บทที่ 36 ดูแลหวางเฟยให้ดี
เซ่เชียนฮวนไม่รู้ว่าระหว่างทางนั้นตัวเองทนผ่านมาได้อย่างไร
นั่งบนหลังม้าแล้วกระเด้งกระดอนไปมา หากไม่ระวังให้ดีก็จะกระทบไปถึงแผลของนาง เจ็บปวดจนทนไม่ได้
แต่กลับเซียวเย่หลันหมาตัวนี้คงจะไม่คิดที่จะสงสารนางเลย สนใจแต่ตัวเองที่ควบม้า แม้ว่านางจะเปิดปากขอให้ลดความเร็วลง เขาก็จะคิดว่านางเสแสร้งเท่านั้น
เซ่เชียนฮวนรู้สึกว่าตัวเองนั้นโชคร้ายมาแปดชั่วอายุคน ถึงได้พบเจอกับถูกเซียวเย่หลันสายพันธุ์ที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้
ในที่สุดก็กลับมาถึงจวนจ้านอ๋อง
นางรู้สึกเหนื่อยล้าจนสุดขีด ยังไม่ทันได้เห็นประกาศเกียรติคุณจากจวนชิงหวัง พอเอียงหัวไป ก็ได้หมดสติลงไปแล้ว
เซียวเย่หลันก้มตาลงไป จ้องเขม็งผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนของเธออย่างไม่ละสายตา ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ตื่น ตื่น”
เขายื่นมือออกไปเพื่อจะผลักนาง แต่คิดไม่ถึง เพียงแค่สัมผัสโดนหลังของนาง ฝ่ามือก็เปื้อนไปด้วยเลือดเต็มไปหมด
นี่คือแผลที่โดนทำโทษถูกเปิดหรือ?
เซียวเย่หลันดูตกใจเล็กน้อย และพึมพำว่า "แค่โดนไม้เรียวไปหนึ่งที ทำไมถึงได้บาดเจ็บได้ถึงขนาดนี้"
เขาติดต่อสัมผัสกับผู้หญิงน้อย จึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงบอบบางได้มากขนาดนี้
ด้วยความที่ไม่มีทางเลือกอื่น เซียวเย่หลันจำต้องอุ้มเซ่เชียนฮวนลงมาจากหลังมาด้วยตนเอง และเดินก้าวเท้าใหญ่เข้าไปในจวน
ฉากนี้ทำให้ผู้คนในจวนล้วนจับตามมองกันใหญ่ ต่างก็ตกใจจนอ้าปากค้าง
“ข้าไม่ได้มองผิดไปใช่ไหม ผู้หญิงที่ท่านอ๋องกำลังอุ้มอยู่คือหวางเฟยใช่ไหม??”
“ใช่จริงด้วย! ข้ารับใช้ในจวนมาห้าหกปีแล้ว ไม่เคยเห็นท่านอ๋องใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนสักคน นี่มันเป็นเหตุการณ์พระอาทิตย์ขึ้นมาจากทางทิศตะวันตกหรือ”
“ใช่แล้ว แม้ว่าจะเป็นแม่นางซู ท่านอ๋องก็ไม่เคยกอดนางต่อหน้าคนอื่น”
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง
เสี่ยวตงเดินมาต้อนรับ และพูดอย่างกระวนกระวายว่า "ท่านอ๋อง เหนียงเหนียงนางเป็นอะไรไป"
“เจ้าไปเตรียมน้ำร้อนมา”
เซียวเย่หลันวางเซ่เชียนฮวนลงบนเตียง แล้วให้นางนอนคว่ำ
ใบหน้าที่งดงามนั้นราวกับกำลังหลับใหลอย่างสนิท ปราศจากความเย่อหยิ่งเหมือนปกติ และไม่มีการป้องกันตัวเลยแม้แต่นิด ช่างน่ารักและน่างสารเหมือนเด็กทารก
โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เซียวเย่หลันได้จ้องไปที่ใบหน้าของเซ่เชียนฮวนอย่างละเอียดอยู่เป็นเวลานาน
เมื่อเสี่ยวตงกลับมา เขาถึงจะหันศีรษะ นำยาจินชวงที่ไท่จื่อเฟยมอบให้ส่งให้นาง "ไปทายาให้นาง"
"ได้” เสี่ยวตงรับถอนสายบัว
“ดูแลหวางเฟยให้ดี”
เซียวเย่หลันเหลือไว้เพียงคำนี้ และได้ออกจากเรือนหลันเซียงในยามค่ำมืดไป
เมื่อเซ่เชียนฮวนได้ตื่นขึ้น ก็เป็นเวลาตะวันโด่งฟ้าแล้ว
นางได้บิดขี้เกียจ และพบว่าหลังของนางไม่มีความรู้สึกถึงอาการปวดอย่างรุนแรงอีกต่อไป ดูเหมือนว่าจะใช้ยาจินชวงของพระองค์แม้จะเทียบไม่ได้กับยาสูตรเฉพาะของนาง แต่ก็ยังถือว่ามีประสิทธิภาพ มากกว่ายาทั่วไป
เสี่ยวตงถือน้ำมาดูแลเซ่เชียนฮวนให้นางได้ล้างหน้าบ้วนปาก และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เมื่อคืนนี้ท่านอ๋องอุ้มท่านมาด้วยตัวเอง ทำให้ทุกคนต่างตกใจกลัวกันไปหมด โดยเฉพาะคนในเรือนจิ่นซิ่ว ท่านนะไม่เห็น ว่าสีหน้าของแต่ละคนนั้นเหม็นสะยิ่งกว่าหลวมส้วมเสียอีก เหนียงเหนียง ท่านว่านี่ถือว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้ายใช่หรือไม่?”
เซ่เชียนฮวนฝืนยิ้ม “ช่างมันเถอะ ต้องขอบคุณเฉินกงกงที่มาทันเวลา ไม่เช่นนั้นข้าเกือบจะต้องแลกด้วยชีวิต ความโชคดีนี้ใครอยากได้ก็รับไป"
“เหนียงเหนียง” ท่านจะพูดเช่นนี้ไม่ได้
เสี่ยวตงโก้งโค้ง มองซ้ายมองขวาไม่มีคน แล้วกระซิบว่า “ได้ยินมาว่านายหญิงของเรือนจิ่นซิ่วเห็นท่านอ๋องอุ้มท่านเข้ามาในจวนด้วยตาตัวเอง โกรธมากจน โรคหัวใจกำเริบ ตอนนี้ยังคงนอนอยู่บนเตียงแคร่”
“ซูอวี๋เอ๋อร์โรคหัวใจกำเริบ?”
เซ่เชียนฮวนทำท่าเหมือนกำลังคิดทำอะไรอยู่
ฮิฮิ นางกำลังจะไปคิดบัญชีอยู่พอดี นางดอกบัวขาวนั้นเจ้าเลห์จริงๆ เริ่มแสดงละครไว้ล่วงหน้าแล้วสินะ
“เสี่ยวตง” เราไปกัน ไปวนดูเรือนจิ่นซิ่วสักรอบสองรอบ”
เซ่เชียนฮวนหยิบปิ่นปักผมสีทองด้วยสองมือที่อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมา แล้วยิ้มอย่างเย้ยหยัน
