บท
ตั้งค่า

บทที่ 4. ตอน ข้าจะทวงความเป็นธรรมให้พวกท่านเอง

วันต่อมาครอบครัวตระกูลหลิวก็ออกจากโรงหมอ หลิวจิ้งขี่ลาเทียมเกวียนพาลูกสาวและภรรยาเดินทางไปยังอำเภอชงหลิน เขาบอกกับนางจางสุ่ยและหลิวซูซูว่า

“ก่อนหน้าที่ครอบครัวเรา จะโดนทางการยึดทรัพย์ เพื่อนของข้าที่ชื่อจ้าวหยวน ได้ขอยืมเงินของข้าไปลงทุนค้าขาย ยังไม่ได้ใช้คืนข้า ตอนนี้พวกเราเป็นอิสระแล้ว ข้าจะไปทวงเงินที่เขายืมไปคืนมา”

เมื่อสิบปีก่อนหลิวจิ้งเป็นพ่อค้ามีฐานะเป็นเศรษฐีคนหนึ่งของอำเภอชงหลิน แต่ถูกคนชั่วใส่ความว่าให้ความช่วยเหลือโจรกบฎ จึงถูกลงโทษด้วยการยึดทรัพย์และตกเป็นทาส ก่อนที่จะถูกขายตัวไปรับใช้ขุนนางผู้หนึ่งในหยางโจว

ในตอนนั้นเขามีเพื่อนเป็นบัณฑิตคนหนึ่งชื่อว่าจ้าวหยวน หลิวจิ้งเรียนในสำนึกศึกษาเดียวกับจ้าวหยวนจนสนิทกัน จ้าวหยวนเองก็คิดทำการค้าแต่ไม่มีเงินทุน จึงได้ขอยืมเงินหลิวจิ้งไปลงทุน แต่ไม่ทันได้ใช้คืนหลิวจิ้งต้องคดีเสียก่อน ในตอนนี้หลิวจิ้งจึงคิดไปทวงคืนเงินที่จ้าวหยวนยืมส่วนนั้นกลับมา

“ท่านพี่ นี่ก็ผ่านมาถึงสิบปีแล้ว ท่านเคยติดต่อจ้าวหยวนมาก่อน แต่เขาไม่เคยตอบกลับมาเลย เขาจะยอมคืนเงินให้เราหรือ”

นางจางสุ่ยเอ่ยกับสามี ก่อนหน้าหลิวจิ้งเคยส่งจดหมายไปหาจ้าวหยวน แต่อีกฝ่ายไม่เคยตอบกลับมา

“เจ้าก็รู้ว่าครอบครัวเรามีคดีติดตัว จ้าวหยวนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย คงไม่กล้าตอบรับจดหมายของข้า ตอนนี้พวกเราพ้นโทษเป็นอิสระแล้ว ข้าไปพบเขาด้วยตนเอง เขาย่อมให้ความช่วยเหลือพวกเรา”

หลิวจิ้งยังเชื่อมั่นว่าจ้าวหยวนจะช่วยเหลือตนเองกับครอบครัว ก่อนหน้านั้นเขาเคยช่วยเหลือจ้าวหยวนไว้มากมาย อีกฝ่ายย่อมต้องมีคุณธรรม เขาเชื่อเช่นนั้นจึงยอมให้จ้าวหยวนยืมเงิน

“ท่านพ่อ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ หากเขาไม่ยอมคืนเงินให้เรา ท่านจะทำเช่นไร”

หลิวซูซูเคยพบเจอผู้คนมาไม่น้อย ทั้งคนดีและคนชั่ว นางจึงไม่เคยมองโลกในแง่ดี ไม่ไว้ใจผู้คนโดยง่าย บิดาของนางในโลกนี้เป็นคนซื่อแม้จะเคยเป็นพ่อค้า แต่ไม่เคยทำมาหากินด้วยการคดโกงผู้ใด เมื่อต้องคดีจากการถูกใส่ความ จึงไม่สามารถแก้ต่างให้ตัวเอง จนครอบครัวต้องพลอยลำบากไปด้วย

“ข้าเชื่อมั่นในคุณธรรมของจ้าวหยวน ข้าเชื่อว่าเขาจะคืนเงินให้ข้า พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไป”

หลิวจิ้งยังคงเชื่อมั่นในตัวของเพื่อน เขากับจ้าวหยวนเรียนในสำนักศึกษาที่เดียวกัน เจ้าหยวนเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่เขาคบหา

เขาเองมาเอาดีด้านการค้าขายจนกิจการค้าดี ร่ำรวยเป็นเศรษฐีขึ้นมา ไม่คิดว่าเพียงเพราะไปขัดผลประโยชน์ทางการค้ากับคนผู้หนึ่ง จึงถูกใส่ความจนถูกยึดทรัพย์ ถูกขายเป็นทาส

“ถึงบ้านของจ้าวหยวนแล้ว พวกเจ้าสองแม่ลูก รอข้าอยู่ที่นี่ก่อน”

หลิวจิ้งขี่ลาเทียมเกวียนมาถึงบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ด้านหน้าประตูมีป้ายเขียนว่า ‘บ้านตระกูลจ้าว’ เขาจอดเกวียนไว้ไม่ไกลนัก แล้วเดินไปหน้าประตูทางเข้า เคาะประตูอยู่สองสามครั้งถึงได้มีคนมาเปิดประตูให้

“ข้าชื่อหลิวจิ้ง มาขอพบท่านจ้าว ช่วยบอกท่านจ้าวว่า เพื่อนเก่าขอเข้าพบ”

หลิวจิ้งบอกกับคนเฝ้าประตูไปเช่นนั้น อีกฝ่ายกวาดสายตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตาดูไม่เชื่อว่า คนยากจนใส่ชุดเก่าขาดเช่นนี้ จะเป็นเพื่อนกับเจ้านายของตนได้

“เจ้ารอสักครู่ ข้าจะไปแจ้งกับนายท่าน”

ประตูถูกปิดลง หลิวจิ้งยืนมองประตูด้วยความคาดหวัง ในใจคิดว่าเพื่อนรักของเขา เมื่อได้รู้ว่าเขามาหา ย่อมต้องออกมาพบเขาด้วยตนเอง เมื่อก่อนจ้าวหยวนมีฐานะยากจน เขาเคยช่วยเหลือเพื่อนคนนี้จนเรียนสำเร็จ

อีกทั้งเขายังให้จ้าวหยวนยืมเงินไปไม่น้อย จ้าวหยวนย่อมไม่ลืมบุญคุณ อีกฝ่ายเปิดกิจการมาสิบปี เงินทองย่อมงอกเงย เขาจะไม่คิดดอกเบี้ยกับจ้าวหยวน จะเอาคืนเพียงส่วนที่เคยให้อีกฝ่ายยืมไปเท่านั้น

ราวหนึ่งเค่อประตูก็เปิดออก หลิวจิ้งรีบมองไปด้านในด้วยความหวังว่าจะได้เห็นหน้าเพื่อนรัก แต่พบเพียงคนเฝ้าประตูกับชายอีกคน ในมือของพวกเขามีไม้กวาดถือไว้

“ออกไปให้พ้น! ที่นี่ไม่ต้อนรับคนหลอกลวง ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้”

คนเฝ้าประตูกับพวก เอาไม้กวาดมาไล่ตีหลิวจิ้ง พร้อมกับเอ่ยปากไล่ ชาวบ้านที่ผ่านไปมาพากันมามุงดู หลิวจิ้งยกมือขึ้นปกป้องตัวเอง เขาจับไม้กวาดไว้ ยื้อยุดไม่ให้ทุบตีตัวเอง

“ข้าเป็นเพื่อนกับจ้าวหยวนจริงๆ นะ พวกเจ้าไปบอกเขาอย่างไร ถึงได้มาไล่ทุบตีข้า”

“เจ้าคนหลอกลวง ท่านจ้าวเป็นถึงคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในชงหลิน เจ้ามาแอบอ้างไม่ดูสารรูปตัวเอง”

คนเฝ้าประตูดึงไม้กวาดคืนแล้วผลักหลิวจิ้งจนล้มลง อีกคนก็เอาไม้มาทุบตีเขาอีก ซ้ำด่าทอว่า

“ท่าทางซอมซ่อราวกับยาจกเช่นนี้ จะเป็นเพื่อนกับท่านจ้าวได้อย่างไร ไปให้พ้นนะ”

ในเกวียนนางจางสุ่ยเห็นสามีถูกทุบตีจึงรีบลงไปช่วย นางผลักชายสองคนที่กำลังใช้ไม้กวาดตีสามีของนาง แล้วเข้าไปประคองหลิวจิ้งให้ลุกขึ้น

“ท่านพี่ เป็นอย่างไรบ้าง”

“อาสุ่ยข้าไม่เป็นอะไร เราไปจากที่นี่กันเถอะ”

หลิวจิ้งโดนทุบตีจนช้ำไปทั้งตัว ในใจของเขาแตกสลายเมื่อเพื่อนรักไม่ยอมให้พบ ซ้ำยังบอกคนรับใช้ว่าไม่รู้จักเขา ให้คนมาทุบตีเขา จะหน้าด้านอยู่ต่อ ให้อับอายทำไม

“เจ้าเป็นเมียของเจ้านี่ใช่หรือไม่ มาพาผัวเจ้ากลับไปเสีย อะไรกันมาอ้างว่าเป็นเพื่อนของท่านบัณฑิตจ้าว ท่านจ้าวบอกว่าไม่รู้จัก ยังจะมาแอบอ้างอีก หน้าหนายิ่งนัก”

คนเฝ้าประตูยังคงเย้ยหยันไม่หยุด หลิวซูซูลงจากเกวียนโดยทิ้งลูกให้นอนอยู่ในตะกร้า มาได้ยินเข้าก็รู้สึกโมโหขึ้นมา มองดูคนรอบกายที่ต่างมุงดูสองสามีภรรยา ต่างพากันซุบซิบนินทาต่อหน้า

“คนอะไรมาอ้างว่าเป็นเพื่อนท่านเศรษฐีจ้าว ดูสารรูปสิ อย่างกับขอทานทั้งผัวทั้งเมีย”

“ใช่ๆ ยาจกชัดๆ ท่านเศรษฐีจะไปคบหากับยาจกได้อย่างไร”

หลิวจิ้งกับนางจางสุ่ยได้ยินคำถากถางก็หน้าร้อน ด้วยความอับอาย พากันก้มหน้าจะเดินกลับเกวียน แต่ถูกหลิวซูซูขวางทางไว้

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะทวงความเป็นธรรมให้พวกท่านเอง”

///

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel