บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 คู่แข่ง

“ไปเถอะลูก” ทศพลพูดกับลูกชายแล้วยิ้มตามหลัง

เขมินทร์เดินออกไปจากห้องทำงานของพ่อเพื่อไปทานอาหารเช้าก่อนจะไปทำงานหากไม่มีความจำเป็นเขาจะไม่มาที่นี่เพราะไม่อยากเจอเมียของพ่อแต่วันนี้เขาจะไปดูงานที่ท่าเรือแล้วจะไปดูงานที่สวนปาล์ม สวนยาง โรงงานปาล์มและยางของปู่

“จะกลับแล้วเหรอคะคุณคราม ไม่อยู่ทานอาหารเช้าก่อนเหรอคะ” ปานวาดทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ลงมาชั้นล่างและลูกเลี้ยงก็กำลังจะกลับหรือเอาจริงๆเธอก็รอเขมินทร์เพื่อถามเรื่องงานของน้องชาย

“ผมรีบไปทำงาน” ชายหนุ่มตอบห้วนๆ

“แล้วเรื่องงานที่ท่าเรือของน้องชายน้าล่ะคะ” ปานวาดถามลูกเลี้ยงเพราะน้องชายมาขอทำงานที่ท่าเรือแต่สามีบอกว่าต้องถามลูกชายก่อนเพราะเขมินทร์เป็นคนดูแลงานทั้งหมด

“เดี๋ยวผมจะดูให้แต่ต้องยื่นสมัครงานตามกฎของบริษัท” เขมินทร์ตอบเสียงเรียบเขาไม่ชอบการใช้เส้นสายเข้าทำงานและพนักงานทุกคนที่ทำงานกับเขาก็ทำด้วยความสามารถของตัวเองทั้งนั้น

 “ทำไมต้องสมัครล่ะบริษัทของเราเองและนายปาก็เป็นน้องชายแท้ๆของน้าแล้วจะมาช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาที่บริษัทให้ก็ยิ่งดีสิคะ” ปาดวาดไม่พอใจแต่ไม่กล้าแสดงออกนอกหน้าเพราะอำนาจทั้งหลายอยู่ในมือลูกชายคนโตของสามีส่วนลูกสาวของเธอยังเรียนไม่จบปริญญาโททั้งที่ตอนนี้อายุยี่สิบห้าแล้ว

“ที่ท่าเรือเรามีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพนักงานทุกคนต้องพร้อมจะบริการแขกแล้วเบื้องต้นก็ต้องพูดภาษาอังกฤษได้หากน้องชายของคุณวาดมีคุณสมบัติตามที่บริษัทของเราต้องการก็ไม่น่าจะมีปัญหา ผมขอตัว” เขมินทร์พูดจบก็เดินออกไปจากบ้านตรงไปที่รถแล้วปาณตก็ขับรถกระบะแต่งซิ่งเข้ามาจอดใกล้กับรถของเขาที่มีคนสนิทยืนอยู่ข้างรถและเบรกเสียงดัง

“เอี้ยดดด...”

ปาณตเบรกรถเสียงดังก่อนจะเปิดประตูรถลงมาแล้วจะเข้าไปทักทายลูกชายของพี่เขยแต่เขมินทร์เดินไปขึ้นรถอย่างไม่สนใจเขาทั้งที่เขารีบลงจากรถมาทักทายยังไม่ทันได้แต่มองตามท้ายรถเอสยูวีคันใหญ่ของเขมินทร์ด้วยความไม่พอใจแล้วเดินเข้าไปในบ้านเพื่อถามพี่สาวเรื่องงานตอนนี้เขาต้องการปล่อยของให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและลูกเรือแต่พี่สาวไม่รู้เรื่องนี้

“แกขับรถให้มันดีๆหน่อยได้มั้ยนายปาเบรกแต่ละทีหัวใจพี่จะวายแล้วเกรงใจนายหัวบ้าง” ปานวาดว่าน้องชายทันทีที่เห็นหน้าซึ่งพี่สาวของเธอก็มีสามีอยู่กรุงเทพฐานะก็ดีพอมีอันจะกินก็มีแต่น้องชายคนเล็กที่ไม่เอาถ่านวันๆก็ขับรถร่อนไปมาแล้วมาขอเงินเธอใช้

“อย่าเพิ่งบ่นเลยน่าพี่วาด เมื่อกี้ผมเห็นลูกชายของนายหัวเขามาทำไม” ปาณตคิดว่าเขาต้องได้งานนี้ยังไงพี่เขยก็ไม่กล้าปฏิเสธเขาแน่

“ก็มาเรื่องงานของแกนั่นแหละ ไปคุยกันที่หน้าบ้านเถอะ” ปานวาดชวนน้องชายไปคุยหน้าบ้านเธอไม่อยากให้ใครได้ยิน

“มีอะไรพี่วาดมันเกี่ยวอะไรกับลูกเลี้ยงของพี่ล่ะ”

“ก็นายหัวเขาให้นายครามตัดสินใจเรื่องนี้น่ะสิ และนายครามบอกว่าแกต้องไปยื่นใบสมัครที่บริษัทแล้วเขาจะพิจารณาตามวุฒิการศึกษา”

“ได้ยังไงพี่วาด ผมเป็นน้องชายพี่นะทำไมจะต้องไปสมัครงานด้วยอายเขาตายเลย” ปาณตร้องโวยวายกับพี่สาวอย่างไม่พอใจที่จะให้เขาสมัครงานที่บริษัทของพี่เขย

“ก็ที่ท่าเรือนายครามก็เป็นคนดูแลบริหารนายหัวก็ให้เขาตัดสินใจเรื่องงานของแกน่ะสิ” ปาดวาดตอบน้องชายเธอคิดว่าเขมินทร์จะฟังพ่อแต่ที่ไหนได้พ่อกลับฟังลูก

“แล้วผมจะได้งานมั้ยล่ะเนี่ย ลูกเลี้ยงของพี่มันยิ่งไม่ชอบหน้าผมอยู่ด้วย” ปาณตพูดอย่างหัวเสียเมื่อไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ว่าจะเข้าไปทำงานที่ท่าเรือได้ง่ายๆเพราะพี่เขยฝากให้ 

“แกก็อย่าเพิ่งโวยวายไปเดี๋ยวรอให้พี่คุยกับนายหัวก่อนแล้วถ้าพี่ไม่โทรเรียกแกอย่ามาที่นี่อีกนะ” ปานวาดบอกน้องชายที่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ตลอดจนสามีระอาไม่รู้จะช่วยยังไงยังดีที่ปาณตไม่ยุ่งกับยาเสพติด

“ผมอยากทำงานจริงๆนะพี่วาด ที่ผ่านมาผมรบกวนพี่มาตลอดถ้าผมมีงานทำมีเงินเดือนผมก็จะไม่รบกวนพี่อีกไง” ปาณตบอกพี่สาวเหมือนคิดได้จริง

“พี่รู้แต่แกจะไม่ได้ทำหน้าที่ต้อนรับแขกดูแลแขกนะ เพราะแกพูดภาษาอังกฤษงูๆปลาๆอาจจะได้ทำแค่ตำแหน่งเด็กเรือแกจะทำมั้ยล่ะ” ปานวาดถามน้องชายเธอก็ไม่พอใจลูกเลี้ยงเช่นกันที่ไม่เห็นหัวเธอทั้งที่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยง

“งานอะไรผมก็ทำได้ทั้งนั้นแหละพี่วาด” ตอนนี้จะตำแหน่งหน้าที่อะไรเขาก็ทำหมดเพราะอยากมีเงินใช้

“งั้นแกกลับไปก่อนได้เรื่องยังไงพี่จะโทรบอก”

“ครับพี่วาด แต่ว่าตอนนี้พอจะมีให้ผมสักหมื่นมั้ยครับพอดีติดค่าซ่อมรถไว้ยังไม่ได้จ่ายไอ้บังก็โทรมาตามยิกๆ” ปาณตขอเงินของพี่สาวในรอบที่สามในเดือนนี้ก็ปาไปสามหมื่นแล้ว

“ตอนนี้ฉันไม่มีหรอก เดี๋ยวจะโอนไปให้แต่ฉันให้แกแค่ห้าพันนะแล้วใช้จ่ายประหยัดหน่อยฉันไม่มีเงินมาให้แกถลุงนะ” ปานวาดบอกน้องชายที่ไม่เอาถ่านตอนนี้อายุก็สี่สิบแล้วยังไม่เป็นโล้เป็นพาย

“แค่ห้าพันมันจะพอใช้ได้ยังไงล่ะพี่”

“จะเอามั้ย”

“เอาสิพี่ งั้นผมไปนะอย่าลืมโอนเงินให้ด้วยแล้วเรื่องงานด้วยนะ” ปาณตบอกพี่สาวแล้วเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปจากบ้านหลังใหญ่ที่เขาเข้าออกมาตั้งแต่พี่สาวแต่งงานกับนายหัวคนดังของเมืองใต้

ปานวาดมองตามหลังน้องชายขับรถออกไปจากบ้านแล้วเดินเข้าไปในบ้านก็เจอสามีนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่โต้ะอาหารจึงเดินไปนั่งด้วย

“น้องชายคุณล่ะ” ทศพลถามภรรยาเมื่อได้ยินเสียงรถขับออกไป

“กลับไปแล้วค่ะ พอดีนายปามาถามเรื่องงานที่ท่าเรือค่ะ”

“ก็ให้ไปสมัครที่บริษัทเลยละกัน ผมบอกตาครามแล้วเดี๋ยวเขาจะหาตำแหน่งให้เองแต่คงไม่ได้ตามที่คุณขอไม่ได้ต้องดูตามความสามารถของนายปา”

“นายหัวฝากให้หน่อยไม่ได้เหรอคะ นายปาเป็นน้องชายของวาดจะให้เป็นเด็กเรือวาดจะเอาหน้าไปไว้ไหนคะ” ปานวาดพูดกับสามีหากน้องชายไปเป็นเด็กเรือเธอก็อายผู้คนทั้งจังหวัดน่ะสิ

“คุณทำงานมาก่อนก็น่าจะรู้ว่ามันผิดพลาดไม่ได้และตาครามเป็นคนรับผิดชอบก็ต้องให้เขาจัดการเองผมไม่มีสิทธิ์ไปแทรกแซงงานของเขา” ทศพลตอบภรรยาเขายกย่องปานวาดเป็นภรรยาออกหน้าออกตาแต่ไม่ได้มีสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมดของเขาที่หามาได้ก่อนอยู่กินกับปาดวาดแต่เขาก็เลี้ยงดูเธอให้สุขสบายไม่ต้องทำงานแค่เลี้ยงลูกแต่ตอนนี้ลูกๆก็โตแล้วเธอก็นั่งกินนอนกินเท่านั้น

“นายหัวยกทุกอย่างให้คุณครามหมดแล้วลูกของวาดจะได้อะไรคะ” ปานวาดว่าสามีเพราะงานทุกอย่างเขายกให้เขมินทร์เกือบหมดแต่ยังเหลือโรงแรมที่กระบี่กับชุมพรที่นายหัวยังดูแลอยู่

“มันยังไม่ถึงเวลาเลยนะคุณวาด ยัยวรากับตาธัญยังเรียนไม่จบเลยเอาไว้ถึงเวลาก่อนแล้วค่อยว่ากัน” ทศพลพูดกับภรรยาก่อนจะลุกออกไปจากห้องรับแขกแล้วไปขึ้นรถวันนี้เขาจะไปดูงานที่พังงา

ปานวาดมองตามสามีด้วยความไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ทุกวันนี้เธอก็อยู่ดีกินดีมีหน้ามีตาในสังคมถือว่าเป็นไฮโซของเมืองภูเก็ตที่ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนรู้จักเคารพนับถือก่อนจะลุกขึ้นแล้วไปแต่งตัวเพื่อไปนวดผ่อนคลายกับเพื่อนในสังคมเดียวกัน

ส่วนเขมินทร์ก็เข้าไปดูงานที่ท่าเรือก่อนเพื่อจะคุยกับผู้จัดการหนุ่มใหญ่ที่ดูแลงานที่ท่าเรือซึ่งช่วงเดือนพฤษจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมเป็นไฮซีซั่นมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันเยอะทางบริษัทก็มีโปรโมชั่นมากมายบริการลูกค้าและพนักงานทุกคนก็กระตือรือล้นต้องรับลูกค้าและบริการให้ประทับใจมากที่สุดแล้วจะได้กลับมาใช้บริการอีก

“อาทิตย์หน้าเรียกพนักงานที่ไม่ได้ออกทริปเข้าประชุมด้วยนะครับคุณทวี” เขมินทร์บอกทวีผู้จัดการหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบปีที่ทำงานใกล้ชิดกับพ่อของเขามานานจนได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นผู้จัดการเพราะความซื่อสัตย์และความสามารถรับมือกับสถาณการณ์ต่างๆได้ดีทั้งที่จบปวส.และเขามีความขยันใฝ่รู้จึงเรียนภาคค่ำจนจบปริญญาตรีและเรียนภาษาอังกฤษ จีนและได้อินเดียพอประมาณ

“ได้ครับคุณคราม”

“แล้วอีกเรื่องหนึ่งผมอยากให้คุณทวีช่วยจัดการตามกฎระเบียบของบริษัทเมื่อคุณปาณตมาสมัครงานจะต้องไม่มีการใช้เส้นสายหรืออภิสิทธิ์ใดๆแม้แต่พ่อของผมหรือคุณปานวาดจะฝากขอให้จัดการตำแหน่งตามวุฒิการศึกษาและความสามารถเหมือนทุกคนไม่มีข้อยกเว้นนะครับ” เขมินทร์พูดกับผู้จัดการบริษัทเพราะทุกคนทำงานที่นี่เพราะความสามารถทั้งนั้น

“ได้ครับคุณคราม ยังไงผมก็ต้องทำตามกฎบริษัทอยู่แล้วครับ” ทุกคนอยากมาทำงานที่บริษัทท่องเที่ยวและให้เช่าเรือยอร์ชเพราะเงินดีแต่ก็ต้องมีความสามารถตามที่บริษัทต้องการและส่วนมากก็ทำงานกันมานานทั้งนั้นไม่ค่อยมีใครออกหากไม่จำเป็นเพราะเงินดีมีสวัสดิการดีครอบคลุมถึงครอบครัว

“ขอบคุณครับ ผมขอตัวนะครับเดี๋ยวต้องเข้าไปดูโรงงานปาล์ม” เขมินทร์ยิ้มให้ผู้จัดการก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาพร้อมกับทวีเดินไปส่งเจ้าหนายหนุ่มที่รถ

เมื่อขึ้นรถเขมินทร์ก็เอนตัวพิงเบาะแล้วหลับตาลงเขาทำงานทุกวันเดินทางไปโน่นนี่นั่นตลอดหากไม่ได้ไปตรวจงานก็จะวีดีโอคอลกับผู้จัดการทั้งหลายเพื่อสั่งงานยกเว้นการประชุมที่เขาจะต้องเข้าประชุมด้วยตัวเองก็ถือว่าทำงานหนักและไม่รู้ว่าปู่กับพ่อของเขาจะทำอะไรหนักหนาแค่นี้ก็กินทั้งชาติไม่หมดแล้ว

“ตู้ดด..”

“สวัสดีครับคุณโอปอล อ่อ เจ้านายเหรอครับ ไม่ว่างครับ ได้ครับเดี๋ยวผมจะบอกเจ้านายให้ครับ” พงษรับสายของโอปอลที่โทรมาหาเจ้านายแต่เขมมินทร์ยกมือโบกไปมาบอกว่าไม่รับสายเขาจึงปฏิเสธบอกว่าเจ้านายไม่ว่าง

“มีอะไร”

“คุณโอปอลบอกว่าโกเล่งนัดคุณครามทานข้าวที่บ้านเย็นนี้ครับ”

“สงสัยต้องคุยกันแล้วล่ะงั้นนัดโอปอลมาทานข้าวเย็นที่โรงแรมให้ด้วยครับพี่พงษ์” ชายหนุ่มพูดอย่างเบื่อหน่ายช่วงนี้มีแต่ผู้หญิงตามตื้อสงสัยต้องโล้ะทิ้งให้หมดจะได้จบๆกันไป

“ครับคุณคราม” พงษ์ยิ้มขำเจ้านายหนุ่มเนื้อหอมที่สาวอยากใกล้ชิดเพราะเขมินทร์ใจป้ำไม่เอาเปรียบหากถูกใจเขาจ่ายหนัก

“สงสัยเราจะได้นายหญิงกันแล้วมั้งพงษ์” ทัตติพูดกับรุ่นพี่คู่หูล้อเจ้านายยิ้มๆ

“แค่เสียงกรี้ดพี่ก็ไม่ไหวแล้วว่ะทัต แต่ถ้าคุณครามโอเคพี่ก็ไม่มีปัญหา หึหึๆๆ..” พงษ์พูดขำๆต่างก็รู้ว่าโอปอลนั้นเอาแต่ใจมากแค่ไหนและเกาะติดเขมมินทร์มานานหลายปีและช่วงสองปีหลังเขมินทร์ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับเธอแต่เพราะพ่อเป็นเพื่อนกันก็ไปมาหาสู่และบางทีก็ออกงานด้วยกันทำให้ฝ่ายหญิงปักใจว่าเขมินทร์คือว่าที่สามีเพราะเจ้านายของเขาไม่ยอมแต่งงาน

“ผมก็ไม่ไหวเหมือนกัน ที่ผมไม่พูดก็คิดว่าเป็นเพื่อนกันถ้าเธอรักผมจริงก็คงไม่ไปก็ผู้ชายคนอื่นและข่าวที่ออกไปโอปอลก็เป็นคนให้ทั้งนั้นที่ผมไม่พูดก็เพราะเห็นแก่โกเล่งแต่เป็นแบบนี้ก็ต้องคุยกันครับ ช่วงนี้พงษ์ให้คนตามดูเธอหน่อยหากได้ภาพด้วยก็จะดีมากครับ” แค่งานก็ปวดหัวมากพอแล้วยังจะมายุ่งเรื่องไร้สาระอีก “อ้อ แล้วให้คนตามดูนายปาณตว่ายังทำงานให้นายเชษฐ์อยู่หรือเปล่า”

“ผมให้คนของเราตามนายปาณตแล้วเดี๋ยวผมจะบอกให้ตามคุณโอปอลด้วยครับ” พงษ์ตอบเจ้านายเขาสั่งลูกน้องตั้งแต่รู้ว่าน้องชายของปานวาดอยากมาทำงานที่ท่าเรือแล้ว เพราะคนไม่เอาถ่านอย่างปาณตอยากทำงานมันผิดปกติจึงให้ลูกน้องติดตามดูพฤติกรรมและมันก็จริงอย่างที่เขาคิดนายปาณตเข้าออกบ้านของนายเชษฐ เจ้าของ Co Co Club & Bar (โคโค คลับ แอนด์ บาร์) คู่แข่งของ The Dark Knight Club

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel