บทที่ 2. ตอน ข้าจะเลี้ยงเด็กคนนี้เอง
หลิวซูซูอยากจะกรีดร้อง อยากจะลุกวิ่งหนีไปให้พ้น แต่ร่างกายนี้อ่อนแรงเกินกว่าจะทำตามใจได้ ดวงตาคู่สวยของหรี่ปิดลง พร้อมกับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวช้าๆ
“ท่านพ่อ พาข้ากับลูกไปจากที่นี่เถอะ”
หลิวซูซูนอนพักอยู่ชั่วยามหนึ่ง ก็ฝืนลุกขึ้นนั่งเอ่ยกับบิดาเสียงเข้ม ความทรงจำของร่างเดิมไหลเข้ามาในหัวครบทุกด้าน เจ้าของร่างถูกบังคับพาไปให้คนผู้หนึ่งมีสัมพันธ์ด้วย และต้องยกลูกในท้องให้กับบิดาของเด็ก แลกกับการถูกปลดปล่อยจากการเป็นทาสพร้อมบิดามารดา เจ้าของร่างกตัญญูนักยอมทำตาม
จนเมื่อผ่านพ้นคืนนั้น ได้ตั้งครรภ์ขึ้นมา ถูกเจ้านายสั่งให้กักตัวเอาไว้ โดยมีหลี่มามาคอยดูแล เมื่อถึงเวลาคลอดนางได้สิ้นลมไปขณะคลอดลูกคนแรก
หลิวซูซูได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้แทน เมื่อทบทวนดูแล้วจึงคิดจะรักษาเด็กอีกคนไว้ และเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับผู้ใดให้ต้องมีปัญหา
“เจ้าจะไปที่ใด หรือเจ้าจะพาลูกของเจ้าไปหานายท่าน”
นางจางสุ่ยเอ่ยถาม คิดว่าบุตรสาวของตนจะกลับไปยังจวนของนายท่าน แล้วนำเด็กที่เพิ่งคลอดไปให้อีกฝ่าย หลิวซูซูกลับส่ายหน้า
“ไม่ ข้าจะเลี้ยงเด็กคนนี้เอง”
หลิวซูซูมีความทรงจำของชาติเดิมและของร่างนี้ จึงปรับตัวได้เร็วพูดจากับบิดามารดาเจ้าของร่างอย่างคุ้นชินมากขึ้น เจ้าของร่างนี้ ชื่อหลิวซูซูเช่นกัน
เป็นความบังเอิญที่น่าทึ่ง เธอเกิดใหม่ในร่างคนผู้นี้แล้ว จึงต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกนี้ให้ดีกว่าเดิม
“หากนายท่านล่วงรู้เข้า เราจะทำเช่นไร”
หลิวจิ้งหวาดกลัวผู้เป็นนายเก่า เขากับภรรยาและบุตรสาวถูกซื้อตัวมาเป็นคนรับใช้อยู่หลายปีแม้จะพ้นความเป็นทาสแล้ว แต่ยังมีความเกรงกลัวผู้เป็นเจ้านายติดตัวมา
“ซูเอ๋อร์ พวกเราเป็นเพียงมดปลวก จะสู้พญาอินทรีย์ได้อย่างไร”
นางจางสุ่ยเองก็ไม่กล้าทำตาม เกรงภัยจากผู้สูงศักดิ์กว่า
“เหตุใดต้องเกรงกลัวด้วย มิใช่ว่าพวกเขาเข้าใจว่าข้าตายไปแล้วหรือ สู้ปล่อยให้เข้าใจเช่นนั้นเถอะ”
หลิวซูซูก้มลงมองทารกน้อยที่นอนหลับอยู่ แตะปลายนิ้วบนแก้มนุ่มนิ่มนั้น สายตามีแววแข็งกร้าวขึ้นมา
ชาติก่อนเธอเป็นเด็กกำพร้า ถูกพาตัวมาฝึกให้เป็นนักฆ่าขององค์กรลับ ในแต่ละวันถูกฝึกฝนอย่างหนัก ชีวิตไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว ชาตินี้มีครอบครัวพร้อมหน้าแล้ว จะไม่ยอมตกไปเป็นทาสใครอีกเด็ดขาด
“เราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่เมืองอื่นห่างไกลจากที่นี่กันเถอะ”
หลิวจิ้งและนางจางสุ่ย ตกลงทำตามความต้องการของลูกสาว แต่ร่างกายของหลิวซูซู ยังคงอ่อนเพลียจากการคลอด ดังนั้นจึงต้องพักอยู่ที่โรงหมออีกหนึ่งคืน
หลิวจิ้งตั้งชื่อให้หลานตัวน้อยว่า หลิวเยว่หยา ด้วยไม่รู้แซ่ของบิดาจึงใช้แซ่ฝั่งมารดาไปก่อน หลิวซูซูพอใจกับชื่อของลูกสาว นางเรียกแม่หนูน้อยว่าเสี่ยวหยา
ระหว่างนี้เด็กทารกที่เพิ่งคลอด ต้องการดื่มนมจากอกของมารดา หลิวซูซูผู้เคยเป็นแม่ครั้งแรกแทบจะทำอะไรไม่ถูก การอุ้มเด็กทารกตัวจ้อย หรือแม้แต่การให้นม ก็ล้วนเป็นเรื่องที่ยากลำบากทั้งสิ้น
โชคดีที่นางจางสุ่ยอยู่ด้วย นางได้สอนให้ลูกสาว เลี้ยงดูลูกของตัวเอง สิ่งที่ทำให้หลิวซูซูรู้สึกขัดเขินอยู่ไม่น้อย คือการให้นมเด็กทารก
"เอาผ้าชุบน้ำอุ่นนี่ เช็ดรอบๆ ปลายถันของเจ้าให้สะอาด วางประคบไว้สักครู่ จากนั้นค่อยๆ จ่อปลายถันของเจ้าที่ปากเด็ก"
นางจางสุ่ยส่งผ้าชุบน้ำอุ่นให้ลูกสาว พลางสอนวิธีการทำความสะอาด และเริ่มต้นการให้นมเด็กทารก หลิวซูซูรับผ้ามาแล้วหันหลังให้ผู้เป็นมารดา ขณะเปิดชายเสื้อเอาผ้าล้วงเข้าไปด้านในเช็ดทำความสะอาดทรวงอกทั้งสองข้าง
ในใจรู้สึกขัดเขินแต่ไม่ทำก็ไม่ได้ เด็กน้อยร้องไห้จ้าเสียงดัง จำต้องให้นมตามหน้าที่มารดา
"เจ้าอุ้มดีๆ ล่ะ หยาเอ๋อร์ยังเล็กหากทำหลุดมือจะเป็นอันตราย"
นางจางสุ่ยอุ้มหลานสาวส่งให้คนเป็นแม่ ส่ายหน้ากับท่าทีเก้ๆ กังๆ นั้น คงต้องสอนกันอีกมาก
"รีบเอานมให้ลูกเจ้าสิ ร้องไห้หิวนมเสียงดัง จะรบกวนผู้อื่น"
เมื่อถูกเร่ง หลิวซูซูก็จำต้องกลั้นใจให้นมลูกน้อย ก่อนจะหลับตาแน่นเมื่อปากเล็กๆ นั้นเริ่มดูดปลายถันของตน ขนในตัวลุกชันขึ้นมา เมื่อรู้สึกจั้กจี้ปนกับเจ็บนิดๆ ต้องฝืนข่มความรู้สึกนั้นไว้ อดทนจนเด็กน้อยดื่มนมจนอิ่ม
"เสี่ยวหยาหยุดดูดแล้ว คงอิ่มแล้วใช่หรือไม่"
หลิวซูซูเอ่ยถามมารดา ขณะก้มลงมองเจ้าตัวน้อยที่ตอนนี้ หลับตาพริ้มทำท่าเหมือนจะหลับไปแล้ว
"เช่นนั้นเจ้าต้องช่วยนางให้เรอก่อน มิเช่นนั้นจะท้องอืด อ้วกน้ำนมออกมาได้ ส่งมาให้แม่ทำให้เจ้าดูก่อน ครั้งต่อไปเจ้าต้องทำเอง"
นางจางสุ่ยมาช่วยอุ้มและลูบหลังให้เด็กน้อยเรอออกมา ก่อนจะวางลงบนที่นอน
"ทุกหนึ่งชั่วยามกับสองเค่อ เจ้าต้องให้นมลูกเจ้า เด็กทารกต้องการดื่มนมบ่อยๆ"
ผู้มีประสบการณ์ได้แนะนำ ผู้เป็นมารดามือใหม่ หลิวซูซูได้แต่พยักหน้ารับ ตอนนี้รู้สึกทั้งง่วงและหิวมาก ร่างกายเสียเลือดจากการคลอดบุตร อ่อนเพลียเกินกว่าจะลุกไหว
"เจ้าคงหิวแล้ว แม่ต้มโจ๊กไว้ เดี๋ยวจะยกมาให้กินนะ"
นางจางสุ่ยเดินออกจากห้องไป และกลับมาพร้อมถ้วยโจ๊กกับหมั่นโถว และยาต้มอีกชามหนึ่ง
"มากินเถอะ จะได้นอนพัก"
หลิวซูซูรับถ้วยโจ้กมาตักกินอย่างหิวโหย มืออีกข้างจับก้อนหมั่นโถวกัดกินสลับไปมา ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป อีกทั้งยังเพิ่งผ่านการคลอดบุตรมา
ต่างจากร่างเก่าที่แข็งแรงเพราะผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก รอให้ร่างกายนี้ฟื้นตัวจากการคลอด จะต้องฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิมให้ได้
"ดื่มยานี่ด้วย จะช่วยขับน้ำคาวปลาทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น"
นางจางสุ่ยส่งชามยาต้มให้ลูกสาว หลิวซูซูรับถ้วยยามา แล้วมองดูน้ำสีดำๆ ในถ้วย ชีวิตนี้สิ่งที่ทำให้รู้สึกทุกข์ทรมานที่สุด ไม่ใช่การถูกทุบตีหรือการถูกยิง แต่เป็นการกินยา ยาในยุคของเธอเป็นเม็ดยังกินลำบาก ยาโบราณเป็นน้ำสีดำกลิ่นเหม็นเช่นนี้ แทบจะทำใจกลืนไม่ลง
"รีบดื่มสิ กำลังอุ่นพอดี"
ถูกคนเป็นมารดาเร่งอีกครั้ง จำต้องกลั้นใจยกขึ้นดื่มจนหมดชาม น้ำยาขมๆ กลิ่นเหม็น ทำให้แทบจะอาเจียน ฝืนกลืนลงคอไปอย่างยากลำบาก
"พักเถอะ เดี๋ยวแม่ล้างชามเสร็จจะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า"
นางจางสุ่ยยกจานชามออกไปจากห้อง ปล่อยให้หลิวซูซูอยู่กับลูกสาวตามลำพัง
เมื่อพ้นสายตาของมารดา หลิวซูซูก็นึกทบทวนเรื่องราวมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับเธอ
