เสน่หาในม่านหมอก
เสียงฝนโปรยปรายกระทบกระจกบานใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร แสงไฟจากท้องถนนด้านล่างดูริบหรี่ราวกับความหวังที่ริบหรี่พอกัน ภายในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพง ‘มนต์นภา’ ยืนมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอยกให้เป็นโลกทั้งใบของเธอ ‘พงศ์ระพี’ ท่านประธานหนุ่มผู้สุขุมและเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ยกเว้นเพียงอย่างเดียว... คือเขาไม่ใช่คนโสด
มนต์นภาขยับกายในชุดเดรสสีนู้ดรัดรูปที่เน้นส่วนโค้งเว้าอย่างจงใจ เธอเดินเข้าไปใกล้เขาช้าๆ เสียงส้นเข็มกระทบพื้นพรมดังสม่ำเสมอเป็นจังหวะที่ชวนให้ใจสั่น เธอหยุดลงข้างหลังเขา กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนที่เธอเลือกมาอย่างดีโชยเข้ากระทบจมูกของชายหนุ่ม จนพงศ์ระพีต้องลอบถอนหายใจยาว
“ฝนตกหนักแบบนี้ ท่านประธานจะกลับเลยไหมคะ? หรือว่า... จะให้ภานั่งอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าพายุจะสงบดี”
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและสั่นเครือเล็กน้อยเหมือนลูกนกที่ต้องการที่พึ่งพิง พงศ์ระพีหันกลับมา สบตากับดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยเสน่หาเข้มข้น เขาพยายามสะกดกั้นอารมณ์ แต่ภาพใบหน้าเรียบเฉยและท่าทางเจ้ายศเจ้าอย่างของ ‘คุณหญิงกิ่งแก้ว’ ภรรยาแต่งที่บ้าน มักจะลอยเข้ามาเปรียบเทียบเสมอ กิ่งแก้วคือความถูกต้อง แต่สำหรับเขา... มนต์นภาคือความสุข
“ภา... คุณรู้ใช่ไหมว่าผมไม่ควรอยู่ใกล้คุณแบบนี้” พงศ์ระพีเอ่ยเสียงพร่า แต่มือหนากลับเอื้อมไปลูบไล้พวงแก้มใสอย่างห้ามใจไม่ได้
“ภารู้ค่ะ... ภารู้ดีว่าภาอยู่ในฐานะอะไร ภาเป็นแค่เลขานุการ เป็นแค่ผู้หญิงต่างชั้นที่บังอาจมารักคนอย่างคุณ” มนต์นภาแสร้งหลบสายตา หยดน้ำตาใสๆ เริ่มคลอที่เบ้าตาอย่างจังหวะที่พอเหมาะพอเจาะ “แต่หัวใจมันห้ามไม่ได้นี่คะ ถ้าการรักคุณคือบาป ภาก็ยอมตกนรกไปพร้อมกับความลับนี้”
คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ พงศ์ระพีรวบตัวหญิงสาวเข้ามากอดแนบอกอย่างรุนแรง ความโหยหาที่ต้องเก็บกดไว้ในคฤหาสน์ที่เย็นชาระเบิดออกมา มนต์นภาซบหน้าลงกับไหล่แกร่ง มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเพียงเล็กน้อยในจุดที่เขาไม่มีวันเห็น
ใช่... เธอคือเมียน้อย เธอคือความลับ แต่เธอจะเป็นเมียน้อยที่เขาขาดไม่ได้
เธอบรรจงใช้ปลายนิ้วเรียวสวยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ท่าทางเงอะงะแต่น่าเอ็นดูนั้นทำให้ชายหนุ่มยิ่งลุ่มหลง
“ภาไม่อยากให้คุณกลับไปหาเขาเลยค่ะ... วันนี้อยู่ที่นี่กับภาได้ไหมคะ? ให้ภาได้ดูแลคุณ... ให้ภาได้เป็น ‘เมีย’ ของคุณจริงๆ แม้จะเป็นแค่คืนเดียวในที่ลับตาคนแบบนี้ก็ตาม”
พงศ์ระพีพ่ายแพ้ราบคาบ เขาอุ้มร่างบางขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เอกสารสำคัญมากมายถูกปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี เพราะในวินาทีนี้ ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าเรือนร่างที่นุ่มนิ่มและเสียงครางแผ่วเบาของเลขาสาวคนนี้อีกแล้ว
มนต์นภาพยายามปรนเปรอเขาด้วยทุกสิ่งที่เธอมี เธอใช้ความอ่อนหวานยื้อเวลาให้เขาอยู่กับเธอนานที่สุด ทุกสัมผัสที่เขามอบให้ เธอจะจดจำและบันทึกไว้เพื่อรอวันที่เธอจะได้ออกไปยืนเคียงข้างเขาอย่างเปิดเผย ความเจ็บปวดจากการเป็น ‘ที่สอง’ ถูกเปลี่ยนเป็นพลังแห่งความแค้นและความทะเยอทะยาน
ในค่ำคืนนั้น ท่ามกลางเสียงพายุฝน มนต์นภาได้ผูกมัดพงศ์ระพีไว้ด้วยพันธนาการแห่งกิเลสที่ยากจะถอนตัว เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของเกมที่เธอเป็นผู้คุมหมาก
“คุณเป็นของภานะคะคุณพี... ของภาคนเดียว” เธอพรอดรักข้างหูเขาขณะที่พงศ์ระพีกำลังตกอยู่ในห้วงนิทราด้วยความอ่อนเพลีย
สายตาของเธอมองไปยังรูปถ่ายครอบครัวที่วางอยู่บนโต๊ะ รูปที่มีพงศ์ระพียืนคู่กับคุณหญิงกิ่งแก้ว มนต์นภาเอื้อมมือไปคว่ำรูปนั้นลงช้าๆ
“อีกไม่นานหรอกคุณหญิง... ที่ตรงนั้นมันต้องเป็นของฉัน”
