บท
ตั้งค่า

4

ทุกคำล้วนใช้กฎและฐานะของตนกดอีกฝ่ายกลับไป

แม่นมเฉินจึงไม่มีทางโต้แย้งโดยไม่ลากผู้ที่ส่งตนมาเกี่ยวข้อง

ในที่สุดนางจำต้องคุกเข่าลง หว่านชิงจึงกล่าวต่อ

“ตบปากตัวเองสามครั้ง”

“พระชายา”

“หรือจะให้ข้าเรียกคนจากกรมวังมาถามต่อหน้ากันว่า บ่าวจากวังมีสิทธิ์ออกคำสั่งพระชายาอ๋องตั้งแต่เมื่อใด”

แม่นมเฉินหน้าซีดเผือด หากเรื่องนี้ไปถึงกรมวัง ไม่ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังนางก็ไม่มีทางออกหน้าปกป้องอย่างเปิดเผย

เพราะสิ่งที่นางทำผิดธรรมเนียมจริง

เพียะ!

เสียงตบครั้งแรกดังขึ้น

เพียะ!

ครั้งที่สอง

เพียะ!

ครั้งที่สาม

หว่านชิงจึงเอ่ย “พอ”

แม่นมเฉินกำมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

“วันนี้ข้าลงโทษเจ้าเพียงเท่านี้ เพราะเป็นวันแรกที่ข้าเข้าจวน”

หว่านชิงกวาดตามองบ่าวทุกคนโดยรอบ

“ข้าไม่สนว่าก่อนหน้านี้พวกเจ้ารับคำสั่งจากผู้ใด และข้าก็ไม่คิดรื้อกฎเดิมของจวนโดยไร้เหตุผล ผู้ใดทำหน้าที่ของตนดี ข้าย่อมไม่สร้างความลำบากให้”

น้ำเสียงของนางนิ่งสงบ

“แต่หากผู้ใดคิดว่าข้าเป็นเพียงบุตรสาวอนุที่สกุลหลี่โยนทิ้งมา จึงสามารถเหยียบย่ำได้ตามใจ ก็จงจำเหตุการณ์วันนี้ไว้ให้ดี”

บ่าวหลายคนรีบคุกเข่าลง

“บ่าวมิกล้า”

หว่านชิงมองพวกเขา

“ลุกขึ้นเถิด ข้าไม่ชอบให้คนคุกเข่าโดยไม่มีเหตุ”

ทุกคนจึงทยอยลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง

นางหันกลับไปทางเฟิงอวี้

“องครักษ์เฟิง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เรือนของท่านอ๋องอยู่ทางใด”

เฟิงอวี้ชะงักทันที สายตาที่เพิ่งคลายความระแวงไปเล็กน้อยกลับคมกริบขึ้นอีกครั้ง

“พระชายาถามไปเพื่อสิ่งใด” หว่านชิงมองปฏิกิริยาของเขาแล้วเข้าใจทันที ยังไม่ทันไรก็ระแวงอีกแล้ว

“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนข้าจะไปลอบสังหารเจ้านายเจ้าหรอก”

เฟิงอวี้นิ่งงัน บ่าวบางคนที่อยู่ใกล้ถึงกับเผลอกลั้นหายใจ หว่านชิงกลับพูดต่ออย่างไม่ใส่ใจ

“ข้าเพียงต้องการรู้ว่าเขตใดไม่ควรเข้า จะได้ไม่เดินหลงไปแล้วถูกพวกเจ้าจับในข้อหาสอดแนม”

เฟิงอวี้เงียบไปครู่หนึ่ง

“เรือนชิงหลันทางทิศตะวันออกเป็นที่ประทับของท่านอ๋อง หากไม่มีรับสั่ง พระชายาโปรดอย่าเสด็จเข้าไป”

“เข้าใจแล้ว”

หว่านชิงตอบง่าย ๆ ก่อนก้าวเข้าเรือนของตน แต่เมื่อเดินผ่านเฟิงอวี้ นางกลับหยุดฝีเท้า

“แล้วอีกเรื่องหนึ่ง”

“พระชายาเชิญรับสั่ง”

“ยาที่กำลังต้มอยู่ในจวน เปลี่ยนคนจัดยาหรือเปล่า”

เฟิงอวี้เงยหน้าขึ้นทันที

“พระชายาทรงหมายความว่าอย่างไร”

หว่านชิงหันไปมองทิศทางที่กลิ่นสมุนไพรลอยมา

“ไม่มีอะไร ข้าเพียงได้กลิ่น”

“พระชายาทรงรู้เรื่องยา”

“พอรู้บ้าง” นางตอบเพียงเท่านั้นแล้วเดินจากไป

เฟิงอวี้ยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาจับจ้องแผ่นหลังสีแดงของนางจนลับเข้าไปในเรือน

เขาไม่เชื่อคำว่า “พอรู้บ้าง” แม้แต่น้อย

ครู่ต่อมา เฟิงอวี้หมุนตัวเดินตรงไปยังเรือนชิงหลัน

ภายในห้องซึ่งปิดม่านหนาทึบ กลิ่นยาขมเข้มข้นกว่าบริเวณอื่นหลายเท่า

ชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อไม้ข้างหน้าต่าง

อาภรณ์สีดำขับให้ผิวของเขาดูซีดกว่าปกติ ใบหน้าคมคายไร้อารมณ์ ริมฝีปากมีสีจาง ดวงตาลึกล้ำเย็นเยียบจนยากคาดเดาความคิด

เซียวจิ่งหยาน เจ้าของจวนอ๋องสาม และบุรุษที่คนทั้งเมืองหลวงต่างกล่าวกันว่าเป็นอ๋องพิการใกล้ตาย

“เป็นอย่างไร” เสียงของเขาต่ำและเย็น

เฟิงอวี้คุกเข่าข้างหนึ่ง

“พระชายาแตกต่างจากข่าวที่เราได้รับมาพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวจิ่งหยานเหลือบตามอง

“แตกต่างอย่างไร”

“นางไม่หวาดกลัว ไม่เรียกร้องเรื่องพิธีสมรส และเมื่อแม่นมเฉินพยายามกดข่ม นางใช้กฎของราชสำนักบีบให้อีกฝ่ายลงโทษตนเองโดยไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง”

เฟิงอวี้หยุดเล็กน้อย

“และนางรู้เรื่องยา” นิ้วมือของเซียวจิ่งหยานซึ่งวางอยู่บนที่เท้าแขนหยุดนิ่ง

“รู้เรื่องยา”

“พ่ะย่ะค่ะ นางเพียงเดินผ่านลานก็ถามว่ามีการเปลี่ยนคนจัดยาหรือไม่”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง ครู่หนึ่ง เซียวจิ่งหยานจึงเอ่ย

“ตรวจสอบนางต่อ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“โดยเฉพาะสามวันก่อนสมรส ข้าต้องการรู้ว่าเหตุใดเรือนของนางในสกุลหลี่จึงเกิดเพลิงไหม้”

เฟิงอวี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าผู้เป็นนายได้รับข่าวเรื่องนั้นแล้ว

“กระหม่อมจะจัดการทันที”

เซียวจิ่งหยานหลุบตาลง บุตรสาวอนุที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง รอดจากเพลิงไหม้อย่างผิดธรรมดา

จากนั้นถูกส่งมาเป็นชายาของเขา และยังรู้เรื่องยา จะบังเอิญเกินไปหรือไม่

“อย่าเพิ่งไว้ใจนาง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

เฟิงอวี้รับคำก่อนถอยออกไป เมื่อประตูปิดลง เซียวจิ่งหยานจึงหันมองถ้วยยาสีดำบนโต๊ะข้างกาย

ดวงตาของเขาเย็นเยียบ ในขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของจวน หว่านชิงยืนอยู่ริมหน้าต่างเรือนพักของตน สูดกลิ่นสมุนไพรที่ลอยมากับสายลมอีกครั้ง

คราวนี้นางแน่ใจแล้ว ในกลิ่นยาบำรุงเหล่านั้นมีบางอย่างผิดปกติ แต่ปริมาณเบาบางเกินกว่าจะระบุได้จากกลิ่นเพียงอย่างเดียว

“น่าสนใจ”

หว่านชิงพึมพำ นางเพิ่งก้าวเข้าจวนอ๋องสามไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ก็พบสิ่งผิดปกติเสียแล้ว

สกุลหลี่ต้องการให้นางมาตายที่นี่ ส่วนเจ้าของจวนกำลังถูกพิษกัดกินทีละน้อย

และฮ่องเต้กำลังจับตามองทุกความเคลื่อนไหวของจวนแห่งนี้

เห็นทีจวนอ๋องสามจะไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ภายนอกมองเห็นแม้แต่น้อย

หว่านชิงมองออกไปยังเรือนชิงหลันที่อยู่ไกลออกไป ก่อนยกมุมปากขึ้นบาง ๆ

ในเมื่อก้าวเข้ามาแล้ว นางก็ไม่มีความคิดจะถอยกลับ

ไม่ว่าหลังประตูแต่ละบานจะซ่อนสายลับ ยาพิษ หรือเกมอำนาจของผู้ใดเอาไว้ นางจะค่อย ๆ เปิดมันออกมาดูด้วยตาตนเอง

เพราะนับตั้งแต่วินาทีที่หลี่หว่านชิงก้าวผ่านประตูจวนอ๋องสามเข้ามา...

นางก็ไม่ใช่คุณหนูรองผู้ถูกสกุลหลี่เหยียบย่ำได้ตามใจอีกต่อไปแล้ว

ราตรีค่อย ๆ ปกคลุมจวนอ๋องสามจนทั่ว

ค่ำคืนซึ่งควรเป็นคืนมงคลกลับเงียบสงัดเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ไหวตามแรงลม

ภายในเรือนหอไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีเสียงหัวเราะของแขกเหรื่อ ไม่มีสุรามงคลวางรออยู่บนโต๊ะ มีเพียงเทียนคู่สีแดงที่ถูกจุดไว้ตามธรรมเนียม ทว่าเปลวไฟกลับริบหรี่จนแทบไม่อาจขับไล่ความเย็นเยียบภายในห้องออกไปได้

หลี่หว่านชิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนยกมือปลดเครื่องประดับหนักอึ้งบนศีรษะออกทีละชิ้น

ปิ่นทองชิ้นสุดท้ายถูกวางลงบนโต๊ะ

นางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

“ในที่สุดก็เอาออกหมดเสียที”

หากต้องแบกของเหล่านี้ต่อไปอีกหนึ่งชั่วยาม นางคงปวดต้นคอเสียก่อนจะได้พบสามีในนาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel