บทที่ 4 อยากมีหลาน
“พ่อแม่พี่บ่นอยากมีหลานอีกแล้วล่ะสิ” อดิกันต์พูดยิ้มๆเขาไม่ได้เครียดเรื่องนี้เลยยังไงเขาก็มีลูกไม่ได้และเคยไปรีดน้ำเชื้อแล้วแต่น้ำเชื้อของเขาไม่แข็งแรงเพราะกินฮอโมนเพศหญิงมานานตั้งแต่สมัยเรียนและเขารับอย่างเดียวแต่อวัยวะเพศชายไม่ได้ฝ่อ
“ค่ะ,มี่ไม่รู้จะตอบท่านยังไงแล้วค่ะ”
“เดี๋ยวพี่จะเข้าไปคุยกับท่านเอง” อดิกันต์พูดขึ้นเขาตั้งใจจะบอกพ่อแม่หลายครั้งแล้วกลัวพวกท่านรับไม่ได้
“ทำไมพี่เดียวไม่บอกท่านไปตรงๆเลยล่ะคะ ยิ่งนานไปมันจะทำให้พวกเราลำบากและพวกท่านก็มีความหวังที่ไม่มีทางสมหวังมี่สงสารท่านค่ะ” อารดาพูดกับสามีเบาๆเพราะปัญหานี้เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตอนนี้ก็เข้าปีใหม่มาสองเดือนแล้วท่านก็ยังพูดเรื่องทายาททุกรั้งที่เจอกัน
“พี่ลองหลายครั้งแล้วแต่พอเห็นหน้าท่านพี่ก็พูดไม่ออกยิ่งท่านอยากได้ทายาทจากพี่อีก ช่วงนี้พี่ก็ยุ่งเรื่องงานต้องไปต่างประเทศและอามี่เองก็เพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่ภูเก็ตพี่ว่าเราใช้เรื่องงานนี่แหละเดี๋ยวพี่จัดการเองอย่างน้อยก็ยืดเวลาออกไปได้อีกสักปีก็ยังดี”
“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะค่ะ”
“งั้นพี่ไปนะนัดยอสไว้” อดิกันต์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องอาหารโดยไม่แตะอาหารเย็นสักคำ
“เฮ้ออ..” มิรันดาถอนหายใจแล้วยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมดแก้วแล้วทานอาหารค่ำคนเดียวเมื่ออิ่มแล้วก็ไปนั่งดูทีวีและโทรหา
เพื่อนรักที่อยู่ภูเก็ต
“ว่าไงคะคุณอามี่คนสวยเมื่อไหร่แกจะมาภูเก็ตสักทีล่ะยะ” ไรวินหนุ่มหล่อตี๋ทั้งที่เป็นคนใต้แต่เขามีเชื้อสายจีนจึงไม่ได้คมเข้มเหมือนหนุ่มใต้จริงๆแต่เขาเป็นเพื่อนสาวของเธอ
“ขอเคลียร์งานทางนี้ก่อนอาทิตย์หน้าจะไปจ้ะ แต่มีแกดูแลอยู่แล้วมี่ไม่จำเป็นต้องไปก็ได้” มิรันดาตอบเพื่อนรักที่ตัวเป็นชายใจเป็นหญิงและเป็นคนสแกนสามีของเธอและบอกว่าเขาแอ๊บแมนซึ่งจริงอย่างที่เพื่อนพูดเธอจึงกล้าตกลงกับเขาและแต่งงานกับอดิกันต์
“ดีเลยแกแล้วแกจะอยู่กี่วันล่ะ ฉันจะได้หยุดพักไปอ่อยผู้กับแก ฮิฮิๆๆ..”
“ถ้างานไม่มีปัญหามี่ว่าจะไปสักสองอาทิตย์จะได้พักสมองบ้าง”
“เครียดเรื่องผัวของแกหรือไงยะนังมี่” ไรวินล้อเพื่อนขำๆเขารู้ว่าอดิกันต์กับมิรันดารักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง
“เปล่าหรอก พี่เดียวน่ะไม่มีปัญหาอยู่แล้วแต่พ่อแม่ของเขานี่สิอยากให้มี่กับพี่เดียวมีหลานให้ แกก็รู้นี่ว่ามันเป็นไปไม่ได้” มิรันดาตอบเพื่อนเพราะไรวินรู้เรื่องของเธอกับสามีมาตั้งแต่ก่อนแต่งงานและอยู่ในเหตุการณ์ที่เธอกับอดิกันต์ทำข้อตกลงกัน
“แกแต่งงานมากี่ปีแล้วล่ะยัยมี่”
“สามปีกว่าแล้ว แกถามทำไมวีน่า” มิรันดากระเซ้าเพื่อนที่เปลี่ยนชื่อเล่นจากวินเป็นวีน่ายกเว้นอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ของเพื่อนที่บอกว่ากลัวท่านจะเสียใจไปมากกว่านี้แม้ท่านจะยอมรับแล้วก็ตาม
“ก็สมควรแหละที่แกถูกกดดัน แล้วพี่เดียวว่ายังไงล่ะแก” ไรวินถามเพื่อนเพราะรู้ดีว่าอดิกันต์มีลูกไม่ได้แน่นอนเหมือนกับเขาและโชคดีที่ยังมีพี่ชายกับพี่สาวที่มีครอบครัวและมีหลานให้พ่อแม่เขาห้าคนสมใจแล้ว
“ก็รอดูว่าพวกท่านจะฟังพี่เดียวหรือเปล่าน่ะ” รอบนี้เธอคิดว่าอาจจะยากหน่อยเพราะพวกท่านให้เวลามาสามปีแล้วตอนนี้เธอมีร้านสปาสามสาขาที่กรุงเทพ หัวหินและเพิ่งร่วมหุ้นเปิดที่ภูเก็ตกับเพื่อนรักเมื่อสามเดือนก่อนและกำลังไปได้สวยเพราะมีเพื่อนรักอีกคนเป็นดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สปาของเธอทั้งสามร้านซึ่งที่กรุงเทพเธอดูแลเอง ส่วนหัวหินมีพ่อกับแม่ดูและภูเก็ตร่วมหุ้นกับไรวินเพราะเป็นคนในพื้นที่และพ่อของเพื่อนเป็นคนกว้างขวางและเป็นที่รู้จักในเมืองภูเก็ตเป็นอย่างดี
“ฉันขอให้หล่อนได้เป็นไทเสียทีนะอามี่ แต่งงานทั้งทีไม่ได้สัมผัสความฟินเสียดายแย่เลยแกเอ้ยเป็นคนอื่นถูกจิ้มพรุนไปแล้ว” ไรวินว่าเพื่อนที่แต่งงานมาสามปีกว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง
“ก็ดีกว่าฉันเสียจิ้นให้เกย์ไม่ใช่เหรอแก” มิรันดายิ้มให้เพื่อนขำๆเพราะเธอรู้อยู่ก่อนแล้วว่าอดิกันต์เป็นเกย์ต่างก็แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ซึ่งเขาก็นชรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านและยังให้เงินเดือนเธอเดือนละหนึ่งแสนไม่รวมให้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแต่ต้องมีแฟนเขาไปด้วยซึ่งเธอก็ชอบและล่าสุดยังให้เงินเธอไปลงทุนทำสปากับเพื่อนอีกตั้งแต่แต่งงานกันมาไม่เคยมีปัญหาเลยยกเว้นเรื่องมีทายาทเท่านั้น
“ก็จริงของแก ไม่งั้นแกจะไม่รู้ว่ามันมันสุดยอดแค่ไหน ฮิฮิๆๆ..”
“พอๆๆ แกจะพูดแต่เรื่องใต้สะดือหรือไงล่ะ เอาไว้เสร็จเรื่องแล้วฉันจะโทรบอกแกอีกทีว่าจะไปวันไหน” มิรันดาบอกเพื่อนซึ่งเธอต้องจัดการเรื่องร้านสปาที่กรุงเทพกับหัวหินให้เรียบร้อยก่อน
“โอเคจ้ะอามี่ ฝันดีนะจ้ะเพื่อนรัก”
“ฝันดีจะวีน่าคนสวย” มิรันดาวางสายจากเพื่อนแล้วบิดขี้เกียจไปมาแล้วลุกขึ้นเดินขึ้นไปชั้นบนปล่อยให้แม่บ้านกับลูกสาวปิดบ้านแล้วเข้านอนคนเดียวเหมือนทุกวัน
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์
พรุ่งนี้วิรันดาจะไปภูเก็ตตามที่ได้นัดเพื่อนไว้และคืนนี้เธอต้องไปรับประทานอาหารที่บ้านของพ่อแม่สามีที่บอกว่าจะมารับเธอที่ร้านไปด้วยกันและร้านสปาของเธอก็อยู่กลางเมืองแหล่งเศรฐกิจมีทั้งห้างหรูโรงแรมพลุกพล่านตลอดเวลาเธอจึงเปิดสิบนาฬิกาสายและปิดห้าทุ่มมีนักท่องเที่ยวทั้งชายไทยและต่างชาติมาใช้บริการ
“มี่ไปก่อนนะวิม” เจ้าของร้านคนสวยเดินมาบอกเพื่อนที่นวดอโรม่าอยู่ในห้องส่วนตัว
“โอเคแก เสร็จแล้วจะโทรหานะ” วิมวิภา มานะสวัสดิ์ หรือ วิม ดาราสาวคนดังที่รับทั้งบทนางเอกและบางทีก็รับบนนางร้ายที่เป็นตัวเอกของเรื่องและแต่งงานกับนายตำรวจหนุ่มหล่ออนาคตไกลลูกชายอดีตผบ.ตร.มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนวัยหนึ่งขวบครึ่ง
“โอเคจ้ะ” เมื่อบอกเพื่อนแล้ววิรันดาก็เดินเข้าไปในห้องทำงานเล็กของเธอแล้วเดินออกมาบอกผู้จัดการร้านที่บุกเบิกมาตั้งแต่เปิดร้านมาถึงตอนนี้ก็ห้าปีแล้ว “มี่กลับก่อนนคะพี่โบว์”
“ค่ะคุณมี่” โบว์ตอบเจ้านายสาวแล้วยิ้มหลังจากเลิกกับสามีที่หนีไปอยู่กับเมียน้อยเธอก็ไม่มีงานทำหากตอนนั้นมิรันดาไม่ให้โอกาสเธอตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงลูกชายคนเดียวไหวหรือเปล่าจึงสำนึกบุญคุณทำงานอย่างซื่อสัตย์มาตลอดห้าปีและจะทำต่อไปจนกว่าเจ้านายสาวจะเลิกจ้าง
มิรันดาเดินออกไปหน้าร้านก็ขึ้นรถของสามีที่จอดรอแล้วทั้งสองก็ตรงกลับบ้านพ่อแม่ของอดิกันต์และทิ้งรถของตัวเองจอดไว้ที่ร้านแต่มีรปภ.ดูแลอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจึงไม่ต้องกลัวหาย
“พรุ่งนี้มี่จะไปภูเก็ตนะคะพี่เดียว” มิรันดาบอกสามีกลัวเขาจะลืม
“จริงสิถ้าอามี่ไม่บอกพี่ลืมไปแล้วนะเนี่ย”
“เรื่องของมี่ พี่เดียวก็ลืมตลอดแหละค่ะ” เสียงหวานกระเซ้าสามียิ้มๆ
“ก็ไม่ได้ทุกเรื่องหรอกน่าน้องสาวที่รัก เดี๋ยวพี่โอนเงินให้นะอามี่จะได้เที่ยวให้สนุก” อดิกันต์ใจป้ำเสมอกับภรรยาเพราะมิรันดาเข้าใจเขามากกว่าใครคอยช่วยเหลือเขามาตลอด
“ไม่ต้องค่ะพี่เดียวมี่แค่บอกเฉยๆมี่ยังมีอยู่ค่ะ”
“ไม่เป็นไรพี่เต็มใจให้เรา แล้วเดี๋ยวพี่พูดอะไรอามี่ก็เออออตามละกันนะครับ”
“ได้ค่ะ” ถึงเธอจะปฏิเสธเดี๋ยวเขาก็โอนเงินให้อยู่ดี
เมื่อถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ย่านตากสินอดิกันต์ก็จอดรถที่ลานจอดแล้วทั้งสองก็เข้าไปในบ้านก็เจอพ่อแม่และพี่สาวพี่เขยนั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่นมีหลานสาวหลานชายนั่งเล่นของเล่นอยู่มุมห้อง
“สวัสดีครับ/คะคุณพ่อคุณแม่ พี่ดิว พี่ก้อง น้องกานต์ น้องเกล” สองสามีภรรยายกมือไหว้พ่อแม่พี่สาวพี่เขยและทักทายหลานทั้งสอง
“สวัสดีครับ/ค่ะน้าเดียวน้าอามี่” เด็กน้อยทั้งสองยกมือไหว้น้าชายน้าสะใภ้อย่างน่ารัก
“นี่ถ้าพ่อไม่โทรไปตามแกก็ไม่มากินข้าวด้วยสินะตาเดียว งานน่ะเพลาๆลงบ้างสนใจครอบครัวด้วยไม่ใช่ผัวบ้างานเมียก็บ้าตามกันแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะมีลูกกันสักทีล่ะ” นายอติเทพบ่นลูกชายที่บ้างานไหนจะที่บริษัทของครอบครัวไหนจธุรกิจที่ลูกชายทำเองอีกแล้วจะเอาเวลาไหนมีลูก
“โธ่คุณพ่อครับงานของผมกำลังขยายตลาดผมยังไม่พร้อมจะมีลูกตอนนี้และอามี่เองก็ยุ่งผมคิดว่าปีหน้าเราน่าจะพร้อมครับตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ก็มีหลานตั้งสองคนแล้วนี่ครับ” อดิกันต์ตอบพ่อสบายๆเขาไม่คิดจะมีลูกอยู่แล้ว
“ปีที่แล้วแกก็พูดแบบนี้นะตาเดียว” อติเทพว่าลูกชายเมื่อปีที่แล้วก็พูดแบบนี้
“นั่นสิลูกเดียว ลูกกับหนูอามี่ไม่มีเวลาพ่อกับแม่จะช่วยเลี้ยงให้เองลูก” สรัญญาพูดกับลูกชายลูกสะใภ้เพราะแต่งงานกันมาสามปีแล้วขนาดลูกสาวแต่งงานมาหกปีตอนนี้มีลูกสองคนแล้ว
“เอาไว้ผมพร้อมเมื่อไหร่ผมจะมีหลานให้คุณพ่อคุณแม่นะครับ อาจจะปีหน้าก็ได้ครับใช่มั้ยอามี่” อดิกันต์หันไปถามภรรยาที่นั่งฟังเพลิน
“ค่ะพี่เดียว”
“ถ้าแกทำไม่ได้พ่อจะยกสมบัติให้น้องกานต์ น้องเกลให้หมดเลยคอยดู” อติเทพขู่ลูกชายหากยังไม่มีหลายให้เขาจะไม่ยกสมบัติให้
“ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมเกาะน้องกานต์น้องเกลกินก็ได้ครับ น้องกานต์น้องเกลเลี้ยงน้าเดียวได้มั้ยครับ” อดิกันต์ถามหลานทั้งสองยิ้มๆ
“ได้เลยครับน้าเดียว” คนเป็นหลานก็ไม่รู้ว่าน้าจะให้เลี้ยงขนมก็ตอบรับอย่างยินดี
“ไปกินข้าวกันเถอะลูก” สรัญญาบอกลูกสาวและลูกสะใภ้
จากนั้นทุกคนก็ย้ายไปที่ห้องอาหารและบ้านหลังนี้มีอรกานต์กับสามีอาศัยอยู่กับพ่อแม่เพราะกษิดิชเป็นเด็กกำพร้าและเขาตั้งใจเรียนจนกระทั่งได้เป็นหมอสมใจและรักกับอรกานต์มาตั้งแต่สมัยเรียนและแต่งงานกันเมื่อหกปีก่อนจึงย้ายมาอยู่บ้านภรรยาตามคำขอของพ่อแม่ภรรยา ส่วนอดิกันต์ซื้อบ้านใหม่ขอแยกไปอยู่กับภรรยา เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแล้วก็ไปนั่งคุยกันต่อพักใหญ่สองสามีภรรยาก็ขอตัวกลับบ้าน
“ถ้าว่างก็มากินข้าวกับแม่อีกนะหนูอามี่”
“ค่ะคุณแม่ มี่กลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” มิรันดายกมือไหว้พ่อแม่และพี่สาวพี่เขยของสามี
“แล้วเจอกกันจ้ะอามี่” อรกานต์ยิ้มให้น้องสะใภ้อย่างเอ็นดูและเห็นใจที่ถูกกดดันให้มีลูก
“ค่ะพี่ดิว น้ามี่ไปก่อนนะคะน้องกานต์ น้องเกล” มิรันดารับไหว้หลานทั้งสองแล้วเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นพร้อมสามี
เมื่อขึ้นรถแล้วสองสามีภรรยาก็ถอนหายใจขึ้นพร้อมกันที่ครั้งนี้รอดไปอีกสิบเดือนกว่าจะถึงปีหน้าก่อนจะมองหน้ากันแล้วยิ้มที่ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีก็แค่วันนี้ตราบใดที่อดิกันต์ไม่สารภาพความจริงก็จะถูกพ่อแม่ของเขากดดันทุกปี
“ดีนะคะที่คุณพ่อคุณแม่ยอมตามที่พี่เดียวขอ ไม่งั้นเราสองคนแย่แน่ๆค่ะ” มิรันดาพูดกับสามีอย่างโล่งใจที่ไม่ต้องกลัวพ่อแม่สามีกดกันอีกสิบเดือนก่อนจะถึงปีใหม่
“ถ้าปีหน้าถูกถามอีกพี่คงต้องบอกความจริงกับคุณพ่อคุณแม่ ยกเว้นอามี่เจอผู้ชายที่ใช่แล้วอยากใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกันพี่ก็จะหย่าให้ครับ” เขาก็รอว่าเมื่อไหร่ภรรยาสาวจะเจอคนที่ใช่เพราะเขาเอาเปรียบเธอมานานแล้วอยากให้มิรันดามีความสุข
“มี่ยังสนุกกับงานอยู่ค่ะ ยังไม่คิดจะมีใครตอนนี้เอาเป็นว่าพี่เดียวว่ายังไงมี่ก็ว่าตามค่ะ” ก็ลงเรือลำเดียวมาด้วยกันแล้วว่าไงก็ต้องว่าตามกัน
