บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เมียในนาม

เขมินทร์ก็เข้าไปดูงานที่สวนปาล์ม สวนยางและโรงงานรับซื้อปาล์มกับยางของนายหัวเข้มปู่ของเขาที่ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดที่พังงาห่างจากสะพานสารสินไปประมาณยี่สิบกิโลเมตร ก่อนจะมาทำกิจการขนส่งข้ามชายแดนไทยมาเลย์เซียและฟาร์มเลี้ยงไข่มุก พอมายุคของนายหัวทศพลก็ทำโรงแรม ท่าเรือ มีเรือนำเที่ยวและเรือยอร์ชให้เช่า มีคลับหรูหลายแห่งและภรรยาคนแรกก็เปิดบริษัทผลิตเครื่องประดับไข่มุกที่ได้มาจากฟาร์มเลี้ยงไข่มุกแต่เธอเสียชีวิตไปก่อนเขาก็สานต่อจนมีชื่อเสียงด้วนไข่มุกอันดามันและเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในยุคของเขมินทร์ที่เข้ามาดูแลกิจการทุกอย่างของตระกูลธนกิตติศักดิ์

“กลับภูเก็ตเลยทัต” วันนี้เขาทำงานทั้งวันก่อนซึ่งเป็นเรื่องปกติเหมือนทุกวันจะเวียนไปดูแลกิจการทุกที่หากไปไกลถึงเขาก็จะค้างแต่ถ้าไม่จำเป็นเขาก็จะกลับภูเก็ตซึ่งเป็นบ้านของเขาจะสลับนอนที่บ้านปู่บ้างคอนโดบ้างแล้วแต่สะดวก

“ตู้ดด..”

“ครับคุณโอปอล ตอนนี้คุณครามกำลังกลับครับอีกครึ่งชั่วโมงน่าจะถึงครับ ได้ครับ” พงษ์วางสายจากโอปอล “คุณโอปอลรออยู่ที่โรงแรมครับ”

“งั้นไปที่โรงแรมเลย วันนี้เหนื่อยมากผมอยากพักผ่อน” เขมินทร์บอกคนสนิททั้งสองที่เหนื่อยไม่แพ้เขาเพราะต้องติดตามไปทุกที่และช่วยเหลืองานของเขาทุกอย่าง

เมื่อถึงโรงแรม ป่าตองบีช แอนด์ รีสอร์ท ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มลูกครึ่งที่แทบจะไม่เหมือนคนไทยเขาได้เลือดแม่มาเยอะหากคนไม่รู้จักก็จะคิดว่าเขาเป็นชาวต่างชาติและเขมินทร์ก็ไม่ชอบออกสื่อก็ลงจากรถตู้หรูเดินเข้าไปที่ห้องอาหารพร้อมกับคนสนิทพอเห็นโอปอลนั่งอยู่ในมุมส่วนตัวก็เดินไปหา

“สวัสดีค่ะคราม”

“สวัสดีโอปอล สั่งอาหารหรือยัง” เสียงห้าวถามโอปอลที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยแต่ตอนหลังเขาก็ทิ้งระยะห่างเพราะไม่ชอบที่เธอแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและเขาก็ไม่ได้มีแค่โอปอลคนเดียวเพราะตัวเองยังโสดไม่มีแฟนไม่ได้คบใครมีแต่เพื่อนกันกันทั้งนั้น

“สั่งแล้วค่ะ ปอลสั่งแต่ของชอบของครามค่ะ” โอปอลพูดเสียงหวานออดอ้อนหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อที่เธอได้ใกล้ชิดออกงานกับเขาถึงเขมินทร์จะมีผู้หญิงคนอื่นเธอก็ไม่สนใจหากแต่งงานเมื่อไหร่เธอจะจัดการให้สิ้นซากเพราะตอนนี้มีแค่เธอคนเดียวที่ได้ออกงานกับเขาส่วนปาริตาก็เจอกันตามงานแต่เป็นคนที่เขมินทร์มีความสัมพันธ์ด้วยในตอนนี้และเธอก็ไม่แคร์

“ขอบใจ แล้วพ่อของคุณชวนผมไปกินข้าวที่บ้านมีเรื่องอะไรหรือเปล่าพอดีช่วงนี้ผมไม่ว่าง” ชายหนุ่มยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟมาหา “เอาเบียร์เย็นมาให้หน่อย”

“คุณพ่ออยากเจอครามค่ะ ท่านอยากถามเรื่องของเราค่ะ”

“เรื่องของเราเหรอ”

“ก็ข่าวที่ออกไปน่ะสิคะคราม มีแต่คนถามท่านคุณพ่อก็เลยอยากคุยกับครามว่าจะเอายังไงกับเรื่องของเราค่ะ” โอปลอยิ้มหวานให้หนุ่มหล่อ

“เราเป็นแค่เพื่อนกันไม่ใช่หรือไงโอปอลแล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะ”

“แต่ปอลรักครามนะคะ”

“แต่ผมไม่ได้รักคุณและคุณก็รู้ดีนี่ว่าที่เป็นข่าวก็เพราะคุณไม่ใช่เหรอเป็นคนให้ข่าวแล้วที่ผมไม่แก้ข่าวก็เพราะมันไม่เป็นความจริงจึงไม่ได้สนใจผมรู้ว่าคุณหวังอะไรขอให้หยุดซะเพราะคุณจะไม่สมหวัง” เขมินทร์พูดเสียงเรียบไม่สนใจโฮปอลที่หน้าแดงด้วยความไม่พอใจ

“ครามคะ”

“คุณต้องไปคุยกับพ่อของคุณเองว่าเราสองคนไม่มีทางเป็นไปได้หากผมพูดคุณอาจจะรับความจริงไม่ได้”

“ครามคะ คุณจะทำแบบนี้กับปอลไม่ได้นะใครๆเขาก็รู้ว่าเราคบกันมานานแล้วคุณพ่อก็เร่งให้เราแต่งงานกันและท่านไปคุยกับคุณลุงคิดแล้วด้วยค่ะ” เรื่องอะไรเธอจะปล่อยเขาไปกว่าจะได้ออกงานยืนเคียงข้างเขาได้เธอต้องอดทนมากแค่ไหนและเธอกับเขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันมานานกว่าสองปีแล้วก็ตามแต่เธอก็ไม่เคยขาดเรื่องเซ็กส์

“เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะโอปอล กลับไปคิดให้ดีว่าจะคุยกับพ่อของคุณเองหรือจะให้ผมคุย ขอตัวนะ” เขมินทร์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปอย่างไม่สนใจ

“ครามคะ คราม” โอปอลเรียกชายหนุ่มเสียงดังจนทำให้ลูกค้าในห้องอาหารของโรงแรมมองแต่เธอไม่สนใจวิ่งตามเขมินทร์ออกไปจากห้องอาหาร

“ผมว่าผมพูดชัดแล้วนะโอปอล อย่าทำให้ผมต้องใจร้ายกับคุณเลย” ร่างสูงหยุดเดินหันไปหาโอปอลที่เดินมากอดแขนเขาและมองด้วยสายตาไม่พอใจทำให้โอปอลเอามือออก

“ครามคะ ฟังโอปอลก่อนสิคะ”

“คิดให้ดีนะโอปอล ถ้าคุณยังล้ำเส้นผมก็จะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น” เขาไม่ได้ขู่แต่เอาจริง

“ครามกล้าขัดใจคุณพ่อของโอปอลเหรอคะ” โอปอลคิดว่าพ่อของเธอเหนือกว่าเขมินทร์แต่ที่จริงไม่ใช่เลยตอนนี้โกเล่งมีแต่เปลือกเพราะหมดไปกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาและยังมายืมเงินเขาไปยี่สิบกว่าล้านแล้วเอาที่ดินของเขามาฝากไว้แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้แม้แต่พ่อของเขา

“ผมไม่ได้ขัดใจกับผู้ใหญ่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอด คุณเองน่าจะรู้นะว่าทำไมผมถึงไม่เอาคุณทั้งที่คุณเสนอให้ตลอดเวลาเพราะอะไรรู้มั้ย ผมไม่ชอบผู้หญิงที่มั่วไม่เลือกคุณคงจำได้นะนะว่าไปกับใครมาบ้าง พอเถอะโอปอลก่อนที่ผมจะไม่เหลือความเป็นเพื่อนที่ผมให้คุณ” เขมินทร์ก้มพูดกับเธอเบาๆให้ได้ยินกันแค่สองคนเขาไม่อยากกินในที่ลับไขในที่แจ้ง

“ครามคะ โอปอล...” โอปอลพูดไม่ออกเมื่อชายหนุ่มพูดออกมาเธอจำได้ว่าครั้งนั้นเมาแล้วมีความสัมพันธ์กับเชษฐคู่แข่งทางธุรกิจของเขมินทร์หลังจากนั้นชายหนุ่มก็บ่ายเบี่ยงไม่มีความสัมพันธ์กับเธออีกเลยจนถึงตอนนี้ก็สองปีกว่าแล้วแต่เขาก็มีผู้หญิงคนอื่นและเธอก็ไม่กล้าไปก้าวก่ายนอกจากพูดจากระทบกระทั่งสาวคู่ควงของเขาเท่านั้นแต่เขมินทร์ยังออกงานกับเธอปกติและเธอเองก็ยังแอบเจอเชษฐ์อยู่แต่ไม่บ่อยแล้วยังมีผู้ชายรายทางอีกหลายคนที่เธอมีความสัมพันธ์ด้วยเพราะคิดว่าเขมินทร์ไม่รู้แล้วมองตามหลังเขาเดินจากไปและตัดสินใจเดินไปที่รถแล้วขับออกไปจากโรงแรมไปหาผู้ชายที่เขารักเธอดีกว่า

เขมินทร์พูดจบก็เดินตรงไปที่รถเพื่อกลับคอนโดตอนแรกจะไปบ้านปู่แต่เปลี่ยนใจเอาไว้ไปพรุ่งอย่างน้อยวันนี้ท่านก็มีลูกชายทานอาหารเป็นเพื่อน เมื่ออาบน้ำเสร็จเขาก็ใส่แต่เสื้อคลุมเดินถึงเบียร์สองกระป๋องไปนั่งปล่อยอารมณ์ริมสระว่ายน้ำที่ยื่นออกไปจากห้องพักมองเห็นทะเลฝั่งอันดามันที่มืดมิดในยามค่ำคืนแต่ก็มีแสงไฟวิบวับจากเรือหาปลาเรือท่องเที่ยว

“ตู้ดๆๆ..”

“ว่าไงไอ้กร”

“กูได้ข่าวว่าไอ้บอยจะไปร้องเพลงที่คลับของมึงเหรอวะ” พนมกร ภิรมย์ระวิน หรือกร ไฮโซหนุ่มหล่อคนดังถามนายหัวหนุ่มใต้คนดังที่เป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่สมัยไปเรียนที่อเมริกาและทำธุรกิจนำเข้ารถหรูของครอบครัวและให้เช่ารถหรูที่ขยายสาขาไปทุกจังหวัดใหญ่แหล่งท่องเที่ยวทั่วเมืองไทย

“ผู้จัดการติดต่อมันเองเห็นว่าช่วงนี้มันกำลังดังก็เลยเชิญมาจัดมินิคอนเสิร์ตที่คลับน่ะ มึงจะมาหรือเปล่าล่ะ” เขมินทร์ก็ถามเพื่อไปอย่างนั้นแหละหากไม่ติดงานพวกมันไม่มีทางพลาด

“ไปสิวะ กูก็เบื่อกรุงเทพแล้วเหมือนกันไปฟังเสียงเป็ดแหกปากร้องเพลงที่คลับมึงดีกว่า” พนมกรพูดหยอกเย้า สินทร พรประสิทธิ์ พระเอกหนุ่มหล่อชื่อดังที่แสดงหนังแสดงละครเรื่องไหนก็ดังเปรี้ยงปร้างและขึ้นชื่อว่าฟาดเรียบหากผู้หญิงเต็มใจและครั้งเดียวจบและเขาต้องเป็นคนจัดการเรื่องสถานที่แต่ก็มีกลุ่มเพื่อนดาราที่แฮงเอาท์ด้วยกันบ่อยๆและแอบกินกันเองเงียบๆหากมีเป็นข่าวก็บอกเป็นเพื่อนกัน

“เดี๋ยวกูจองห้องไว้ให้”

“ขอบใจมากเพื่อน เดี๋ยวกูจะชวนไอ้ภูไปด้วยไม่รู้มันจะไปหรือเปล่า”

“มึงก็บอกให้มันพาเมียมาด้วยเลยสิ เดี๋ยวกูจะจัดทริปฮันนีมูนให้มึงสองคนเต็มที่เลย” เขมินทร์บอกเพื่อนไหนๆทุกคนก็ว่างเขาจะได้พักผ่อนบ้างก็ดีเหมือนกัน

“โอเค เดี๋ยวกูจัดการเองแค่นี้นะเดี๋ยวมึงจะขาดตอน ฮ่าๆๆ..” พนมกรพูจบก็หัวเราะเสียงดังแล้ววางสาย

“ไอ้บ้านี่กูไม่ได้ปี้หญิงสักหน่อย” เขมินทร์พูดยิ้มๆยกเบียร์ขึ้นดื่มแล้วปล่อยอารมณ์ไปกับสายลมเย็นสบายในยามคำคืนอย่างโดดเดี่ยวไร้สาวข้างกายแต่มันก็ทำให้เขารู้สึกดีที่ไม่มีใครมาตามกวนใจเรียกร้องโน่นนี่นั่นจนกระทั่งเบียร์หมดไปสองกระป๋องก็เข้านอน

ณ.กรุงเทพมหานคร

ที่บ้านหลังใหญ่ชานเมืองย่านพระรามสองหมู่บ้านเศรษฐีแต่ละหลังราคาสามสิบล้านบาทขึ้นไปและใกล้มห้างสรรพสินค้าใหญ่และยังบริษัทโรงงานมากมายและบ้านหลังนี้อยู่กันห้าคนมีเจ้าของบ้านสองคนและคนงานในบ้านสามคนแต่ส่วนมากจะมีแต่เจ้านายที่เป็นผู้หญิงอยู่บ้านส่วนเจ้านายผู้ชายจะนอนที่คอนโดมากกว่า

“ป้าไมคะเย็นนี้ทำอาหารเผื่อพี่เดียวด้วยนะคะ” เสียงหวานของเจ้านายคนสวยบอกแม่บ้านทันทีที่กลับเข้าบ้านหลังจากไปทำงานมา

“ค่ะคุณอามี่” ละไมยิ้มให้เจ้านายสาวแล้วเดินไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็นขึ้นตั้งโต้ะเวลาหนึ่งทุ่มตรงของทุกวันยกเว้นเจ้านายจะโทรมาบอกว่าไม่ทานอาหารที่บ้าน

มิรันดา พงษ์พิริยะ หรือ อามี่ ภรรยาสาวแสนสวยวัย30ปีของ อดิศักดิ์ พงษ์พิริยะ หรือเดียวนักธุรกิจหนุ่มหล่อมาดเนี้ยบวัย32ปีเจ้าของบริษัทตกแต่งรถหรูและเซอร์วิสซุปเปอร์คาร์ทายาทของนักธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศที่แต่งงานกันมาได้สามปีแต่ยังไม่มีวี่แววจะมีทายาทจึงถูกพ่อแม่ฝ่ายชายที่อยากมีหลานเร่งรัดและเธอเพิ่งลับมาจากบ้านของพ่อแม่สามีที่เรียกไปคุยแต่สามีของเธอติดประชุมจึงไม่ได้ไปก็เลยโทรไปบอกเขาให้มาคุยกันที่บ้าน

เมื่ออาบน้ำเสร็จก็ใส่ชุดเดรสยาวอยู่กับบ้านแล้วลงมาชั้นล่างรอสามีที่บอกว่าจะมารับประทานอาหารเย็นด้วยจึงเปิดทีวีดูข่าวทั่วไปและคิดถึงคำพูดของพ่อแม่และย่าของสามีก่อนจะถอนหายใจ

“เฮ้ออ..”

“เป็นอะไรอามี่ถอนหายใจเสียงดังเชียว” อดิกันต์เดินเข้ามาในบ้านก็เห็นภรรยานั่งดูทีวีถอนหายใจเสียงดัง

“พี่เดียวมาแล้วเหรอคะ”

“นี่อามี่ไม่ได้ยินเสียงรถของพี่จริงเหรอ” อดิกันต์ถามภรรยาก่อนจะนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามเธอแล้วยิ้ม

“ไม่ได้ยินค่ะ มี่ว่าพี่เดียวไปอาบน้ำก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวทานข้าวแล้วค่อยคุยกันค่ะ” มิรันดาบอกสามีเบาๆตอนนี้เธอหิวข้าวแล้ว

“โอเค,งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะแต่คืนนี้พี่จะกลับไปนอนที่คอนโดนะ” ร่างสูงสมารทเจ้าสำอางลุกขึ้นเดินขึ้นไปชั้นบนแล้วเลี้ยวไปที่ห้องนอนของเขาซึ่งแยกกันนอนกับภรรยาตั้งแต่แต่งงานกันคืนแรกจนถึงตอนนี้ก็สามปีกว่าแล้ว

“คุณอามี่จะให้หนูตั้งโต้ะเลยมั้ยคะ” จินตาถามเจ้านายสาวที่นั่งเหม่ออยู่หน้าทีวี

“จ้ะจินตา” มิรันดาตอบจินตาแล้วปิดทีวีเดินไปที่ห้องอาหารแล้วหยิบไวน์มาเทใส่แก้วเดินไปนั่งที่โต้ะรอสามีที่ไม่เคยนอนห้องเดียวกันตั้งแต่เข้าหอคืนแรก หญิงสาวรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอดิกันต์ไม่ได้ชอบผู้หญิงแต่ที่ยอมแต่เพื่อให้พ่อแม่สบายใจเท่านั้นและเธอเองก็ไม่มีปัญหาเพราะแต่งงานใช้หนี้ตามคำขอของพ่อแม่ที่เป็นหนี้พ่อของอดิกันต์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่พ่อแม่ของเธอไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเหมือนพ่อแม่ของอดิกันต์และท่านไปยืมเงินพ่อของอดิกันต์มาให้เธอลงทุนทำธุรกิจร้านนวดสปาแม้มันก็พอมีกำไรแต่ไม่ได้มากมายพอใช้หนี้ พ่อแม่ของอดิกันต์ก็มาพูดกับพ่อขอให้เธอแต่งงานเพราะทางพ่อแม่ของอดิกันต์อยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้และอดิกันต์ยอมแต่งงานกับเธอตามที่พ่อแม่ต้องการเธอจำใจต้องแต่งงานและตกลงกับอดิกันต์ได้ เขาบอกเธอว่ามีคนรักและพามาแนะนำให้รู้จักก็คือเพื่อนของเขานั่นเองและครอบครัวของทั้งสองฝ่ายไม่มีใครรู้ว่าลูกของตัวเองเป็นเกย์

“วันนี้ถึงกับดื่มเลยเหรออามี่” อดิกันต์ถามภรรยาในนามและยิ้มอย่างอารมณ์ดีหลังจากอาบน้ำแต่งตัวหล่อเนี้ยบกลิ่นน้ำหอมฟุ้งพร้อมจะออกไปข้างนอกแล้วนั่งลงหัวโต้ะ

“พี่เดียวไม่ถูกกดดันเหมือนมี่นี่คะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel