รอยร้าวในคฤหาสน์หรู
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านม่านลูกไม้ราคาแพงเข้ามาในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโภคิน ‘คุณหญิงกิ่งแก้ว’ นั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง มองกระจกสะท้อนภาพผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปด้วยเกียรติยศและหน้าตาทางสังคม แต่ดวงตาคู่สวยนั้นกลับฉายแววหม่นหมองอย่างปิดไม่มิด ระยะหลังมานี้ ‘พงศ์ระพี’ สามีของเธอกลับบ้านดึกขึ้นทุกวัน บางวันก็อ้างว่าติดประชุมด่วน บางวันก็บอกว่าต้องไปรับรองลูกค้าต่างชาติจนเช้า แต่สัญชาตญาณของผู้หญิงมันบอกเธอว่า... มีบางอย่างผิดปกติไป
ขณะเดียวกัน ที่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองซึ่งพงศ์ระพีซื้อไว้ในชื่อนอมินี ‘มนต์นภา’ กำลังยืนฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่ในครัว เธอสวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีขาวบางเบาที่เน้นรูปร่างเย้ายวน กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งไปทั่วห้อง พงศ์ระพีเดินเข้ามากอดเอวเธอจากด้านหลัง ซุกหน้าลงกับลำคอระหงอย่างโหยหา
“วันนี้ผมไม่อยากไปทำงานเลยภา... อยากอยู่กับคุณที่นี่ทั้งวัน” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู
มนต์นภาหมุนตัวกลับมาในอ้อมกอดของเขา มือเรียวสวยประคองใบหน้าคมสันไว้พลางส่งยิ้มหวานที่เคลือบด้วยยาพิษ “ไม่ได้นะคะคุณพี คุณเป็นถึงประธานบริษัท จะทิ้งงานมาอยู่กับผู้หญิงไม่มีค่าแบบภาได้ยังไง... เดี๋ยวคุณหญิงกิ่งแก้วเธอก็จะสงสัยเอาได้นะคะ ภาไม่อยากให้คุณต้องเดือดร้อนเพราะภา”
คำว่า ‘คุณหญิงกิ่งแก้ว’ เหมือนหนามแหลมที่สะกิดใจพงศ์ระพีให้หงุดหงิด ทุกครั้งที่มนต์นภาเอ่ยชื่อภรรยาหลวง เธอจะทำหน้าเศร้าเหมือนคนเจียมตัวเสมอ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พงศ์ระพีรู้สึกผิดและอยากชดเชยให้เธอมากขึ้น
“อย่าพูดแบบนั้น ภาสำคัญสำหรับผมเสมอ... กิ่งแก้วเขาก็แค่หน้าที่ แต่คุณคือความสุขของผม” เขาก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะรีบแต่งตัวเพื่อไปบริษัท
เมื่อพงศ์ระพีเดินออกจากห้องไป รอยยิ้มอ่อนหวานบนใบหน้าของมนต์นภาก็เลือนหายไปทันที เธอมองจ้องไปที่ประตูด้วยสายตาเย็นเยียบ “ความสุขเหรอ? ฉันจะเป็นมากกว่าความสุข... ฉันจะเป็นเจ้าของทุกอย่างที่คุณมีพงศ์ระพี”
แผนการร้ายในคราบเลขา
ที่บริษัท พงศ์ระพีกรุ๊ป มนต์นภาทำหน้าที่เลขานุการได้อย่างไร้ที่ติ เธอรู้ใจเจ้านายไปเสียทุกเรื่อง ตั้งแต่กาแฟรสชาติที่ชอบไปจนถึงตารางงานที่อัดแน่น แต่สิ่งที่เธอทำมากกว่าหน้าที่ คือการ ‘แทรกซึม’ เข้าไปในชีวิตส่วนตัวของเขาอย่างแนบเนียน
บ่ายวันนั้น คุณหญิงกิ่งแก้วเดินทางมาที่บริษัทโดยไม่ได้นัดหมาย เธอถือปิ่นโตอาหารกลางวันมาด้วย หวังจะเซอร์ไพรส์สามีและดับความระแวงในใจ แต่มนต์นภากลับยืนรออยู่ที่หน้าห้องทำงานด้วยรอยยิ้มสุภาพ
“สวัสดีค่ะคุณหญิง ท่านประธานกำลังประชุมสายด่วนกับต่างประเทศอยู่ค่ะ เกรงว่าจะยังไม่สะดวกให้ใครเข้าพบตอนนี้” มนต์นภากล่าวพลางค้อมตัวลงเล็กน้อย ท่าทางดูถ่อมตัวจนกิ่งแก้วดูไม่ออกว่านี่คือศัตรู
“ประชุมนานไหม? ฉันทำของโปรดเขามาให้” กิ่งแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามสไตล์ผู้ดี
“น่าจะอีกสักพักใหญ่เลยค่ะ ถ้าคุณหญิงไม่รังเกียจ ฝากภาไว้ก็ได้นะคะ เดี๋ยวภาจะจัดใส่จานรอไว้ให้ท่านประธานทานทันทีที่ประชุมเสร็จค่ะ” มนต์นภาเอื้อมมือไปรับปิ่นโต แต่จงใจให้ปลายนิ้วสัมผัสกับข้อมือของกิ่งแก้วเบาๆ และที่สำคัญ... เธอจงใจฉีดน้ำหอมกลิ่นเดียวกับที่ติดตัวพงศ์ระพีเมื่อเช้านี้
กิ่งแก้วชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมนี้... มันคุ้นเหลือเกิน มันคือกลิ่นที่เธอได้ยินจากเสื้อเชิ้ตของพงศ์ระพีเมื่อคืนนี้ไม่มีผิด ดวงตาของคุณหญิงเริ่มสั่นไหว แต่มนต์นภายังคงยิ้มรับอย่างซื่อๆ
“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณหญิง? ภาหน้าเลอะอะไรหรือเปล่า?”
“เปล่า... ฝากด้วยแล้วกัน” กิ่งแก้วเดินจากไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ความสงสัยเริ่มก่อตัวเป็นพายุ
เมื่อลับหลังกิ่งแก้ว มนต์นภาถือปิ่นโตเข้าไปในห้องทำงานของพงศ์ระพี เธอไม่ได้จัดใส่จานตามที่บอก แต่เธอกลับเทแกงเขียวหวานกลิ่นหอมนั้นลงในถังขยะอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานของพงศ์ระพีและทิ้งรอยลิปสติกจางๆ ไว้ที่ขอบแก้วน้ำของเขา
เชื้อไฟแห่งความหึงหวง
ตกเย็น พงศ์ระพีกลับมาที่คฤหาสน์ด้วยความเหนื่อยล้า กิ่งแก้วนั่งรออยู่ที่โซฟาในห้องโถง บรรยากาศเงียบเชียบจนน่าอึดอัด
“วันนี้ฉันไปหาคุณที่บริษัทมา... เลขาของคุณบอกว่าคุณประชุมสายด่วน” กิ่งแก้วเปิดประเด็นทันที
พงศ์ระพีชะงักเล็กน้อย มนต์นภาไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้ “อ้อ... ใช่ งานยุ่งน่ะ มีอะไรหรือเปล่ากิ่ง?”
“น้ำหอมเลขาคุณ... กลิ่นแรงดีนะ ฉันจำได้ว่ากลิ่นนี้มันติดอยู่ที่เสื้อของคุณมาหลายวันแล้ว” กิ่งแก้วลุกขึ้นยืน จ้องมองสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “พงศ์... เราแต่งงานกันมาสิบปี ฉันไม่ใช่คนโง่นะ”
“คุณคิดมากไปหรือเปล่ากิ่ง? ภาเขาเป็นแค่เลขา กลิ่นน้ำหอมมันก็อาจจะติดมาตอนส่งเอกสารก็ได้ คุณอย่ามาหาเรื่องชวนทะเลาะเลย ผมเหนื่อย!” พงศ์ระพีพยายามเดินหนี แต่กิ่งแก้วคว้าแขนเขาไว้
“ถ้าไม่มีอะไรจริงๆ ก็ไล่ผู้หญิงคนนั้นออกสิ! ฉันไม่ชอบขี้หน้ายัยนั่น สายตาที่เขามองคุณมันไม่เหมือนพนักงานมองเจ้านาย!”
“หยุดบ้าได้แล้วกิ่งแก้ว! ภาเขาทำงานดีมาก และผมไม่มีเหตุผลที่จะไล่เขาออก อย่าทำตัวเป็นคนไร้เหตุผลแบบนี้!” พงศ์ระพีตวาดใส่ภรรยาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความกดดันจากการต้องปกปิดความลับทำให้เขาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
กิ่งแก้วน้ำตาคลอเบ้า เธอไม่เคยถูกสามีตะคอกใส่แบบนี้มาก่อน ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่หัวใจ “คุณเปลี่ยนไปมากนะพงศ์... ตั้งแต่ยัยนั่นเข้ามา”
พงศ์ระพีไม่ตอบ เขาเดินหนีขึ้นชั้นบนทิ้งให้ภรรยาหลวงยืนร้องไห้อยู่กลางบ้านเพียงลำพัง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหา ‘ที่ระบายความเครียด’ เพียงคนเดียวที่เขานึกถึง
‘พรุ่งนี้เช้า ผมจะไปหาคุณนะภา ผมต้องการคุณเหลือเกิน’
ชัยชนะที่เริ่มผลิบาน
ที่คอนโดหรู มนต์นภานอนเอกเขนกอยู่บนเตียง มองข้อความในโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มสะใจ เธอรู้ดีว่าตอนนี้ในคฤหาสน์อัครเดชโภคินกำลังเกิดสงคราม และเธอนี่แหละคือคนที่เป็นผู้กุมชัยชนะไว้ในมือ
เธอเดินไปที่กระจกบานยาว สำรวจร่างกายที่สวยงามของตัวเอง “กิ่งแก้ว... เธอมีเกียรติ มีนามสกุล มีสมบัติ แต่เธอไม่มีความรักจากเขาอีกต่อไปแล้ว”
มนต์นภาเริ่มวางแผนก้าวต่อไป เธอไม่ได้ต้องการเพียงแค่เศษความรักในเวลาคืนฝนตกอีกต่อไปแล้ว เธอต้องการพื้นที่ในบ้านหลังนั้น เธอต้องการตำแหน่ง ‘คุณหญิงคนใหม่’ และเหนือสิ่งอื่นใด เธอต้องการทำลายศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่เคยมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามตั้งแต่วันแรกที่สมัครงาน
“รออีกนิดนะพงศ์ระพี... เมื่อไหร่ที่คุณก้าวข้ามเส้นความถูกต้องมาหาฉันจนสุดตัว เมื่อนั้นแหละ คือวันที่ฉันจะทำให้คุณทิ้งทุกอย่างเพื่อฉัน”
มนต์นภาหลับตาลงพร้อมกับแผนการที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิมในหัวสมอง เธอจะไม่อ่อยแค่ทางกาย แต่เธอจะอ่อยให้เขา ‘เสียดาย’ จนยอมแลกแม้กระทั่งอนาคตของตัวเอง
ค่ำคืนนี้ พงศ์ระพีนอนไม่หลับเพราะความรู้สึกผิดที่กัดกินใจ แต่สำหรับมนต์นภา มันคือคืนที่เงียบสงบที่สุด เพราะเธอกำลังจะได้ในสิ่งที่เธอต้องการ... ทีละนิด ทีละนิด
