ตอนที่ 3 คำสารภาพของหมอเอก
ที่โรงพยาบาล…
นับวันหมอเอกยิ่งแวะมาที่เคาน์เตอร์ที่เราทำงานอยู่บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณนิดครับ ช่วยจัดยาตามนี้ให้หน่อยครับ” เขายื่นใบสั่งยา แต่เราแอบเห็นสายตาเขากลับมองมาที่หน้าอกเราผ่านเสื้อกาวน์
หลังจากนั้นไม่นาน เขาส่งข้อความมาทางไลน์ส่วนตัว (เขาเคยขอไลน์เราไว้เมื่อสองเดือนก่อนบอกว่า “เผื่อมีคำถามเรื่องยานอกเวลางาน”)
“เย็นนี้ว่างไหมครับ อยากชวนไปกินข้าวนอกโรงพยาบาลหน่อย คิดว่าคุณนิดคงเหนื่อยเห็นยืนทั้งวันเลย”
เราไม่รู้ว่าถูกเขาแอบมองอยู่แทบตลอดเวลา เรามองข้อความนั้นนานกว่าสิบนาที ในสมองตีกันว่าจะเอายังไงดี สุดท้ายเราก็แพ้เสียงในหัวตัวเอง เรานิ้วสั่น ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปว่า
“ค่ะ ว่างค่ะ”
เราพิมพ์ตอบกลับไปทั้งที่ลึก ๆ รู้ดีว่าเรื่องมันอาจจะไม่หยุดอยู่แค่กินข้าวด้วยกัน แต่เราก็เลือกตอบรับ ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นกับไฟทั้งที่รู้ว่ามันอาจเผาเราจนมอดไหม้ก็ได้
เย็นนั้นเราแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมบาง ๆ กระดุมเม็ดบนปลดออกสองเม็ดพอให้เห็นร่องอกเล็กน้อย กระโปรงทรงสอบสีน้ำเงินเข้ม รองเท้าส้นสูงสีดำที่ไม่ค่อยได้ใส่ ผมปล่อยสยายลงมาปิดบังความตื่นเต้นที่ใบหน้า แล้วก็เหมือนทุกอย่างจะเป็นใจเพราะพี่เมฆไปดูงานที่ต่างจังหวัดไม่กลับบ้านวันนี้
หมอเอกนัดเจอเราที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเล็ก ๆ แถวสุขุมวิท บรรยากาศหรูหราแต่ไม่ฉูดฉาด มีแสงไฟสลัว ๆ ดนตรีเบา ๆ
หมอเอกเดินเข้ามาในชุดสูทสีเทาเข้ม ผมเซ็ตเรียบร้อย แว่นกรอบบางสะท้อนแสงไฟ เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นฉัน
“หมอก็ดูดีเหมือนกันค่ะ แต่เล่นแต่งมาต์มยศแบบนี้นิดเขินเลย”
พอทักทายกันเสร็จเราก็สั่งอาหาร ก่อนจะเริ่มพูดคุยกันเรื่องงาน เรื่องโรงพยาบาล เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เราโตพอที่จะรู้ว่าในขณะคุยกันสายตาของหมอเอกจับจ้องมาที่เราตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงที่เราก้มลงตักซุป แล้วร่องอกเผยออกมาเล็กน้อย เรารู้ทั้งรู้แต่ก็ปล่อยตัวเองให้เป็นเป้าสายตาของเขาอย่างเต็มใจ
พอเรากินกันอิ่มก็นั่งคุยรอให้อาหารย่อย แล้วหมอเอกก็ทำเอาเราตั้งตัวไม่ทันด้วยการสารภาพความในใจออกมากลางโต๊ะอาหาร
“คุณนิดครับ คุณนิดรู้ใช่มั้ยครับว่าผมแอบรักคุณนิดมานานแล้ว”
เราใจสั่น ถึงจะรู้อยู่แล้วแต่พอโดนสารภาพออกมาตรง ๆ แบบนี้ก็อดวาบหวามในใจไม่ได้ เรามองนิ้วโป้งของเขาที่ลูบหลังมือเราเบา ๆ
“เอ่อ หมอเอกคะ แต่ นิด นิดแต่งงานมีครอบครัวแล้วนะคะ หมอเอกก็รู้”
“ผมรู้ครับ แต่ผมก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ถึงสิ่งที่ผมคิดอยู่มันจะผิดก็เถอะ คุณนิดเองก็มีใจให้ผมไม่ใช่เหรอครับ ไม่งั้นคงไม่ยอมออกมากับผมแบบนี้ เราอย่าปฏิเสธหัวใจตัวเองกันอีกเลยนะครับ ผมรักคุณนิด อยากทำให้คุณนิดมีความสุข ทั้งทางกายลางใจ”
เรางงกับคำพูดของหมอเอกที่เหมือนจะรู้เรื่องราวความลับในใจที่เราซ่อนไว้ ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่าหมอเอกแอบถามดาวเรื่องของเราแล้วดาวก็เล่าให้หมอเอกฟังว่าเราไม่เคยถึงจุดสุดยอดเวลามีอะไรกับพี่เมฆเลย
คำพูดนั้นของหมอเอกเหมือนเข็มที่แทงลงตรงกลางอกเรา ตรงจุดที่เราเก็บกดมานาน
“หมอ…อย่าพูดแบบนี้สิคะ”
“แล้วถ้าผมอยากพูด แล้วอยากทำมากกว่านี้ล่ะ”
หมอเอกบีบมือเราแน่นขึ้น แต่แทนที่เราจะจะชักมือหนีเรากลับปล่อยให้เขาสัมผัสมือเราต่อไป เราบอกอย่างไม่อายเลยว่าเพียงแค่หมอเอกจับมือเราร่องเสียวเราก็ตอดรัดตุบ ๆ น้ำเสียวซึมออกมาตามธรรมชาติ เพราะนอกจากพี่เมฆแล้วก็ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้แตะต้องเนื้อตัวเราเลย
“ผมขอโทษที่เสียมารยาทแอบสืบเรื่องของคุณนิดจากคุณดาว แต่ผมก็ดีใจนะที่ได้รู้ว่าคุณนิดเองก็มีใจให้ผมอยู่บ้าง”
เขาลุกขึ้นเดินมาหาเรา ก่อนก้มลงกระซิบข้างหู
“ผมอยากจูบคุณ อยากสัมผัสคุณนิด อยากทำให้คุณนิดมีความสุข ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตคุณนิด”
ถึงตอนนี้เขานั่งลงติดกับเราเนื้อตัวแนบชิดกันจนเรารู้สึกหน้าร้อนผ่าวทั้ง ๆ ที่ดื่มไปแค่ไม่ถึงสองแก้ว เขาวางมือลงที่ต้นขาของเราแล้วลูบเบา ๆ จนเราตัวสั่น หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้
“เราไปที่อื่นกันเถอะครับ”
เขาพูดเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ เราเดินตามเขาไปแบบงง ๆ เหมือนถูกสะกด มารู้ตัวอีกทีเราก็มายืนอยู่กับเขาที่หน้าลิฟต์ของโรงแรม
และเพียงแค่ประตูลิฟต์ที่มีเพียงแค่เรากับเขาแค่สองคนปิดลง หมอเอกก็ดึงเราเข้าไปจูบทันที
“อุ่บส์ อื๊มมมมม หมอเอกคะ เราอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ”
“ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้วครับคุณนิด ผมรักคุณนิด อุ่บส์ อืมมมม จร๊วบบบบ อ่าส์”
ริมฝีปากอุ่น ๆ ของเขาบดเข้าหาริมฝีปากของเราหนักแน่น ลิ้นสอดเข้ามาพันกับลิ้นเรา เราตอบรับโดยไม่รู้ตัว มือของเขาลูบไล้ไปตามเอว ขึ้นมาบีบหน้าอกเบา ๆ ผ่านเนื้อผ้า
“อืมมมมมม…”
เราครางในลำคอ พอประตูลิฟต์เปิด เขาก็จูงมือเราเดินออกจากลิฟต์ โดยที่ในตอนนี้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีภายในใจของเรามันได้ขาดสะบั้นลงไปเรียบร้อยแล้ว....
