บทที่ 37 โรคหัวใจกำเริบ
ด้วยการประคองของเสี่ยวตง เซ่เชียนฮวนเดินสะบัดไปมา เดินเล่นจนมาถึงเรือนจิ่นซิ่ว
“หวางเฟย? ท่านมาทำอะไรที่นี่”
หญิงชราคนนึงเงยหน้าขึ้นมามองเซ่เชียนฮวน และได้แสดงอาการรังเกียจออกมาอย่างเปิดเผย เหลือก็แต่ไม่ได้พูดออกมาโดยตรงเท่านั้น “ที่นี่ไม่ต้อนรับท่าน”
เซ่เชียนฮวนชำเลืองมองนาง และพูดอย่างเย็นชาว่า “เสี่ยวตง นางคนนี้ช่างกล้านักเห็นข้าแล้วยังไม่คำนับอีก พูดจาก็ไม่ให้เกียรติข้า ช่างไร้มารยาทนัก ช่วยตบปากนางให้ข้าที”
“เพค่ะ”
การเคลื่อนไหวของเสี่ยวตงคล่องแคล่วว่องไวกว่าสาวใช้คนก่อนที่ทรยศต่อเจ้านายของตนมาก
นางไม่รอช้ารีบเดินเข้าไป เดินไปถึงตรงหน้าของหญิงชราคนนั้น ยกมือขึ้นแล้วตบหน้านางทันที
เมื่อตบเสร็จหญิงชราคนนั้นถึงได้รู้สึกตัว พูดด้วยความโกรธว่า เจ้ามีสิทธิอะไรมาตบข้า? พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร?!”
“ตบต่อไป จนกว่าข้าจะสั่งว่าหยุด” เซ่เชียนฮวนยืนกอดอก และเลิกคิ้วขึ้น
เสี่ยวตงรับคำ พอได้ลงมือนางก็ทำอย่างจริงจังมาก
“เพี้ยะ”
“เพี้ยะเพี้ยะเพี้ยะ”
ทันใดนั้นลานบ้านก็สะท้อนไปด้วยเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง!
หญิงชราคนนั้นยังคิดที่จะต่อต้าน แต่เสี่ยวตงนั้นแตกต่างจากสาวใช้ทั่วไป นางกับพี่ชายเรียนวิชาการต่อสู้มาเหมือนกัน ไม่เปิดโอกาสให้คนต่อต้านได้เลย
ไม่นาน หน้าของหญิงชราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงและบวม
เสียงกรีดร้องของนางยังดึงดูดความสนใจของซูอวี๋เอ๋อร์ที่อยู่ห้องข้างๆออกมาด้วย
“หยุดนะ หยุดเดียวนี้” ซูอวี๋เอ๋อร์พูดอย่างกระวนกระวาย “พวกท่านกำลังทำอะไรกัน”
“แม่นางซู เนื่องจากท่านไม่รู้วิธีการสั่งสอนคนรับใช้ยังไง ข้าจึงสั่งสอนๆแทนท่าน
เซ่เชียนฮวนฉีกยิ้มที่มุมปาก
ซูอวี๋เอ๋อร์กระทืบเท้า “นางเป็นแม่นมของข้า”
“แม้จะเป็นมารดาของเจ้าเอง เมื่อเห็นข้าก็ควรจะต้องคำนับ”
เซ่เชียนฮวนหยุดคำพูดของนางกลับไป
สีหน้าของซูอวี๋เอ๋อร์จากเขียวเปลี่ยนเป็นม่วง จากม่วงเปลี่ยนเป็นดำ ถึงแม้ว่าจะโกรธมากอย่างยิ่ง แต่นางก็รู้อยู่แก่ใจว่าจวนอ๋องนั้นมีลำดับชั้นที่เข้มงวด หากไม่ทำตามกฎก็ต้องรับโทษนี่ก็ถือว่าก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลเช่นกัน
จนกระทันหญิงชราถูกตบจนหน้ามืดตาหลาย เซ่เชียนฮวนถึงได้ค่อยๆโบกมือส่งสัญญาณ “เสี่ยวตง หยุดได้”
“ครั้งนี้ถือเป็นการสั่งสอนเจ้า ต่อไปหากเจ้ายังกล้าใช้ท่าทีโอหังพูดกับหวางเฟยเหนียงเหนียง อย่าหาว่าข้าใจร้าย
เสี่ยวตงทำได้ดีมากทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่โหดและดุร้าย หลังจากนั้นก็กลับไปด้านข้างเซ่เชียนฮวน
ซูอวี๋เอ๋อร์กัดฟัน “แม่นม ท่านออกไปก่อน”
หญิงชราทำได้เพียงร้องไห้ด้วยสีหน้าที่โศกเศร้า แล้วเดินออกไปด้วยความโกรธแค้น
“ไม่รู้ว่าท่านพี่มาหาน้องในวันนี้” เพราะเรื่องอะไรกัน” ซูอวี๋เอ๋อร์มองหน้าเซ่เชียนฮวนอย่างโกรธเกลียด
“แปลกจัง ข้าได้ยินมาว่าแม่นางซูโรคหัวใจกำเริบทำได้แค่นอนอยู่บนเตียง ก็เลยมาเยี่ยมท่านโดยเฉพาะ นึกไม่ถึงว่าท่านยังสามารถกระโดดโลดเต้นไปมาได้ ไม่เหมือนคนป่วยอาการกำเริบเลยสักนิด
เซ่เชียนฮวนมองขึ้นมองลงสังเกตซูอวี๋เอ๋อร์
ซูอวี๋เอ๋อร์รีบกระแอมไอสองสามที แล้วล้มไปข้างๆสาวใช้อย่างอ่อนแรง และพูดอย่างอ่อนแรงว่า “ซวงฉิง ข้าไม่ไหวแล้ว รีบประคองข้าเข้าไป”
“นายหญิง ท่านต้องอดทนไว้นะ ท่านอ๋องทรงพูดแล้วว่า วันนี้จะนำโสมที่ดีที่สุดในวังหลวงกลับมารักษาโรคหัวใจให้ท่าน” ซวงฉิงตั้งใจพูดอย่างเสียงดัง
เซ่เชียนฮวนเห็นเจ้านายกับคนรับใช้ทั้งสองเข้ากันเป็นปลี่เป็นขลุย แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มีข้าอยู่ทั้งคน ยังต้องการโสมอะไรอีก ให้ข้ามารักษาท่าน
พูดจบ นางไม่สนใจสีหน้าของซูอวี๋เอ๋อร์ที่ต่อต้านและคัดค้านขนาดไหน ผลักซวงฉิงถอยออกไป นางและเสี่ยวตงร่วมมือกันบีบบังคับทำให้นางเข้าไปในห้อง
“นายหญิงของพวกเรามีหมอแล้ว” ไม่ต้องการรบกวนหวางเฟย
ซวงฉิงรีบร้อนตามเข้าไปพยายามห้ามและขัดขวาง
เซ่เชียนฮวนสั่งเสี่ยวตงขวางนางไว้ ร้องเสียงต่ำเบาๆว่า “ท่านไม่ทราบหรือไงว่าแม้แต่ไท่จื่อก็ยังส่งคนมาเชิญข้าเข้าวังเพื่อรักษาคน? คนทั่วไปมาขอร้องให้ข้าช่วย ข้ายังไม่เต็มใจเลย
“แต่ว่า”
เสี่ยวตงไม่แม้แต่จะให้โอกาสซวงฉิงได้พูดต่อ เสียงครามดังขึ้นทำให้ประตูปิดทันที
เซ่เชียนฮวนหันหัวกลับ มองไปที่สีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของซูอวี๋เอ๋อร์
