บท
ตั้งค่า

บทที่ 3. ตอน ศิลาสวรรค์ กับดินแดนไร้กาลเวลา

“เด็กน้อยคนนั้นบอกว่า ได้ใช้ศิลาสวรรค์เปลี่ยนชะตาให้ฉัน การที่ฉันมาอยู่ที่นี่อาจจะเพราะศิลาสวรรค์อันนี้ ช่างน่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว”

หลิวซูซูจับจี้ห้อยคอมาดูใกล้ ๆ ศิลาสวรรค์มีลักษณะเหมือนหินคล้ายหยกสีฟ้าคราม เนื้อหินภายในมีละอองทองคำกระจายอยู่ทั่วทั้งก้อน เมื่อเอามาส่องดูใกล้แสงสว่าง ก็จะเปล่งประกายสีฟ้าปนทองออกมา ของสิ่งนี้ติดตัวนางข้ามมิติมายังที่นี่ด้วย

“ศิลาสวรรค์ นอกจากทำให้ฟื้นคืนชีพแล้ว ทำอะไรได้บ้างล่ะเนี่ย”

หลิวซูซูจับจี้ห้อยคอหมุนไปมา เพ่งมองเข้าไปในหินนั้นแล้วรู้สึกว่าในหัวของเธอโล่งเบาคล้ายตกภวังค์ มีแรงดึงดูดบางอย่างนำพาให้ดิ่งวูบเข้าไปภายในหินก้อนนั้น

เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่ายืนอยู่บนพื้นหญ้า มองไปรอบกายพบพื้นที่โล่งกว้าง มีภูเขา บึงน้ำ บนเนินสูงมีเรือนหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์ตั้งอยู่ รอบเรือนปลูกดอกไม้และต้นไม้ตกแต่งไว้อย่างงดงาม

“ที่นี่คือที่ไหนกันเนี่ย”

หลิวซูซูครางออกมาด้วยความแปลกใจ พลางเดินสำรวจไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น

“ที่นี่คือ มิติไร้กาลเวลา ดินแดนลึกลับของผู้เป็นเจ้าของศิลาสวรรค์”

เสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งดังขึ้น เจ้าของเสียงปรากฏตัวออกมาเป็นลำแสงจากจี้ห้อยคอ ก่อนจะรวมตัวเป็นก้อนกลมๆ รูปหยดน้ำสีขาว

“เจ้าเป็นตัวอะไร”

หลิวซูซูขยับถอยห่างอย่างระแวงภัย ด้วยถูกฝีกมาให้ระวังตัวทุกฝีก้าว จึงไม่เคยประมาท สายตายังคงจับจ้องเจ้าตัวประหลาดนั่น

“ข้าเป็นภูติรับใช้ของผู้ครอบครองศิลาสวรรค์ ข้าชื่ออาจิ่ว นายท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวจิ่วเถอะขอรับ”

ภูติน้อยแนะนำตัว ขณะบินวนไปมารอบร่างของหลิวซูซู ราวกับมันกำลังสำรวจนายคนใหม่ของมัน ร่างกลมนั้นเรืองแสงเหมือนหิ่งห้อย มีดวงตากลมโตและปากเล็กจุ๋มจิ๋ม เสียงของมันคล้ายเสียงเด็ก ดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว

“ได้ข้าจะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวจิ่ว ส่วนเจ้าเรียกข้าว่าพี่สาวหลิวเถอะ เรียกนายท่านฟังแล้วห่างเหิน”

หลิวซูซูยื่นมือแตะเจ้าก้อนกลม ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวนุ่มนิ่มคล้ายกับหมั่นโถว เมื่อเอานิ้วจิ้มๆ ดู ก็เด้งดึ๋ง ยืดหยุ่น ให้ความรู้สึกนุ่มฟูสบายมือ เผลอขยุ้มและดึงแรงๆ จนเจ้าของร่างนุ่มเด้ง ต้องดีดตัวหนี

“โอ้ย อย่าบีบข้าแรง ข้าก็เจ็บเป็นนะขอรับ”

เจ้าภูติน้อยร้องโอดครวญ ข้างลำตัวยืดออกเป็นแขนและมือเล็กๆ ลูบไปมาตรงที่โดนดึง

“ขอโทษๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

หลิวซูซูเอ่ยขอโทษออกมา ความรู้สึกในตอนนี้ราวกับได้ของขวัญแสนพิเศษจากสวรรค์ นอกจากฟื้นคืนชีพเกิดใหม่แล้ว ยังมีผู้ช่วยแสนน่ารัก และดินแดนมิติไร้กาลเวลาเป็นของแถม น่าอัศจรรย์จนยากจะเชื่อ แต่ไม่เชื่อก็ไม่ได้แล้ว ทุกสิ่งปรากฏให้เห็นตรงหน้าแบบนี้

เธอเคยอ่านนิยายแนวทะลุมิติเกิดใหม่มาหลายเรื่อง ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกิดกับตัวเอง นึกกระหยิ่มในใจ หากมีของวิเศษแบบนี้ ชีวิตในโลกนี้ก็ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย

"ข้าจะเข้าออกที่นี่ได้อย่างไรกัน"

หลิวซูซูเอ่ยถาม เธออยากรู้วิธีควบคุมการเข้าออก

"เพียงแค่ท่านแตะศิลาสวรรค์แล้วนึกว่าจะเข้ามา ก็จะสามารถพาตัวเองเข้ามาที่นี่ได้ รวมถึงสามารถใช้เพียงความคิด เชื่อมต่อกับที่นี่ได้เช่นกัน"

เสี่ยวจิ่วบอกกับผู้เป็นนาย มันบินนำทางไปสำรวจบริเวณต่างๆ และยังแนะนำถึงคุณสมบัติของแต่ละสิ่ง ให้หลิวซูซูรับรู้

"นี่คือเรือนไร้กาลเวลา ที่แห่งนี้เป็นทั้งที่พักและยังมีคุณสมบัติเป็นห้องเก็บของไร้จำกัด ท่านสามารถเก็บของไว้ที่นี่ได้ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือข้าวของมีค่า อาหารจะยังสดใหม่ไม่เน่าเสีย รวมถึงยังมีคลังสมบัติ คลังตำรา คลังยาวิเศษ คลังเก็บสมุนไพรล้ำค่า"

"เหมือนโกดังเก็บของบวกกับห้องเย็นสินะ ยอดเยี่ยมตรงเก็บของได้ไม่จำกัดนี่แหละ"

หลิวซูซูเดินสำรวจในเรือนไร้กาล พื้นที่ภายในกว้างขวาง แบ่งเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว ห้องหนังสือ และห้องเก็บของที่มีสามารถเก็บของได้อย่างไม่จำกัด

“ตำราในห้องหนังสือนี้ ท่านสามารถอ่านและฝึกฝนได้ ก็จะสามารถเก่งกาจเป็นยอดคน มีทั้งตำราแพทย์ ตำราอาหาร ตำราสมุนไพร รวมถึงคัมภีร์ฝึกยุทธ และยังมียารักษาโรค ยาบำรุงกำลัง ยาพิษทุกชนิด ทุกสิ่งรวบรวมไว้ เพื่อเจ้าของศิลาสวรรค์”

เจ้าภูติน้อยลอยไปยังตู้เก็บตำรา และแนะนำตำราแต่ละชนิดให้หลิวซูซูฟัง ก่อนจะลอยไปยังตู้เก็บยา ที่มีขวดดินเผาบรรจุยาชนิดต่างๆ มีชื่อยาแปะติดข้างขวด

“ข้าจะฝึกฝนได้เองหรือเปล่า ข้าอยากเรียนฝึกยุทธ อยากเรียนการฝึกลมปราณแบบพวกยอดฝีมือน่ะ”

หลิวซูซูเป็นนักฆ่าฝึกฝนการต่อสู้มา แต่ในยุคของเธอคัมภีร์การฝึกยุทธแบบโบราณนั้น สาบสูญไปนานแล้ว ผู้คนไม่มีพลังภายใน ใช้แต่พลังของร่างกายและยุทธวิธีการต่อสู้ต่างๆ รวมถึงการใช้อาวุธปืน เมื่อเห็นคัมภีร์ฝึกยุทธ หลิวซูซูจึงคันไม้คันมืออยากฝึกมาก

“ย่อมได้ พี่สาวหลิวสามารถเข้ามาฝึกฝนที่นี่ได้ตลอดเวลา เสี่ยวจิ่วจะเป็นผู้แนะนำท่านเอง”

เจ้าภูติน้อยอาสาเป็นกุนซือคอยให้คำแนะนำ หลิวซูซูยิ้มกว้างหยิบตำราต่างๆ มาเปิดอ่านด้วยความตื่นเต้น

"พี่สาวหลิว ยามนี้ร่างกายของท่านอ่อนแอนัก ข้าว่าหากท่านต้องการการฝึกวิชา ท่านต้องฟื้นฟูร่างกายเสียก่อน ท่านตามข้ามาทางนี้เถอะขอรับ"

เสี่ยวจิ่วบินนำออกไปยังด้านหลังเรือน ที่แห่งนี้เป็นห้องกว้างมีน้ำพุอยู่ด้านบน ไหลลงมาราวกับน้ำตกเล็กๆ ด้านใต้นั้นเป็นแอ่งน้ำลักษณะคล้ายอ่างรองรับน้ำไว้

น้ำส่วนหนึ่งที่ล้นจากอ่างได้ถูกปล่อยไหลไปรวมกันในบึง และไหลไปตามร่องน้ำ ที่มีพืชผักและสมุนไพรหลากชนิดปลูกอยู่ในแปลง

"นี่คือน้ำพุเยว่จิน น้ำจากน้ำพุนี้หากลงแช่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ หากดื่มกินจะเพิ่มพละกำลัง และช่วยสลายพิษได้ทุกชนิด"

คุณสมบัติอันน่าทึ่งนี้ ทำให้หลิวซูซูถึงกับตื่นตะลึง

"ข้าลงไปแช่ตอนนี้ไหม แล้วต้องแช่นานแค่ไหน ถึงจะฟื้นฟูร่างกายได้"

"ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อ ก็สามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม หากท่านดื่มน้ำพุด้วย ก็จะช่วยให้ฟื้นฟูเร็วขึ้นอีกหนึ่งเท่า"

เจ้าภูติน้อยบินไปตักน้ำจากด้านบนสุดของน้ำพุ มาส่งให้หลิวซูซูดื่ม

"วิเศษมาก ข้ารู้สึกว่าร่างกายของข้าเหมือนกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งแล้ว สุดยอดไปเลย"

หลิวซูซูดื่มน้ำพุลงไปหลายอึก ก่อนจะอุทานด้วยความตื่นเต้น แม้ร่างกายนี้จะแข็งแรงไม่เท่าร่างเดิมของเธอ แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอเหมือนตอนแรกแล้ว

"ข้าจะลงแช่น้ำ เจ้าหลบไปก่อนเถอะ"

แม้เจ้าภูติน้อยไม่ใช่มนุษย์ แต่หลิวซูซูก็ไม่คิดเปลือยกายแช่น้ำ โดยมีสายตาของมันมองดู จำต้องไล่มันให้ไปไกลๆ ก่อน

"เชิญพี่สาวหลิวตามสบาย เสี่ยวจิ่วจะดูแลอยู่ห่างๆ ท่านโปรดวางใจ"

เมื่อเสี่ยวจิ่วพาตัวเองบินออกไปรอด้านนอกแล้ว หลิวซูซูจึงเปลื้องผ้า พาร่างหย่อนลงไปแช่ในน้ำพุ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย บาดแผลจากการคลอดราวกับได้รับการเยียวยา ความอ่อนเพลียปวดระบมหายไปราวปลิดทิ้ง ร่างนี้กำลังได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง

หลิวซูซูนอนแช่น้ำพุอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งมีเสียงของเจ้าภูติน้อยดังขึ้นว่า

“พี่สาวหลิว ท่านแม่ของท่านกำลังกลับมาแล้ว ท่านออกไปจากที่นี่เถอะขอรับ”

นอกประตูห้อง นางจางสุ่ยเดินกลับมาแล้ว เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็พบหลิวซูซูนอนกอดลูกสาวหลับอยู่ จึงเดินเข้าไปส่องดู ก่อนจะหยิบผ้าห่มมาคลุมให้ แล้วหยิบตะกร้ามานั่งเย็บผ้าอ้อมเด็กเตรียมไว้ให้หลานตัวน้อยได้ใช้ ข้าวของที่ทางหลี่มามาจัดให้มีผ้าฝ้ายหลายผืน พอใช้ตัดเย็บเสื้อผ้าเด็กและทำเป็นผ้าอ้อมได้ นางอาศัยเวลาว่างก่อนนอนตัดเย็บไว้ พรุ่งนี้จะได้มีไว้ใช้งาน

“พี่สาวหลิว หากท่านต้องการให้ข้าช่วย เพียงแค่ท่านเรียกชื่อข้าในใจ ข้าจะมาหาท่านทันที”

เสียงของเสี่ยวจิ่วดังขึ้นในหัว หลิวซูซูพยักหน้ารับอย่างลืมตัว ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ต้องส่งเสียงในใจตอบเจ้าภูติน้อยว่า

“รู้แล้วๆ ไว้เราค่อยคุยกันอีกที”

///

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel