เล่ห์มารมายา
ความตึงเครียดภายในห้องทำงานของประธานบริหารยังไม่จางหายไปหลังจากที่ ‘คุณหญิงนวลจันทร์’ เดินสะบัดหน้าออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมผู้ดีและความกดดันที่หนาแน่น ‘มนต์นภา’ ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มอย่างจงใจ เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจที่ถูกด่า แต่เธอร้องไห้เพื่อให้คนกลางอย่าง ‘พงศ์ระพี’ รู้สึกผิดจนแทบคลั่ง
“ภา... ผมขอโทษแทนแม่ด้วยนะ ท่านอาจจะพูดแรงไปหน่อย” พงศ์ระพีรีบเดินเข้ามาประคองไหล่เลขาสาวด้วยความเป็นห่วง
“ภาไม่โกรธคุณแม่หรอกค่ะคุณพี ภาเข้าใจ... ภาแค่น้อยใจในโชคชะตา ภาผิดเองที่มารักคนสูงส่งอย่างคุณ” เธอซบหน้าลงกับอกแกร่ง สะอื้นไห้จนตัวโยน “ภาว่า... ภาควรจะไปจากที่นี่ดีไหมคะ? ภาไม่อยากเป็นต้นเหตุให้คุณต้องทะเลาะกับแม่และคุณกิ่งแก้ว”
“ไม่! ผมไม่ยอมให้คุณไปไหนทั้งนั้น!” พงศ์ระพีกระชับกอดแน่นขึ้น “ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ผมจะปกป้องคุณเอง”
มนต์นภาแอบแสยะยิ้มอยู่ในอ้อมกอดนั้น แผนการ “ถอยเพื่อรุก” ของเธอได้ผลเสมอ ยิ่งเธอทำตัวเป็นนางเอกผู้ถูกรังแก พงศ์ระพีก็ยิ่งอยากจะกางปีกปกป้องเธอมากขึ้นเท่านั้น
แผนการร้าย... จดหมายปริศนา
วันต่อมา มนต์นภาเริ่มลงมือขั้นเด็ดขาด เธอรู้ดีว่าแค่ความหลงมันไม่พอที่จะทำให้พงศ์ระพีหย่าขาดจากกิ่งแก้วได้ เธอต้องทำให้พงศ์ระพี “เกลียด” และ “หมดศรัทธา” ในตัวภรรยาหลวงเสียก่อน
มนต์นภาจ้างคนส่งจดหมายและภาพถ่ายที่ถูกตัดต่ออย่างแนบเนียนไปที่บริษัท เป็นภาพที่กิ่งแก้วกำลังนั่งทานข้าวกับชายหนุ่มคนหนึ่ง (ซึ่งจริงๆ คือลูกพี่ลูกน้องของกิ่งแก้วที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ) แต่ในภาพมุมกล้องถูกจงใจให้ดูเหมือนคนรักที่กำลังสนิทสนมกันเกินขอบเขต
เมื่อจดหมายมาถึงมือพงศ์ระพี เขามองภาพในมือด้วยความโกรธแค้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
“กิ่งแก้ว... นี่คุณกล้าสวมเขาให้ผมงั้นเหรอ!”
มนต์นภาที่ยืนอยู่ข้างๆ แสร้งทำเป็นตกใจ “ตายแล้ว! คุณกิ่งแก้วเธอคงไม่ได้ทำอย่างนั้นหรอกค่ะคุณพี... แต่อาจจะเป็นเพราะช่วงหลังคุณพีไม่ค่อยได้กลับบ้าน เธอเลยเหงาหรือเปล่าคะ?”
คำพูดที่ดูเหมือนจะช่วยแก้ต่าง แต่มันคือการสาดน้ำมันเข้ากองไฟชัดๆ มนต์นภาจี้จุดอ่อนที่พงศ์ระพีรู้สึกผิดเรื่องทิ้งบ้านมาหาเธอ ให้กลายเป็นความผิดของกิ่งแก้วแทน
ฟิวส์ขาด... ตบนี้ที่ไม่มีวันลืม
ค่ำคืนนั้น พงศ์ระพีบึ่งรถกลับคฤหาสน์ด้วยอารมณ์ที่ร้อนดั่งไฟ เขาเตะประตูบ้านเข้าไปจนเสียงดังสนั่น กิ่งแก้วที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องโถงสะดุ้งสุดตัว
“พงศ์! เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมทำกิริยาแบบนี้?” กิ่งแก้วลุกขึ้นถามด้วยความตกใจ
“กิริยาแบบไหนล่ะ? แบบเดียวกับที่มักมากแอบไปนัดชู้รักมาเสวยสุขตอนผมทำงานน่ะเหรอ!” พงศ์ระพีโยนรูปถ่ายลงบนโต๊ะ
กิ่งแก้วมองรูปเหล่านั้นด้วยความงุนงง “นี่มันน้องชายกิ่งนะคะพงศ์! คุณไปเอารูปนี้มาจากไหน? หรือว่าอีเลขาหน้าซื่อนั่นมันส่งมา!”
“อย่ามาป้ายสีภา! ภาเขาพยายามช่วยแก้ตัวให้คุณด้วยซ้ำ!” พงศ์ระพีตะคอกกลับด้วยความหลงผิด “คุณมันน่ารังเกียจกิ่งแก้ว... ทำตัวเป็นผู้ดีมีการศึกษา แต่ข้างหลังกลับเน่าเฟะ!”
“พงศ์! มันจะมากไปแล้วนะ!” กิ่งแก้วเดินเข้าไปหมายจะตบหน้าสามีเพื่อเรียกสติ แต่พงศ์ระพีเร็วกว่า เขาสะบัดมือสวนกลับไปอย่างแรงจนกิ่งแก้วล้มลงไปกองกับพื้น
เพียะ!
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง กิ่งแก้วยกมือขึ้นกุมใบหน้าที่ชาหนึบ น้ำตาแห่งความเสียใจไหลพราก นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตแต่งงานสิบปีที่พงศ์ระพีลงมือกับเธอ... และเขาก็ทำเพื่อปกป้องเมียน้อย
“เรา... หย่ากันเถอะพงศ์” กิ่งแก้วพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นและแผ่วเบาที่สุด “ในเมื่อคุณตาบอดจนมองไม่เห็นความจริง กิ่งก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก”
ผู้ชนะในเงามืด
พงศ์ระพีชะงักไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกผิดเริ่มผุดขึ้นมา แต่ภาพใบหน้าเศร้าสร้อยของมนต์นภาก็ลอยเข้ามากลบทุกอย่าง เขาหมุนตัวเดินออกจากบ้านไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองภรรยาที่นอนร้องไห้อยู่บนพื้น
มนต์นภาที่แอบจอดรถซุ่มมองเหตุการณ์อยู่หน้าประตูคฤหาสน์ ยิ้มกว้างด้วยความสะใจ เธอเห็นพงศ์ระพีเดินหน้าดำคร่ำเครียดออกมาและขับรถมุ่งหน้ามาที่คอนโดของเธอทันที
เมื่อพงศ์ระพีมาถึง มนต์นภารีบแปลงร่างเป็นแม่พระทันที เธอโผเข้ากอดเขา ปลอบประโลมด้วยถ้อยคำหวานหู และใช้เสน่หาในค่ำคืนนั้นเยียวยาความรู้สึกผิดของเขาจนมิดชิด
“ไม่เป็นไรนะคะคุณพี... ภาจะอยู่ข้างคุณเอง ต่อจากนี้ไป ภาจะเป็นทุกอย่างให้คุณเองค่ะ”
มนต์นภาขยับเข้าไปซุกอกพงศ์ระพี ในหัวสมองของเธอกำลังคำนวณขั้นต่อไป ‘กิ่งแก้วยอมขอหย่าแล้ว... ต่อไปก็เหลือแค่ยัยแก่คุณหญิงนวลจันทร์สินะที่ต้องกำจัด’
แต่ในขณะที่มนต์นภากำลังรื่นเริงกับชัยชนะ เธอไม่รู้เลยว่ากิ่งแก้วที่ดูเหมือนพ่ายแพ้ กำลังเก็บรวบรวมหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะแฉความลับเรื่องการยักยอกเงินบริษัทที่มนต์นภาแอบทำไว้เงียบๆ เพื่อเอาคืนอย่างเจ็บแสบที่สุด!
