5
หว่านชิงเหลือบมองประตู ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ นางไม่ได้ประหลาดใจ
ตั้งแต่มาถึงจวนแห่งนี้ เฟิงอวี้ก็บอกชัดเจนแล้วว่าเซียวจิ่งหยานมีอาการประชวร และไม่อาจออกมาต้อนรับนางได้ แต่จนกระทั่งถึงยามนี้ เขาก็ยังไม่ปรากฏตัว
ดูท่าคืนเข้าหอของนางคงกลายเป็นคืนหอร้างอย่างสมบูรณ์
หว่านชิงกลับไม่ได้รู้สึกน้อยใจ สำหรับหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่เพิ่งทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นได้ไม่กี่วัน การต้องเข้าหอกับบุรุษที่ไม่เคยเห็นหน้ากันต่างหากที่น่าหนักใจกว่า
“ไม่มาก็ดี ข้าจะได้นอนสบายเสียหน่อย”
นางกำลังจะลุกไปเปลี่ยนอาภรณ์ เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก
จากนั้นประตูถูกผลักเปิด
“คุณหนูรอง” หญิงสาวในชุดบ่าวพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หว่านชิงยังไม่ทันได้ถามอะไร อีกฝ่ายก็โผเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า น้ำตาไหลพราก
“คุณหนูรองจริง ๆ ด้วย ฮือ คุณหนูยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ”
หว่านชิงชะงัก ทันทีที่เห็นใบหน้าของหญิงสาว ความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นกลางศีรษะ
ภาพบางอย่างวาบผ่านเข้ามา เด็กหญิงสองคนกำลังแอบแบ่งหมั่นโถวกันอยู่หลังเรือน
เด็กสาวคนหนึ่งยืนกางแขนปกป้องเจ้านายจากไม้เรียวของแม่นม
คืนฤดูหนาวที่หนาวจัด บ่าวตัวเล็กแอบนำผ้าห่มของตนมาคลุมให้คุณหนูที่ถูกลงโทษให้นอนในเรือนเย็น
จากนั้นชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
ชุนฮวา สาวใช้ที่เติบโตมาพร้อมกับหลี่หว่านชิง
และเป็นคนเพียงไม่กี่คนในจวนสกุลหลี่ที่จริงใจกับเจ้าของร่างเดิม
“ชุนฮวา”
ชื่อหลุดออกจากปากหว่านชิงโดยแทบไม่ต้องคิด
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นทันที
“คุณหนู”
แล้วร้องไห้หนักกว่าเดิม
“บ่าวคิดว่าคุณหนูตายแล้ว พวกมันจับบ่าวขังไว้ในห้องเก็บของ บ่าวได้กลิ่นควัน ได้ยินคนตะโกนว่าไฟไหม้ แต่ไม่ว่าจะร้องอย่างไรก็ไม่มีใครยอมเปิดประตูให้”
ชุนฮวาสะอื้นจนพูดแทบไม่เป็นคำ
“พอบ่าวออกมาได้ เรือนของคุณหนูก็ไหม้ไปเกือบหมดแล้ว บ่าวตามหาคุณหนูเท่าไรก็หาไม่พบ พวกเขาไม่ยอมบอกอะไรบ่าวเลย”
หว่านชิงหรี่ตาลง
“ใครจับเจ้าขัง”
ชุนฮวาชะงัก
“บ่าว... ไม่เห็นหน้าเจ้าค่ะ มีคนเอาผ้าคลุมหัวบ่าวจากด้านหลัง แต่บ่าวจำได้ว่าก่อนหน้านั้นแม่นมหลิวเรียกบ่าวออกไป บอกว่าฮูหยินมีงานให้ทำ”
แม่นมหลิว หว่านชิงจดชื่อนี้ไว้ในใจ นางยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ลงมือเผาเรือนโดยตรง และไม่ควรรีบสรุปโดยไม่มีหลักฐาน แต่เรื่องหนึ่งชัดเจนแล้ว
ชุนฮวาถูกแยกออกไปในคืนเกิดเหตุอย่างจงใจ
นั่นหมายความว่าคนลงมือต้องรู้ดีว่า หากสาวใช้ผู้นี้อยู่กับเจ้าของร่างเดิม นางจะพยายามช่วยเจ้านายอย่างแน่นอน
“แล้วเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”
“หลังรู้ว่าคุณหนูถูกส่งมาแต่งกับอ๋องสาม บ่าวไปขอร้องพ่อบ้านให้ส่งบ่าวติดตามมาด้วย แต่เขาไม่ยอม บ่าวเลย...”
ชุนฮวาหลบสายตา หว่านชิงเลิกคิ้ว
“เลยอะไร”
“บ่าวแอบขึ้นรถขนของที่ตามขบวนเจ้าสาวมาเจ้าค่ะ”
หว่านชิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมา
“เจ้านี่นะ”
ชุนฮวารีบคุกเข่า
“คุณหนูอย่าไล่บ่าวกลับเลยนะเจ้าคะ ต่อให้จวนอ๋องสามน่ากลัวเพียงใด บ่าวก็จะอยู่กับคุณหนู”
นางเงยหน้าทั้งน้ำตา
“ตอนอยู่สกุลหลี่ บ่าวปกป้องคุณหนูไม่ได้ คราวนี้ต่อให้ต้องตาย บ่าวก็จะไม่ทิ้งคุณหนูอีก” คำพูดนั้นทำให้หว่านชิงเงียบลง
ความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นขึ้นกลางอก
มันไม่ใช่ความรู้สึกของนางทั้งหมด
ส่วนหนึ่งเป็นความรู้สึกที่ตกค้างอยู่ในร่างนี้
ความผูกพันของหลี่หว่านชิงคนเดิมที่มีต่อสาวใช้ตรงหน้า
หว่านชิงยื่นมือประคองชุนฮวาขึ้น
“ฟังข้าให้ดี”
ชุนฮวาปาดน้ำตา
“เจ้าค่ะ”
“ต่อไปอย่าพูดเรื่องตายง่าย ๆ อีก”
ชุนฮวาชะงัก หว่านชิงมองนางตรง ๆ
“ข้ารอดออกมาจากกองไฟ ไม่ใช่เพื่อพาเจ้ามาตายด้วยกันที่นี่” น้ำเสียงของนางอ่อนลง
“เราจะมีชีวิตอยู่”
“คุณหนู...”
“และจะอยู่ให้ดีกว่าเดิมด้วย” น้ำตาของชุนฮวาไหลออกมาอีกครั้ง หว่านชิงถอนหายใจ
“แต่ถ้าเจ้ายังร้องต่อ ข้าจะเปลี่ยนใจก่อน เพราะคืนนี้ข้ายังไม่ได้เข้าหอกับสามี แต่ต้องมานั่งปลอบสาวใช้จนถึงเช้าแทน”
ชุนฮวาอ้าปากค้าง ครู่ต่อมาจึงรีบเช็ดน้ำตา
“บ่าวไม่ร้องแล้วเจ้าค่ะ”
หว่านชิงหัวเราะเบา ๆ อย่างน้อย ในสถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้ นางก็มีคนที่ไว้ใจได้อยู่ข้างกายหนึ่งคนแล้ว
หลังจากชุนฮวาช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้เรียบร้อย หว่านชิงจึงนั่งลงข้างโต๊ะ
“ชุนฮวา ข้ามีเรื่องจะถาม”
“คุณหนูถามมาได้เลยเจ้าค่ะ”
“ก่อนเกิดเพลิงไหม้ ข้ามีพฤติกรรมแปลกไปหรือไม่”
ชุนฮวาขมวดคิ้ว
“แปลกหรือเจ้าคะ”
“เช่น หวาดกลัวใครเป็นพิเศษ ซ่อนของบางอย่าง หรือพูดถึงเรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้”
ชุนฮวาครุ่นคิดอยู่นาน
“ช่วงหลายวันก่อนเกิดไฟไหม้ คุณหนูดูไม่ค่อยสบายใจเจ้าค่ะ” ดวงตาของหว่านชิงคมขึ้น
“อย่างไร”
“คุณหนูมักสะดุ้งเวลามีคนเดินผ่านหน้าห้อง แล้วก็เคยถามบ่าวว่า ถ้าคนในจวนทำเรื่องที่ไม่ควรทำ เราควรทำอย่างไร”
“แล้วข้าพูดหรือไม่ว่าเป็นเรื่องอะไร”
ชุนฮวาส่ายหน้า
“ไม่เจ้าค่ะ บ่าวถามแล้ว แต่คุณหนูไม่ยอมบอก”
หว่านชิงนิ่งคิด
ทันใดนั้น ความเจ็บแปลบก็แล่นขึ้นกลางศีรษะอีกครั้ง
ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางเดินมืด ประตูเรือนหลังหนึ่งเปิดแง้ม เสียงคนกำลังพูดคุยกัน มือของเจ้าของร่างเดิมกำชายเสื้อแน่น
จากนั้นภาพทั้งหมดก็ดับวูบ หว่านชิงยกมือกุมขมับ
“คุณหนู”
ชุนฮวารีบเข้ามาประคอง
“ไม่เป็นไร”
หว่านชิงหลับตา พยายามดึงภาพเมื่อครู่กลับมา แต่ยิ่งพยายาม ความทรงจำก็ยิ่งเลือนหาย
เหมือนมีม่านหมอกหนาทึบปกคลุมช่วงเวลาสำคัญบางส่วนเอาไว้
นางจึงหยุดฝืน ดูเหมือนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมจะไม่ได้กลับมาทั้งหมดในคราวเดียว แต่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อมีบางสิ่งกระตุ้น
“ชุนฮวา”
“เจ้าค่ะ”
“เรื่องที่เราคุยกันคืนนี้ อย่าบอกผู้ใด”
“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
“รวมถึงเรื่องที่ข้าถามถึงก่อนเกิดไฟไหม้ด้วย”
ชุนฮวาพยักหน้าอย่างจริงจัง
“บ่าวจะไม่พูดกับใครแน่นอน”
