บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 อิสระภาพ พร้อมกลิ่นเงินอันหอมหวาน

เสียงปิดประตูดังปัง! สะท้อนถึงอารมณ์เดือดดาลของหานจินที่เพิ่งผลุนผลันออกไปจากบ้าน ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งและบรรยากาศอึดอัดที่ยังคงอบอวลอยู่ภายในบ้านพักคนงานแสนซอมซ่อ

หลิวซินยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยจากความตึงเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่แววตาของเธอกลับไม่ได้มีแต่ความหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว มันฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและความหวังที่เพิ่งจะถูกจุดขึ้นมา

หานซูอวี้เดินเข้ามาจับมือมารดาอย่างแผ่วเบา "แม่คะ..."

หลิวซินหันมามองหน้าลูกสาว ก่อนจะพยักหน้าให้เธอ "เรา...ไปกันเถอะลูก"

ไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ อีก สองแม่ลูกต่างก็รู้ดีว่าพวกเธอไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งคู่ต่างเริ่มเก็บข้าวของที่เป็นของตนเองอย่างรวดเร็ว

ซึ่งของมีค่าในบ้านหลังนี้แทบจะไม่มีอยู่แล้ว มีเพียงเสื้อผ้าเก่าไม่กี่ชุด รูปถ่ายขาวดำของคุณตาคุณยาย และที่สำคัญที่สุดคือจักรเย็บผ้าคู่ใจของหลิวซินซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินเพียงชิ้นเดียวของเธอ

"แม่ติดต่อ...น้าลี่ฮวาของลูกไปแล้วนะ" หลิวซินเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังพับเสื้อผ้าใส่หีบไม้ค่อนข้างเก่า

"แม่ใช้โทรศัพท์สาธารณะที่ตลาดโทรไปหาหล่อนตามเบอร์ที่เคยให้ไว้ในจดหมายฉบับล่าสุด"

หานซูอวี้ชะงักมือหลังได้ยินคำพูดนี้ที่แม่ของเธอกล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง เด็กหญิงหันมามองมารดาด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ

"จริงเหรอคะแม่! แล้ว...แล้วแม่บุญธรรมว่ายังไงบ้างคะ?"

"หล่อนก็ดีใจมากนะสิ ที่แม่โทรไป" หลิวซินยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเป็นครั้งแรก "พอแม่เล่าเรื่องของเราคร่าว ๆ เธอก็รีบบอกให้เราไปหาที่หนานจิงทันที พร้อมยังบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องที่พัก สามีของหล่อน...พ่อบุญธรรมของลูกน่ะเป็นหมออยู่ในกองทัพ ฐานะทางบ้านค่อนข้างดีกว่าเรามาก เขามีห้องว่างให้เราสองแม่ลูกอยู่ได้สบาย ๆ เลย แม่ก็เลยคิดว่าระยะแรกอาจจะต้องพึ่งพาครอบครัวของแม่บุญธรรมของลูกไปก่อน"

คำพูดของมารดาทำให้หานซูอวี้รู้สึกโล่งใจอย่างที่สุด ในที่สุด...พวกเธอก็มีที่ไปที่ปลอดภัยแล้ว

"ดีเลยค่ะแม่ งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะ"

เด็กหญิงช่วยแม่เก็บของอย่างขะมักเขม้น เมื่อถึงตอนที่จะต้องยกหีบไม้ที่ใส่เสื้อผ้าจนเต็มแน่น ซึ่งปกติแล้วหลิวซินจะต้องใช้แรงอย่างมากกว่าจะขยับมันได้ หานซูอวี้กลับพูดขึ้นว่า

"เดี๋ยวหนูช่วยยกเองค่ะแม่"

ว่าแล้วเด็กหญิงวัยสิบสามปีก็ออกแรงยกหีบไม้นั้นขึ้นมาอย่างง่ายดายจนน่าตกใจ ความหนักอึ้งที่ควรจะมีกลับรู้สึกเบาโหวงในมือของเธอ หลิวซินมองภาพนั้นด้วยความทึ่งระคนสับสน

"ซูอวี้! ลูก...ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเยอะแยะขนาดนั้น!"

หานซูอวี้เองก็ชะงักไปเช่นกัน เธอรู้สึกได้ว่าตัวเองใช้แรงไปไม่มากนักแต่หีบก็ลอยขึ้นมาแล้ว "คงเพราะหนูตกใจมั้งคะแม่ เลยมีแรงเยอะเป็นพิเศษ แม่รีบเข็นจักรเย็บผ้ามาเถอะค่ะ หรือว่าจะให้หนูจัดการเองดี"

"ไม่เป็นไรลูก เรื่องจักรเดี๋ยวแม่จัดการเอง" คนเป็นแม่ปฏิเสธ หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็พากันเดินแบบไม่เหลียวหลังกลับไปมองยังบ้านพักสวัสดิการที่ไร้ซึ่งความทรงจำดี ๆ อีกเลย

ณ สำนักงานกิจการพลเรือน (หน่วยงานทะเบียนราษฎร)

บรรยากาศภายในสำนักงานราชการในตอนบ่ายค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงพัดลมเพดานที่หมุนดังเอื่อย ๆ กับเสียงเจ้าหน้าที่พลิกกระดาษเป็นครั้งคราว

หลิวซินนั่งกุมมือลูกสาวอยู่บนม้านั่งไม้ยาว สายตาของเธอจ้องมองพื้นอย่างใช้ความคิด ในขณะที่หานซูอวี้คอยบีบมือให้กำลังใจอยู่เงียบ ๆ

ไม่นานนักร่างสูงโปร่งแต่ค่อนซูบของหานจินก็เดินเข้ามาในสำนักงานด้วยท่าทีหงุดหงิด เขาเหลือบมองสองแม่ลูกด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าหน้าที่โดยไม่พูดอะไรสักคำ

กระบวนการหย่าร้างในยุคนี้ไม่ได้ซับซ้อนนัก โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันมาแล้ว เจ้าหน้าที่เพียงสอบถามยืนยันความสมัครใจของคนทั้งคู่สองสามประโยคก่อนจะยื่นเอกสารให้ลงนาม

"เงินล่ะ?" หลิวซินเอ่ยถามเสียงเรียบหลังจากที่ปากกาในมือของเธอจรดลงบนกระดาษเป็นที่เรียบร้อย

หานจินแค่นเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ แต่ก็ยอมล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านในควักปึกธนบัตรที่มัดไว้อย่างดีออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้าอย่างกระแทกกระทั้น

"หนึ่งพันหยวน! ครบ! ต่อไปนี้เราขาดกัน!"

เขามองหน้าหลิวซินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากสำนักงานไปอย่างไม่ไยดีราวกับว่าผู้หญิงและเด็กที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของตนมาก่อน

หลิวซินมองตามแผ่นหลังนั้นไปจนลับสายตา น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นน้ำตาของการปลดปล่อยจากพันธนาการที่ผูกมัดเธอมาเนิ่นนาน

"ไปกันเถอะค่ะแม่" หานซูอวี้เอ่ยขึ้นพลางช่วยแม่เก็บเงินปึกนั้นใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง "ชีวิตใหม่ของเรารออยู่ที่หนานจิงนะคะ"

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย สองแม่ลูกก็พากันมายังท่ารถโดยสารเพื่อหารถเดินทางไปยังหนานจิง พวกเธอไม่ได้ขึ้นรถประจำทางที่แออัดยัดเยียดเพราะด้วยเงินทุนก้อนแรกที่ได้มา

หานซูอวี้ตัดสินใจเรียกรถว่าจ้างซึ่งเป็นรถจี๊ปรุ่นเก่าคันหนึ่งที่รับจ้างเดินทางระหว่างเมืองโดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางพร้อมกับสัมภาระซึ่งมีจักรเย็บผ้าอันเป็นสมบัติชิ้นสำคัญรวมอยู่ด้วย

เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากเมืองจวี้หรงที่คุ้นเคย ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนจากบ้านเรือนที่แออัดเป็นทุ่งนาและชนบท

หลิวซินเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างในใจยังคงรู้สึกโหวงเหวงและไม่แน่ใจกับอนาคตที่มองไม่เห็น แต่เมื่อเธอมองมายังลูกสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างและเห็นแววตาที่มุ่งมั่นและไม่หวาดหวั่นของหานซูอวี้ ความกลัวเหล่านั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความหวัง

หานซูอวี้เองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กัน นี่คือการเดินทางเพื่อลิขิตชีวิตใหม่อย่างแท้จริง เธอจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดในอดีตชาติมาซ้ำเติมแม่อีกแล้ว ที่หนานจิงพวกเธอจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเธอจะทำให้มันเป็นจริงให้ได้!

รถจี๊ปวิ่งอยู่บนถนนนานหลายชั่วโมง จนในที่สุดภาพเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาคารและผู้คนก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา หนานจิง...เมืองหลวงเก่าแก่ที่บัดนี้กำลังจะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของพวกเธอ

คนขับรถพาพวกเธอมาส่งยังจุดหมายปลายทางตามที่บอกไว้ นั่นคือหมู่บ้านของกองทัพซึ่งเป็นเขตที่พักอาศัยสำหรับครอบครัวของนายทหารโดยเฉพาะ บรรยากาศที่นี่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน และให้ความรู้สึกปลอดภัย แตกต่างจากสภาพแวดล้อมเดิมของพวกเธออย่างสิ้นเชิง

ทันทีที่รถจอดสนิทหานซูอวี้ก็เห็นร่างของหญิงสาวท่าทางใจดีคนหนึ่งยืนรอพวกเธออยู่หน้าอาคารหลังหนึ่งพร้อมกับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ยืนเกาะขาเธออยู่...นั่นต้องเป็นคุณน้าเฉินลี่ฮวาหรือแม่บุญธรรมของเธออย่างแน่นอน

"ซินซิน! ซูอวี้! ทางนี้จ้ะ!" เสียงร้องทักทายอย่างอบอุ่นและดีใจนั้นทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางของสองแม่ลูกมลายหายไปสิ้น...และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นใหม่ของเธอทั้งสองคนแม่ลูก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel