บทที่ 5 อุบัติเหตุ
“ขอบใจมากนะอามี่”
“มี่ก็ขอบคุณพี่เดียวด้วยค่ะ ถ้าพี่เดียวไม่สนับสนุนมี่ป่านนี้ร้านสปาของมี่คงเจ้งไปแล้วค่ะ” มิรันดายิ้มให้สีหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอทุกอย่างจนสามารถเลี้ยงครอบครัวได้และพ่อแม่ของเธอก็ย้ายไปอยู่หัวหินเพราะพี่ชายแต่งงานกับดารัตน์และไปช่วยดูแลรีสอร์ทของพ่อตาเพราะมีลูกสาวคนเดียวและพ่อกับแม่ก็ดูแลร้านสปาให้เธอจึงซื้อบ้านหลังเล็กอยู่ที่หัวหินใกล้บ้านพี่ชาย
“อามี่ก็ช่วยพี่มาตลอดนี่นาถือว่าเจ้ากันไปละกัน” เขาไม่ได้เสียดายเงินถึงมิรันดาจะแต่งงานเพราะเงินเขาก็รู้ว่าพ่อแม่ของหญิงสาวปฏิเสธพ่อแม่ของเขาไม่ได้และเขาจำเป็นต้องหาผู้หญิงมาแต่งงานและตกลงกันได้จึงแต่งงานกันมาถึงตอนนี้ก็สามปีกว่าแล้วก็รักเหมือนน้องสาวและอยากให้เธอเจอผู้ชายดีๆสักคนมาดูแล
เช้าวันถัดมา
มิรันดาตื่นแต่เช้าก็เดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องบินไปภูเก็ตตามที่ได้นัดกับเพื่อนรักไว้ว่าจะดูแลความเรียบร้อยที่ร้านส่วนของใช้ในสปาจำพวกน้ำมันนวดทั้งหลายเธอส่งไปทางขนส่งเธอจึงเดินทางด้วยกระเป็นเดินทางใบเล็กใบเดียวเธอเลือกเสื้อผ้าเนื้อบางใส่สบายไม่ต้องรีดส่วนที่พักก็พักที่คอนโดของเพื่อนและในอนาคตก็อยากมีคอนโดเป็นของตัวเองสักห้องก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาซื้อหรือเปล่าเพราะแพงมาก เมื่อถึงสนามบินภูเก็ตสาวสวยหุ่นนางแบบอรชรอ้อนแอ้นหน้าตาสะสวยผมยาวสลวยคลอเคลียแผ่นหลังใบหน้าสวยหวานซึ้งมีลักยิ้มทั้งสองแก้มริมฝีปากรูปกะรจับอิ่มสีชมพูระเรื่อใส่แว่นตาดำปกปิดดวงตาใส่เสื้อดรอปสีดำกางเกงยีนส์เอวสูงเข้ารูปสวมรองเท้าส้นสูงสีดำสะพายกระเป๋าเป้ใบขนาดพอดีตัวลากกระเป๋าเดินทางสีเหลืองเดินออกมาจากทางออกผู้โดยสารมองหาเพื่อนรักที่บอกว่าจะมารับและเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าตกอยู่ในสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มองเธออย่างสนใจ
“ไหนบอกว่าจะมารอไง แล้วอยู่ไหนล่ะ” เสียงหวานบ่นเบาๆกวาดสายตามองหาเพื่อนก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรหาเพื่อนรัก
“อามี่”
“อุ้ยนังบ้าตกใจหมดเลย” มิรันดาอุทานออกมาด้วยความตกใจเพราะจดจ่อกับโทรศัพท์เพื่อโทรหาเพื่อน
“โอ๋ๆขวัญมานะแก” ไรวินกอดเพื่อนสาวอย่างขำๆความจริงเขามานั่งรอเพื่อนที่ร้านกาแฟได้ครึ่งชั่วโมงแล้วปวดปัสสาวะก็เลยไปห้องน้ำพอออกมาเห็นเพื่อนหันซ้ายหันขวาจึงแกล้งเรียกเสียงดัง
“ปล่อยเลยแกดูสิคนมองทั้งสนามบินแล้ว” มิรันดาว่าเพื่อนเมื่อเห็นทุกคนมองกับเพื่อนรัก
“เอ่อลืมไปแก ไปกันเถอะ” สองหนุ่มสาวก็เดินออกไปจากสนามบินตรงไปคอนโดของไรวินที่อยู่ทางใต้สุดของหาดป่าตองซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติเป็นเจ้าของซึ่งมีราคาแพงเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้
เมื่อถึงคอนโดหรูไรวินก็เลี้ยวรถเข้าไปวนขึ้นไปจอดในที่จอดของเขาที่อยู่ชั้นสองและกำลังจะเลี้ยวไปยังช่องจอดก็มีรถหรูขับสวนออกเลนออกมาทำให้เบรกไม่ทันก็ชนกันเสียงดัง
“โครมม..”
“ว้ายย!!../เอ้ยยย!!..”
“กรี๊ดดด...”
คนในรถทั้งสองฝ่ายต่างก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อรถทั้งสองคันปะทะกันแม้ไม่แรงมากแต่ก็พอประมาณเพราะคันที่ขับย้อนศรมาขับเร็ว
“แกเป็นไรมั้ยอามี่ ฮ่าๆๆ..” ไรวินหันไปมองเพื่อนที่ตกใจจนแว่นตาเอียงกระเท่เร่ด้วยความขำอย่างกลั้นไม่อยู่
“มะ ไม่เป็นไรแล้วแกล่ะนังวิน รถถูกชนยังหัวเราะได้อีก" มิรันดาได้สติหันไปมองเพื่อนและโชคดีที่ทั้งสองไม่เป็นไรเพราะถูกชนหน้ารถฝั่งคนขับแต่ยังหัวเราะออกมาได้อีก
“ฉันโอเคแก” ไรวินสะบัดศีรษะไปมาแล้วเปิดประตูรถลงไปดูความเสียหายของรถที่ถูกชน
ฝ่ายเจ้าของรถที่ขับย้อนศรไปชนเขายังมึนเพราะแรงกระแทกทำให้ถุงลมเด้งออกมากระทกหน้าพอหายตกใจก็เปิดประตูรถลงมาดูรถของเธอเช่นกัน
“นี่นายขับรถประสาอะไรถึงไม่ดูทางฮ้ะ” สาวสวยสุดเซ็กซี่ในชุดสีขาวอวดสองเต้าแทบทะลักออกมาจากบราเซียลงมาดูรถขอตัวเองแล้วปรี๊ดแตกเพราะรถคันนี้ราคาสิบเอ็ดล้านเพิ่งขับได้ไม่ถึงสามเดือน
“ฉันนี่นะขับรถไม่ดูทาง” ไรวินชี้มือเข้าหาตัวเองทั้งที่ตัวเองเลี้ยวตามลูกศรอย่างถูกต้องแต่ถูกยังไฮโซปอนด์ว่าผิด
“ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครล่ะ” ปาริตาพูดอย่างไม่พอใจที่ทำให้รถของเธอเสียหายแล้วจะขับได้ยังไงเธอไม่ชอบขับรถมีตำหนิ
“ไม่ทราบมีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” รปภ.เดินมาถามหลังจากแจ้งเจ้าหน้าที่ของคอนโดและจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนของเจ้านาย
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขอโทรหาประกันก่อนแล้วช่วยกันรถให้ออกทางอื่นก่อนนะครับ” ไรวินบอกรปภ.หนุ่มแล้วโทรหาประกันของเขา
“คุณก็โทรหาประกันสิคะ” มิรันดามองสาวสวยตรงหน้าที่โทษว่าเพื่อนเธอผิดแล้วถอนหายใจทั้งที่หลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่
“ไม่ต้องมาบอกฉันรู้แล้ว” ปาริตาพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเจ้าของคอนโดก่อนแทนที่จะโทรหาประกัน “คุณครามคะ รถปอนด์ถูกชนที่ลานจอดรถของคนโดค่ะ”
“เรียกประกันหรือยัง”
“ยังค่ะ”
“งั้นคุณโทรเรียกประกันนะเดี๋ยวผมให้พงษ์ลงไปดู” เสียงห้าวบอกสาวสวยคู่ควงที่เมื่อคืนมานอนค้างที่ห้องของเขาก่อนจะวางสายก่อนจะเดินออกจากห้องนอนหลังจากอาบน้ำแต่ตัวเสร็จเพราะเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดของคอนโดเขาไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนไหนขึ้นมาแต่เขามีเพนท์เฮ้าส์อีกห้องอยู่ถัดลงไปอีกหนึ่งชั้นที่แยกสองฝั่งสำหรับนัดสาวๆมาหาความสุขอีกฝั่งเป็นที่พักของคนสนิททั้งสอง
“พงษ์นายลงไปดูปอนด์หน่อย เธอบอกว่าเกิดอุบัติเหตุที่ลานจอดรถน่ะ” ชายหนุ่มบอกคนสนิทเขาไม่ได้รีบร้อนลงไปเพราะปาริตาไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเพราะต่างก็ต้องการแค่ความสุขและเขาก็รู้ว่าเธอต้องการเป็นมากกว่านั้นก่อนจะนั่ง
“ครับคุณคราม” พงษ์รับคำสั่งเจ้านายแล้วเดินออกไปจากเพนท์เฮ้าส์ของเจ้านาย
“ครามคะ ครามเดี๋ยวก่อนค่ะ บ้าจริง..” ปาริตามองโทณศัพท์ด้วยความไม่พอใจเธอคิดว่าเขมินทร์จะลงมาดูเธอแต่ผิดคาดเขาให้ลูกน้องคนสนิทมาดูแทนจึงหงุดหงิดมองคู่กรณีอย่างไม่พอใจก่อนจะโทรแจ้งประกัน
พงษ์ลงลิฟต์ส่วนตัวมาถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วหลังจากโทรถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดก็เห็นรถหรูสองคันจอดอยู่ในลักษณะเดิมหน้ารถของเพื่อนเจ้านายยุบเพราะชนกับรถอีกคันและยังเป็นฝ่ายขับรถย้อนศร
“นายมาก็ดีแล้วช่วยจัดการให้ฉันด้วย” ปาริตาเห็นลูกน้องของครามมาถึงก็วางอำนาจใส่พงษ์ทันที
“คุณปอนด์โทรเรียกประกันหรือยังครับ”
“เรียกแล้วเดี๋ยวคงมา นายจัดการด้วยฉันต้องรีบไป”
“ไม่ได้ครับ ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์คุณปอนด์ต้องคุยกับประกันเองเพราะคุณปอนด์เป็นฝ่ายผิด” พงษ์บอกเพื่อนของเจ้านายตามความจริงที่เห็นว่าปาริตาเป็นฝ่ายผิดเพราะขับรถย้อนศร
“ฉันไม่ผิด นายนั่นต่างหากเลี้ยวรถไม่ดูทำให้ฉันเบรกไม่ทัน” ปาริตาเถียงทันทีว่าตัวเองไม่ผิดทั้งที่ขับรถย้อนศรทางออก
“นี่คุณผู้หญิงกรุณาแหกตาดูให้ดีสิคะว่าใครกันแน่ที่ผิดไม่ใช่ว่าหลับหูหลับตาถูกอยู่คนเดียวแล้วนี่ลูกศรแล้วนี่ป้ายบอกทางค่ะ” มิรันดาอดไม่ได้ที่คู่กรณีของเพื่อนโบ้ยความผิดให้ทั้งที่เป็นฝ่ายถูกก็ชี้ให้สาวสวยดูป้ายบองทางและลูกศรที่ติดเสาและพื้นคอนกรีตเป็นลูกศรชี้ไปทางไหน
“นี่เธอรู้มั้ยว่ารถของฉันราคาเท่าไหร่พวกเธอจะมีปัญญาซ่อมมั้ย” ปาริตามองคู่กรณีของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอย่างดูถูกแต่ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆไม่ว่าอกเอวสะโพกหุ่นอรชรหน้าตาก็สวยน่ารักอย่างที่เธอปฏิเสธไม่ได้และรถที่เธอชนจะเป็นรถ BMW Series 4 430i Convertibie M Sport ราคาแค่สี่ล้านกว่าแต่เที่ยบกับรถของเธอไม่ได้
“แล้วทำไมเพื่อนฉันต้องซ่อมให้คุณด้วยล่ะ คุณเป็นฝ่ายผิดก็ต้องชดใช้เพื่อนฉันสิแค่นี่ก็คิดไม่ได้” มิรันดาตอบกลับทันควันเรื่องอะไรจะยอมให้ยัยนี่กัน
“นี่แกรู้มั้ยว่าฉันเป็นลูกใคร” ปาริตาชี้หน้ามิรันดาอย่างไม่พอใจและไม่ยอมรับผิด
“มุกนี้อีกล่ะ ทำไมถึงชอบอวดอ้างบารมีพ่อกันจังเลยนะมันบอกให้รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเอาแต่ใจทำอะไรถูกอยู่คนเดียวเหมือนเด็กปัญญาอ่อน ขนาดผิดถูกยังไม่รู้แล้วจะรู้อะไรบ้างล่ะคุณ” มิรันดาไม่สนใจเพื่อนที่ดึงแขนไว้ยิกๆเพราะไม่อยากปะทะกับปาริตาที่ใครๆก็รู้ว่าหล่อนขี้อวดและเบ่งใส่ทุกคนเพราะพ่อเป็นนักธุรกิจชื่อดังของเมืองภูเก็ตและมีอิทธิพลทำธุรกิจทั้งถูกกฎหมายและธุรกิจสีเทา
“กะ แก กรี๊ดดดด...” ปาริตาชี้หน้าสาวสวยหุ่นนางแบบตรงหน้าแล้วกรีดร้องเสียงดังที่เถียงไม่ทัน
“พอแล้วแก” ไรวินบอกเพื่อนเบาๆและขำสาวสวยกรีดร้องยังกับชะนีเรียกหาผัว
“เอ่อ,คุณปอนด์ครับ คุณปอนด์หยุดก่อนครับ” พงษ์เรียกสติเพื่อนของเจ้านายที่กรีดร้องเสียงดังจนทุกคนตกใจ
“แกไม่ต้องมาพูดฉันจะฟ้องคุณคราม” ปาริตาอ้างชายหนุ่มเจ้าของคอนโดและคิดว่าเขาต้องเข้าข้างเธอแน่
“ลำบากหน่อยนะคะคุณที่เจอเด็กเอาแต่ใจ” มิรันดามองสาวสวยแล้วส่ายหน้าไปมาไม่รู้ว่าพ่อแม่จะรู้มั้ยว่าลูกสาวเป็นแบบนี้
“คุณให้คนเอากรวยไปตั้งไว้อย่าเพิ่งให้ใครมาทางนี้” พงษ์ยิ้มให้สองหนุ่มสาวและบอกรปภ.ของคอนโด “ไม่ทราบว่าคุณสองคนพักที่นี่หรือเปล่าครับ”
“ครับ,ผมพักที่เพนท์เฮ้าส์ชั้นสิบห้าครับ” ไรวินตอบหนุ่มใต้หน้าตาดีที่ถามอย่างสุภาพเขาก็ตอบตามมารยาทอย่างสุภาพเช่นกัน
ปาริตามองไรวินที่บอกว่าพักที่นี่อย่างไม่อยากเชื่อว่าจะมีปัญญาซื้อเพนท์เฮ้าส์ที่นี่ได้เพราะราคาต่ำสุดห้าสิบล้านบาทและสูงสุดถึงหนึ่งร้อยห้าสิบล้านขนาดเธอว่าพ่อรวยแล้วท่านยังไม่ซื้อให้เลยท่านบอกว่าเอาไปเงินไปสร้างบ้านดีกว่าและชั้นสิบห้านี่มันราคาเท่าไหร่กัน
“ประกันของผมน่าจะมาแล้วครับ” ไรวินเห็นรถประกันแล่นมาจอดใกล้ๆก็บอกพงษ์เพราะไม่อยากคุยกับปาริตา
หลังจากนั้นประกันก็มาถ่ายรูปและสอบถามไรวินและจดบันทึกประเมินความเสียหายรอคู่กรณีที่ยืนเชิดหน้าใส่ทั้งสองหนุ่มสาวอย่างไม่พอใจรวมถึงคนสนิทของเขมินทร์ที่ไม่ยอมให้เธอกลับ
“ผมต้องการค่าเสียเวลาด้วยนะครับเพราะผมต้องใช้รถขับไปทำงานทุกวัน” ไรวินพูดขึ้นด้วยความหมั่นไส้ถ้าปาริตาพูดดีๆเขาก็ให้ประกันเคลียร์ให้จบไปเลยแต่นี่จะยัดเยียดความผิดให้เขาก็จัดให้ซะเลย
