บทที่ 6 ประมาท
“ได้ครับ ผมจะจัดการให้ครับ” พนักงานเคลมประก้ันตอบเจ้าของรถหรูที่ทำประกันชั้นหนึ่งไว้และเป็นฝ่ายถูกก็เรียกร้องจากคู่กรณีให้ชดใช้ได้
เมื่อพนักงานจากบริษัทประกันของปาริตามาถึงก็ตกลงกับประกันของไรวินซึ่งเจ้าของรถพูดไม่ออกเมื่อถูกพนักงานประกันสอนเรื่องการขับขี่ให้ดูป้ายหรือลูกศรที่อยู่บนพื้นถนนและติดบนเสาร์หรือติดตรงไหนก็แล้วแต่ให้ดีไม่ใช่มักง่ายแบบนี้พอเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็โวยวายถึงไม่ใช่ถนนหลักแต่หลักฐานคาตาแบบนี้ยังไงก็ผิด
“คุณครามคะ” ปาริตาเรียกชายหนุ่มเสียงดังเมื่อเห็นเขมินทร์เดินมาก็รีบเดินไปหาอย่างรวดเร็วพร้อมกอดแขนเขาอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอวดทุกคนว่าเธอสนิทกับหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อยิ่งใส่แว่นตาดำก็ยิ่งทำให้เขาดูดิบเถื่อนเร้าใจ
“ว่าไงพงษ์” เขมินทร์ไม่ได้สนใจสาวสวยข้างกายเขาถามลูกน้องคนสนิทและมองหนุ่มตี๋ลูกชายของนายหัวคนดังเพื่อนของพ่อ เขาไม่ได้สนิทกับไรวินแต่เจอกันตามงานก็ทักทายกันเพราะอยู่ในแวดวงธุรกิจเดียวกันและเขาเรียนรุ่นเดียวกับเรวัตแล้วมองสาวสวยที่มองแล้วเขาต้องมองซ้ำไม่ว่าจะเป็นหน้าตาผิวพรรณรูปร่างอวบอิ่มไปทุกสัดส่วนกระตุ้นความรู้สึกที่หลับไหลของเขาให้ตื่นได้ทั้งที่ไม่รู้จกกันโดยเฉพาะริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติอยากรู้ว่ามันจะหวานแค่ไหนเแต่เสียดายที่เธอสวมแว่นตาดำทำให้ไม่เห็นดวงตา
“ทางประกันตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วครับ และคุณไรวินพักที่นี่ครับ”
“งั้นนายอยู่ดูแลที่นี่ให้เสร็จแล้วค่อยตามไปที่ฟาร์มไข่มุกละกัน” เขมินทร์บอกคนสนิทแล้วเขาก็เดินไปพร้อมกับคนสนิทอีกคน
“ปอนด์ขอไปด้วยคนนะคะคุณคราม”
“เสร็จเรื่องแล้วให้พงษ์ไปส่งนะ ผมมีธุระด่วน” เขมินทร์บอกสาวสวยแล้วแกะมือออก “มีอะไรก็บอกคนของผมได้นะครับคุณไรวิน”
“ขอบคุณครับคุณคราม” ไรวินยิ้มให้หนุ่มฮอตของเมืองภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงที่ไม่ใครไม่รู้จักหนุ่มหล่อตระกูลดังและพ่อของเขาก็รู้จักสนิทสนมกับกับพ่อของเขมินทร์เป็นอย่างดีแต่เขาเองนั้นไม่ได้สนิทแต่ก็เคนเจอกันบ้างและเขาชอบไปเที่ยวคลับหรูของเขมินทร์
มิรันดามองหนุ่มหล่อลูกครึ่งที่คู่กรณีของเพื่อนวิ่งไปหาต้องยอมรับว่าเขาดูดีจริงๆไม่ว่าจะรูปร่างสูงสมาร์ทหน้าตาจัดว่าหล่อเหลาคมเข้มยิ่งสมแว่นตาแบรนด์ดังก็ดูดิบเถื่อนเหมือนมาเฟียและเธอก็ใส่แว่นตาดำจึงสามารถมองเขาได้เต็มตาและคิดว่าเขาเองก็คงมองเธอเช่นกัน
“ขอบคุณมากครับคุณพงษ์ ผมขอตัวก่อนนะครับ ไปกันเถอะอามี่” ไรวินขอบคุณพงษ์ที่จะเป็นธุระให้จนเสร็จมองรถของตัวเองถูกรถยกไปแล้วถอนหายใจ
“เชิญครับคุณวิน ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะครับ” พงษ์พูดกับไรวินจบก็ยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะหันไปหาเพื่อนสาวของเจ้านายที่หน้าบูดบึ้งไม่ได้ดั่งใจ “เชิญครับคุณปอนด์เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านครับ”
“ใครบอกว่าฉันจะกลับบ้าน ไปส่งฉันที่คอนโด” ปาริตาพูดจบก็สะบัดหน้าใส่คู่กรณีด้วยความอายแล้วเดินไปอย่างไม่พอใจที่เขมินทร์ให้ลูกน้องไปส่งแต่ทำอะไรไม่ได้หากเขาไม่พอใจเธอก็ไม่ได้ใกล้ชิดเขาอีกแม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้มีเธอคนเดียวแต่เธอก็อยากอยู่ข้างเขาเพราะไม่มีใครเหมาะกับเธอเท่าเขมินทร์อีกแล้ว สาวสวยคิดอย่างเข้าข้างตัวเองและมั่นใจเสน่ห์ของตัวเอง
สองหนุ่มสาวก็ขึ้นลิฟต์ไปที่ห้องพักของไรวินที่ลากกระเป๋าไปให้เพื่อนรักเมื่อถึงห้องก็กดระหัสเปิดประตูห้องประตูก็เปิดออกมิรันดาก็เดินเข้าไปในห้องอย่างคุ้นเคยเพราะมาพักบ่อยตอนที่กำลังตกแต่งร้านสปา
“ฉันละอายแทนยัยนั่นจริงๆทำเป็นอวดผู้แต่ที่ไหนได้เขาไม่สนซะงั้น ถ้าคุณครามจะเอานางก็คงแต่งงานกันไปนานแล้วแหละ” ไรวินก็พอรู้เรื่องของเขมินทร์กับปาริตาที่ควงกันมาได้สักพักและเขายังมีโอปอลอีกคนที่ออกงานด้วยกันบ่อยได้แต่ไม่มีวี่แววจะลงเอยกันและเขมินทร์ก็เนื้อหอมมากใครๆก็อยากได้มาเป็นพ่อของลูก
“ช่างนางเถอะ วันนี้มี่ขอนอนพักสมองก่อนนะวีน่ายังไม่อยากออกไปไหน” มิรันดาบอกเพื่อนเธออยากนอนพักผ่อนเต็มที่สักวัน
“ตามใจแกสิยะนังอามี่ยังไงแกก็มีเวลาแรดตั้งหนึ่งอาทิตย์แต่เย็นนี้แกไปกินข้าวบ้านฉันนะ งั้นฉันไปทำงานก่อนนะมีอะไรก็โทรหาละกัน” ไรวินพูดกับเพื่อนแล้วก็เดินออกไปจากห้องพักเพราะเขาไม่ได้ทำงานที่ร้านสปาที่เดียวเขายังทำงานในบริษัทแปรรูปอาหารทะเลแห้งขายในเมืองไทยส่งออกไปหลายประเทศของครอบครัวด้วย
"โอเคจ้า" เมื่อเพื่อนรักเดินออกไปจากห้องพักมิรันดาก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาเบดริมประตูระเบียงที่มองเห็นวิวทะเลสีครามที่มีคลื่นลมแรงอย่างเห็นได้ชัดยามแสงแดดส่องสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับอย่างเพลิดเพลินก่อนจะหลับไปด้วยความง่วง
ฝ่ายเขมินทร์ก็ไปดูงานที่ฟาร์มเลี้ยงหอยมุกที่อยู่บริเวรอ่าวระบำฝั่งทะเลอันดามันที่อยู่ห่างจากฝั่งประมาณหนึ่งกิโลเมตรวันนี้คนงานเก็บไข่มุกได้เยอะกว่ารอบที่ผ่านมาซึ่งจะใช้เวลาการเลี้ยงนานถึงห้าปีก็มีแต่ก็มีสองปี สามปีและห้าปีก็ตามความต้องการว่าอยากได้ไข่มุกไซส์ไหนหากเลี้ยงถึงห้าปีหอยมุกก็จะคายไข่มุกออกมาเองโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช่จ่ายในส่วนต่างๆมากมายเหมือนตอนเก็บไข่มุกที่เลี้ยงไว้สองปีสามปีซึ่งเขามีฟาร์มเลี้ยงหอยมุกอยู่นับสิบแห่งเลี้ยงหอยมุกหลายอย่างและนำมาผลิตเครื่องประดับขายเองในฟาร์มและมีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ชื่นชอบมาซื้อไปเป็นของฝากและราคาก็สูงตามคุณภาพของไข่มุก
“เมื่อคืนมีคนลักลอบเข้ามาที่ฟาร์มห้าครับ แต่เราจับได้ก่อนมันบอกว่าเป็นคนของนายเชษฐครับ” นายบรรจงรายงานเจ้านายอีกครั้งหลังจากแจ้งไปเมื่อคืนหลังจากจับคนร้ายลักลอบเข้ามาที่ฟาร์มได้สองคนและพาตัวมาไว้ที่บริษัท
“ตอนนี้พวกมันอยู่ไหน”
“ที่ห้องเก็บของครับ”
“แล้วที่ฟาร์มมีปัญหาหรือเปล่าครับลุงดำ” เขมินทร์ถามหัวหน้าคนงานเก่าแก่ที่ทำงานมาตั้งแต่รุ่นแม่ของเขาและชำนาญการเลี้ยงหอยมุกและเขาก็ไว้ใจพอกับนายบรรจงผู้จัดการฟาร์ม
“ไม่มีครับคุณคราม ลุงเช็คน้ำแล้วเรียบร้อยไม่มีสารพิษปนเปื้อนพวกมันคงมาดูลาดเลาก่อนยังไม่ทันลงมือแต่เราจับได้ก่อนครับ” นายดำตอบเจ้านายหนุ่มที่เห็นมาตั้งแต่เด็กและเขมินทร์ก็ไว้ใจเขาให้ดูแลฟาร์มหอยทั้งหมดแต่ก็มีผู้ชำนาญงานช่วยดูแลฟาร์มหอยมุกแห่งละสามคนและมีนชคนงานกว่ายี่สิบคนต่อหนึ่งฟาร์มที่ต้องดูแลหอยนำหอยขึ้นมาทำความสะอาดกำจัดศัตรูหอยก่อนจะปล่อยกระซังลงไปในทะเล
“ขอบคุณครับลุงดำ ยังไงผมฝากลุงดำกับผู้จัดการช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาให้นะครับ และจัดเวรยามเพิ่มขึ้นด้วยครับตอนนี้หอยมุกของเขาใกล้จะครบกำหนดแล้วหากเสียหายเราสูญเงินหลายสิบล้านเลยนะครับ”
“คุณครามไม่ต้องห่วงครับ เมื่อคืนผมเพิ่มเวรยามไปอีกห้าคนให้เดินตรวจตรารอบฟาร์มแล้วครับ” บรรจงตอบเจ้านายเพราะเขาจัดเวรยามเพิ่มไปหลังจากจับตัวคนที่ลักลอบเข้ามาในฟาร์มเมื่อคืน
“ดีมากครับ งั้นผมไปดูไข่มุกก่อนแล้วค่อยไปคุยกับพวกมัน” เขมินทร์พูดจบก็เดินไปที่ห้องเก็บไข่มุกที่คัดแยกไว้เรียบร้อยเพื่อเตรียมส่งไปที่โรงงานเพื่อผลิตเครื่องประดับซึ่งเมื่อก่อนแม่ของเขาเป็นคนดูแลพอท่านจากไปพ่อก็ดูแลต่อพอเขามาทำงานก็มารับช่วงต่อทั้งที่แม่เลี้ยงอยากเป็นคนดูแลแต่พ่อของเขาไม่ให้เพราะเป็นโรงงานที่แม่ของเขาสร้างมานั่นทำให้เขาพอใจและไม่ยุ่งเกี่ยวกับภรรยาใหม่และลูกทั้งสองถือว่าต่างคนต่างอยู่ซึ่งเขาอยู่กับปู่มากกว่าแต่ธัญธรน้องชายคนเล็กมักจะไปอยู่กับปู่พวกเขาจึงสนิทกันต่างจากธัญวราน้องสาวคนรองที่เย่อหยิ่งถือตัวและอยากเป็นผู้บริหาร Pearl Of Andaman Industry (เพิร์ล ออฟ อันดามัน อินดัสทรี จำกัด) หรือเรียกกันว่าไข่มุกแห่งอันดามัน หลังเรียนจบแต่เขาไม่ยอมและจนป่านนี้ก็ยังเรียนไม่จบปริญญาโทต่างจากน้องชายคนเล็กที่น่าจะจบก่อน
เขมินทร์เดินนำทุกคนไปที่ห้องคัดไข่มุกและดูรายงานในแฟ้มว่าได้มุกทั้งหมดกี่เม็ดและเก็บจากหอยมุกกี่ตัวเพราะแต่ละตัวฝังเนื้อเยื่อไว้ประมาณสามสิบตัวถึงห้าสิบตัวแล้วแต่ขนาดหอยซึ่งสามารถคำนวนได้และกระซังหนึ่งเลี้ยงหอยได้ถึงห้าสิบตัว
“ไข่มุกล็อตนี้เราได้ผลผลิตถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยครับ แต่ละเม็ดก็ได้มาตรฐานตามที่เราต้องการครับ” ผู้จัดการรายงานเจ้านายเพราะเขาเป็นคนดูแลการเก็บและคัดหอยด้วยตัวเองทุกขั้นตอน
“เพราะพวกเราทุกคนช่วยกันดูแลหอยมุกและดูแลฟาร์มของเราขอให้ช่วยกันแบบนี้ตลอดไปและสิ้นปีโบนัสก็จะเพิ่มขึ้นครับ” เขมินทร์พูดกับผู้จัดการและพนักงานที่อยู่ในห้องคัดไข่มุก
“เฮ้ๆๆ..” ทุกคนร้องเฮเสียงดังเมื่อเจ้านายบอกว่าจะได้โบนัสเพิ่มตอนสิ้นปีซึ่งจะได้เพิ่มทุกปีทำให้พนักงานแต่ละคนอยู่นานๆกันทั้งนั้นเพราะเจ้านายใจดีและเงินเดือนก็สูงพวกเขาก็ทำงานกันเต็มที่
“และปีนี้บริษัทของเราได้รับเกียรติให้ออกแบบมงกฎไข่มุกของสิงคโปร์ยังไงก็ส่งไข่มุกให้ผมดูก่อนนะครับจะได้ไม่ผิดพลาด” เขมินทร์บอกผู้จัดการฟาร์มซึ่งบริษัทของเขาไม่ได้ทำมงกุฎไข่มุกประดับเพชรให้แค่ประเทศสิงคโปร์แต่เขาทำให้เวทีมิสเวิลด์อีกหลายประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป อเมริกาและนี่เป็สาเหตุทำให้ไข่มุกจากฟาร์มหรือบริษัท Pearl Of Andaman Industry เป็นที่นิยมในกลุ่นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
“ครับคุณคราม” ผู้จัดการฟาร์มตอบเจ้านายเพราะเขาได้รับคำสั่งให้จัดการคัดเลือกไข่มุกเซาท์ซีอย่างละเอียดเพื่อส่งทำมงกุฎ
“ผมขอตัวก่อนนะครับเดี๋ยวต้องไปกระบี่อีก ส่วนสองคนนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาจัดการเองฝากด้วยนะครับผู้จัดการ ลุงดำ” เขมินทร์พูดจบก็ยกมือไหว้ทั้งสองที่อายุมากกว่า
“ครับ/ครับคุณคราม” สองหนุ่มใหญ่รับคำสั่งของเจ้านายและรับไหว้มองตามเจ้านายเดินไปขึ้นรถเอสยูวีคันใหญ่ขับออกไปจากบริษัท
“เหนื่อยแทนคุณครามจริงๆนะพี่ดำขนาดเราทำงานแค่ในฟาร์มยังเหนื่อยเลยนี่คุณครามทำทั้งบริษัทยางพารา ปาล์ม ขนส่ง คลับ ฟาร์มไข่มุก โรงแรม แล้วอีกมากมายแล้วเมื่อไหร่พวกเราจะมีนายหญิงกับเขากันล่ะ” นายบรรจบพูดยิ้มๆเพราะเขาทำงานมานานตั้งแต่ยุคคุณลอร่าแม่ของเขมินทร์
“นายหัวก็พูดบ่อยๆไม่เห็นคุณครามจะสนใจเลยมีเมื่อไหร่พวกเราก็เห็นเองแหละ พี่ไปฟาร์มก่อนนะ” นายดำพูดกับผู้จัดการฟาร์มแล้วเดินไปที่เรือเพื่อไปดูคนงานเอาหอยมุกขึ้นมาทำความสะอาด
นายบรรจบก็ไปทำงานของเขาต่อถึงจะไว้ใจคนงานให้คัดเลือกไข่มุกแต่มันก็มีเผลอผิดพลาดกันบ้างเป็นเรื่องปกติเขาจึงต้องตรวจซ้ำและนับอีกครั้งกันความผิดพลาดก่อนจะส่งมอบให้เจ้านายเพื่อนำไปทำเครื่องประดับ
เขมินทร์กลับมาถึงภูเก็ตเวลาทุ่มครึ่งก็กลับไปอาบน้ำที่เพนท์เฮ้าส์ก่อนจะไปที่คลับเพราะเพื่อนมาจากกรุงเทพตามที่นัดกันไว้และมาถึงตอนที่เขาไปดูงานที่กระบี่
“นายหัวครามมาแล้วโว้ย” ภูริ พงษ์หิรัญ ไฮโซหนุ่มหล่อทายาทนักธุรกิจก่อสร้างรายใหญ่หนึ่งในห้าของประเทศไม่ว่าจะไปไหนก็เป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆเพราะเป็นคนคุยสนุกและเขาถูกจับคลุมถุงชนกับวิตาสาวสวยวัยยี่สิบหกปีลูกสาวของเพื่อนแม่ได้ปีกว่า
“กว่าจะเจอตัวได้นะมึง ทำงานราวกับเลี้ยงลูกเมียเป็นสิบ” สินทร เทพประสิทธิพร หรือบอย พระเอกหนุ่มหล่อชื่อดังทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เอาดีด้านการแสดงแต่ก็ไม่ทิ้งงานของครอบครัวและยังเป็นผู้นำเข้ามอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์
“ทำมาว่ากูมึงก็เหมือนกันนั่นแหละไอ้พระเอก ได้ข่าวว่าเกือบพลาดท่าแล้วไม่ใช่หรือไงวะ หุหุๆ..” เขมินทร์นั่งลงบนโซฟาที่ว่างส่วนคนสนิททั้งสองก็ไปนั่งโต้ะข้างๆเพราะเป็นโซนส่วนตัว
“ระดับนี้แล้วไม่มีพลาดโว้ย” สินทรพูดอย่างมั่นใจเพาะเขาป้องกันตัวเองเป็นอย่างดีไม่มีพลาดแน่นนอนส่วนนิจรินดาราสาวคนสวยที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยอ้างว่าท้องกับเขาและเอาใบตรวจครรภ์มายืนยันให้เขารับผิดชอบแต่พอเขาจะพาไปฝากท้องก็บอกว่าฝากแล้วแต่ไม่มีหลักฐานเขาจึงไม่ยอมรับเพราะต่างคนต่างสนุกด้วยกันสุดท้ายก็ยอมสารภาพเองว่าหลอกเขาเพราะรักเขาแต่เขารู้ว่าเธอไม่ได้รักเขาจริงพวกเธอรักหน้าตาเงินทองชื่อเสียงของเขามากกว่าและโชคดีที่ไม่เป็นข่าว
“กูจะรอดู ถ้าพลาดเมื่อไหร่กูจะหัวเราะเยาะให้ฟังร่วงเลยคอยดูสิ” ภูริว่าเพื่อนอย่างหมั่นไส้กับความมั่นหน้าของมัน
