บทที่ 4: การกวาดล้างของราชินี
บทที่ 4: การกวาดล้างของราชินี
The Empire Club, 16.00 น.
ผมก้าวเท้าลงจากรถตู้คันหรูที่คิงส่งไปรับ (คงกลัวผมหนีแหละ ดูออก) ด้วยมาดนางพญา วันนี้ผมไม่ได้มาในชุดยั่วสวาทเหมือนเมื่อคืน แต่มาในลุค Smart Casual กางเกงสแล็คสีครีมเข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขน สวมแว่นสายตากรอบทอง (พร็อพเสริมความฉลาด) ดูเผินๆ เหมือนลูกคุณหนูมาเดินตรวจกิจการ... ซึ่งก็ใช่ ผมมาตรวจกิจการจริงๆ
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในคลับ บรรยากาศช่วงบ่ายที่พนักงานกำลังเตรียมร้านก็เงียบกริบลง สายตานับสิบคู่มองมาที่ผม... มีทั้งแววตาดูถูก ขบขัน และสมเพช เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ แต่ผมได้ยินชัดเจน
"เมียเก็บคนนั้นมาทำไมวะ วันนี้บอสไม่อยู่ไม่ใช่เหรอ" "สงสัยมาตามผัวมั้ง มารยาทไม่ดีเลยว่ะ" "เห็นว่าเมื่อคืนโดนไล่กลับไปหนิ วันนี้ยังหน้าด้านมาอีก"
ผมกระตุกยิ้มมุมปาก เดินตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์บาร์ยาวเหยียดที่มี 'เจ๊แหม่ม' ผู้จัดการร้านสาวประเภทสองร่างท้วมยืนคุมลูกน้องอยู่ เจ๊แหม่มคนนี้แหละตัวดี ในความทรงจำของควีน นางชอบพูดจาเหน็บแนมและแกล้งส่งเครื่องดื่มผิดๆ มาให้
"สวัสดีครับเจ๊แหม่ม" ผมทักทายเสียงใส
เจ๊แหม่มปรายตามองผม หันไปกรอกตาใส่ลูกน้องทีหนึ่งแล้วหันกลับมา "อุ๊ย... คุณน้องควีน ลมอะไรหอบมาคะเนี่ย? วันนี้คุณคิงยังไม่เข้ามานะคะ ถ้าจะมารอ เชิญห้องรับรองด้านหลังค่ะ ตรงนี้เกะกะคนทำงาน"
นางเน้นคำว่า 'เกะกะ' ชัดถ้อยชัดคำ
"ผมไม่ได้มารอผัวครับ" ผมตอบกลับนิ่งๆ ดึงเก้าอี้บาร์ตัวสูงมานั่งไขว่ห้าง "แต่ผมมาทำงาน... ในฐานะ 'ผู้จัดการชั่วคราว' ที่คุณคิงแต่งตั้ง"
สิ้นประโยคนั้น เสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นรอบร้าน เจ๊แหม่มหัวเราะเสียงแหลม "โอ๊ย! ตลกตายชัก ผู้จัดการ? เมียเก็บอย่างหนูเนี่ยนะจะมาบริหารคลับ? กลับไปนอนทำสวยรออ้าขาให้บอสที่บ้านเถอะค่ะ อย่ามาวุ่นวายเรื่องของผู้ใหญ่เลย"
ผมไม่โกรธ... ยิ่งพวกมันประมาท ผมยิ่งชอบ "งั้นเหรอครับ? ถ้าเจ๊คิดว่าผมทำไม่ได้ งั้นขอทดสอบอะไรหน่อยสิ"
ผมเอื้อมมือไปหยิบขวดเหล้าวิสกี้แบรนด์หรูที่วางโชว์อยู่บนชั้นหลังบาร์... 'Blue Label' ขวดที่เปิดแล้ว "ขอน้ำแข็งแก้วนึง"
บาร์เทนเดอร์หนุ่มมองหน้าเจ๊แหม่ม พอเห็นเจ๊พยักหน้าส่งๆ ก็ตักน้ำแข็งมาวางกระแทกตรงหน้าผม ผมรินวิสกี้สีอำพันลงในแก้ว ยกขึ้นดมกลิ่น แกว่งเบาๆ แล้วจิบ รสชาติบาดคอ ร้อนวูบวาบลงไปในท้อง...
เพล้ง!
ผมปาแก้วใบนั้นลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่น! ทุกคนในร้านสะดุ้งโหยง เจ๊แหม่มกรีดร้อง "ว้าย! อีบ้า! ทำอะไรของมึงยะ! เหล้าขวดนั้นแพงนะเว้ย!"
"แพงเหรอ?" ผมเลิกคิ้ว ลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาหลังกรอบแว่นเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ "เหล้าปลอมผสมสี กับเอทานอลเกรดต่ำเนี่ยนะแพง?"
"มะ... มึงพูดอะไร! อย่ามากล่าวหากันมั่วๆ นะ!" เจ๊แหม่มหน้าซีดเผือด ตะคอกเสียงสั่น
"ผมเป็นนักต้มตุ๋น... เอ้ย! ผมเป็นคนลิ้นจระเข้นะเจ๊" (เกือบหลุด) "Blue Label ของแท้ กลิ่นต้องมี Note ของไม้โอ๊คกับผลไม้แห้ง รสสัมผัสต้องนุ่มลึก ไม่ใช่บาดคอเหมือนแดกทินเนอร์แบบนี้! ...ขวดนี้ของปลอม ผสมมาในอัตราส่วน 30 ต่อ 70 เพื่อลดต้นทุน... ส่วนต่างเข้ากระเป๋าใครครับ?"
ผมกวาดตามองบาร์เทนเดอร์ที่ยืนตัวสั่น แล้วมองกลับมาที่เจ๊แหม่ม "เอาบัญชีต็อกย้อนหลัง 3 เดือนมาดูเดี๋ยวนี้... หรือจะให้ผมโทรรายงาน 'ผัว' ผมตอนนี้เลยว่าเงินเขาหายไปไหนเดือนละหลายแสน?"
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแกล้งกดเบอร์คิง เจ๊แหม่มหน้าถอดสี ทรุดฮวบลงไปเกาะขาผมทันที "ยะ... อย่านะคะคุณควีน! อย่าบอกคุณคิง! เจ๊ยอมแล้ว!"
บรรยากาศในร้านพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ทันทีที่ความจริงถูกเปิดโปง พนักงานที่เคยดูถูกผมตอนนี้ก้มหน้างุดด้วยความกลัว ผมสั่งให้เอาสมุดบัญชีและสต็อกสินค้าทั้งหมดมากองตรงหน้า
ผมนั่งตรวจบัญชีด้วยความเร็วแสง (สกิลเก่า: คำนวณส่วนแบ่งการโกงมาทั้งชีวิต เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ) "ค่าสั่งซื้อน้ำแข็งเกินจริง... ค่าจ้างเด็กดริ้งค์ผีที่ไม่มีตัวตน... ค่าซ่อมบำรุงระบบไฟที่ซ่อมทุกอาทิตย์..." ผมร่ายยาวรายการทุจริตออกมาเป็นชุด เจ๊แหม่มและพวกพนักงานตัวแสบหน้าซีดเป็นไก่ต้ม
"รวมๆ แล้วเดือนนึงเงินหายไปเกือบล้าน..." ผมปิดสมุดบัญชีดังปับ! เงยหน้ามองทุกคน "ผมให้โอกาส... เอาเงินที่โกงไปมาคืนภายใน 3 วัน แล้วผมจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่... ผมจะให้คุณคิงจัดการ และทุกคนรู้ใช่มั้ยว่าวิธีของเขาเป็นยังไง?"
ทุกคนกลืนน้ำลายเอือก นึกภาพการลงทัณฑ์โหดเหี้ยมของบอสแล้วขนหัวลุก "ขอบคุณครับคุณควีน! ขอบคุณครับ!"
"แยกย้ายไปทำงาน! คืนนี้ยอดขายต้องได้ตามเป้า ใครอู้ กูตัดเงินเดือน!" ผมตะคอกสั่งเสียงเข้ม (เริ่มติดนิสัยผัวมานิดๆ)
พนักงานวิ่งวุ่นกลับไปทำงานกันจ้าละหวั่น ด้วยความเคารพยำเกรงแบบ 300% ผมถอนหายใจ ทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้ เหนื่อยชะมัด... แต่ก็สะใจเป็นบ้า
แปะ... แปะ... แปะ...
เสียงปรบมือดังขึ้นช้าๆ จากทางด้านหลัง ผมหมุนเก้าอี้หันไปมอง... ไม่ใช่คิง แต่เป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ตัดกับบรรยากาศมืดๆ ของคลับ ใบหน้าหล่อเหลาแบบหนุ่มเจ้าสำราญ ดวงตาแพรวพราวระยิบระยับเหมือนลูกแก้ว
"Bravo..." ชายคนนั้นยิ้มกว้าง เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าผม "ไม่ยักรู้ว่า Empire Club มีเพชรเม็ดงามซ่อนอยู่ นึกว่าไอ้ยักษ์นั่นเลี้ยงไว้ดูเล่นเฉยๆ ซะอีก"
ผมขมวดคิ้ว... หมอนี่ใคร? หล่อแต่ดูเจ้าชู้ประตูดินชะมัด "คุณเป็นใคร? ร้านยังไม่เปิดนะครับ"
"ฉันชื่อ 'ไต้ฝุ่น'" เขาแนะนำตัว ถือวิสาสะหยิบมือผมขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมือ "เป็นเจ้าของคลับฝั่งตรงข้าม... และเป็น 'ศัตรูที่รัก' ของผัวเธอไงครับคนสวย"
ไต้ฝุ่น... ชื่อนี้ในนิยายคือพระรอง! หรือตัวร้ายเบอร์ 2 นะ? จำไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ สายตาที่เขามองมา มันเหมือนเสือที่เจอเหยื่อชิ้นใหม่ "สนใจย้ายค่ายมั้ยครับ? ไอ้ยักษ์นั่นมันถึกทื่อจะตาย มาอยู่กับพี่ดีกว่า... พี่เลี้ยงดีนะ ไม่ดุเหมือนมันหรอก"
เขาขยิบตา ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเกินงาม
ปัง!
เสียงประตูห้องทำงานชั้นบนเปิดออกกระแทกผนังดังสนั่น ทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมอง คิงยืนอยู่ตรงระเบียงชั้นลอย ใบหน้าถมึงทึงยิ่งกว่ายักษ์วัดแจ้ง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งลงมาจนอากาศในร้านเย็นยะเยือก ในมือเขาถือแก้ววิสกี้... ที่ดูเหมือนกำลังจะถูกบีบจนแตกคามือ
"เอามือสกปรกของมึง... ออกจากเมียกู เดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดก้องกังวานไปทั่วคลับ ผมสะดุ้ง รีบชักมือกลับ ไต้ฝุ่นหัวเราะร่า เงยหน้าขึ้นไปโบกมือท้าทาย "ใจเย็นสิเพื่อน... แค่มาทักทาย 'สินค้าใหม่' ของมึงเฉยๆ เห็นว่าฉลาด ปากเก่ง แถมยัง... น่ากิน ไปทั้งตัว"
คิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาโยนแก้วในมือทิ้งลงมาชั้นล่าง (เฉียดหัวไต้ฝุ่นไปนิดเดียว) แล้วกระโดดข้ามราวระเบียงชั้นสองลงมาที่พื้นดังกึ้บ! (สูง 3 เมตรพี่แกกระโดดลงมาเหมือนขั้นบันได)
เขาเดินดุ่มๆ เข้ามา กระชากเอวผมเข้าไปกอดแน่นจนแทบจมอก แววตาที่มองไต้ฝุ่นเต็มไปด้วยความหึงหวงและเกรี้ยวกราดแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
"สินค้าชิ้นนี้... กู 'จอง' แล้ว" คิงกัดฟันพูด "และกูคนเดียวที่มีสิทธิ์ 'กิน'"
"ใครหน้าไหนมาแตะ... กูจะตัดมือมันทิ้ง!"
ผมมองสถานการณ์ตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลาย โอเค... แผนโชว์สกิลบริหารสำเร็จ แต่ดูเหมือนผมจะไปปลุกสกิล 'หวงก้าง' ของบอสมาเฟียเข้าให้เต็มเปาแล้วสิ!
