ ริอาจจะมาปั่นหัวกู"
เขาหยิบแก้ววิสกี้บนโต๊ะขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว นึกถึงสัมผัสยั่วเย้าที่ปลายท้ายทอยกับคำท้าทายอวดดีนั่น 'ล่ามโซ่ผมไว้บนเตียงตลอดชีวิตผมก็ยอม'
"เตรียมตัวเตรียมใจไว้เถอะมึง..." เขาพึมพำกับตัวเอง แววตาวาวโรจน์ "ครบ 1 สัปดาห์เมื่อไหร่... กูจะทบต้นทบดอกให้ลุกไม่ขึ้นเลย"
