บทที่ 34 ตบหน้าจ้านอ๋อง
“คำสัญญาหรือ”
ไท่จือและไท่จือเฟยต่างมองหน้ากัน
คำพูดนี้เมื่อฟังดูแล้ว รู้สึกดูเหมือนคลุมเครือไปหน่อย
“เจ้าลองว่ามาก่อนว่าอยากได้คำสัญญาอะไร” ไท่จื่อกล่าว
“ขอไท่จื่อรับประกันว่า ข้าจะสามารถเอาชีวิตรอดแล้วเดินออกจากตำหนักตงกงได้!”
เพียงคำเดียวของเซ่เชียนฮวนทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงกันไปหมด!
ไท่จื่อตกใจและกล่าวว่า “น้องสะใภ้ เจ้าหมายความว่าอย่างไร?ตำหนักตกกงมีองครักษ์เฝ้าอยู่ตั้งมากมายทั้งภายในและภายนอก แล้วเจ้าจะตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร??”
“พระองค์แค่รับประกันข้ามาก็พอ”
“ตามเช่นนั้นก็ได้ ข้ารับประกันว่าเจ้าจะสามารถเอาชีวิตรอดแล้วเดินออกไปได้”
ไท่จื่อสับสนมึนงง เมื่อเห็นเซ่เชียนฮวนมีทัศนคติที่แน่วแน่ ทำได้เพียงให้คำสัญญากับนาง
เซ่เชียนฮวนหลังจากที่ได้รับคำมั่นสัญญาจากไท่จื่อ ก็หั่นตัวไปแล้วเดินไปหาเซียวเย่หลัน
นางเดินไปถึงตรงหน้าของเซียวเย่หลัน แล้วยกมือขึ้นอย่างฉับพลัน เสียงตบที่รุนแรงดังและฟังชัดถูกสะบัดไปยังบนหน้าที่หล่อเหลาของเซียวเย่หลัน!
“เพี๊ยะ!”
ตบนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้เซียวเย่หลันไม่ทันได้ตั้งตัว และยังทำให้คนอื่นๆตะลึงกันไปหมด
นางนางนางนางถึงขั้นกล้าตบหน้าของจ้านอ๋อง??!
ในบรรดาองค์ชายทั้งหลายนั่นคือคนที่อารมณ์ร้ายที่สุด และมีฝีมือที่โหดเหี้ยมที่สุดอีกด้วย!
ทันใดนั้นเองทุกคนถึงได้เข้าใจ ว่าทำไมเซ่เชียนฮวนถึงอยากได้คำมั่นสัญญาจากไท่จื่อ!
ดวงตาที่เย็นชาของเซียวเย่หลันก็เปลี่ยนสีโดยทันที เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งในฤดูหนาว เผยให้เห็นถึงวิญญาณชั่วร้ายที่แข็งแกร่ง “เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม”
ผู้หญิงคนนี้ ยังกล้าลงมือจริงๆ
เมื่อกี้เขาเข้าใจคำพูดของเซ่เชียนฮวนผิดไป นึกว่าในตำหนักมีอันตรายและนักฆ่าซุกซ่อนอยู่ ดังนั้นจึงหันเหความสนใจไปที่อื่น ระหว่างที่กำลังมองหานักฆ่าตามที่ที่สามารถพรางตัวได้อย่างตั้งใจ
ไม่เช่นนั้น ฝ่ามือของผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ก็คงไม่สามารถตบบนหน้าเขาได้
หรือว่าเรื่องนี้นางก็ได้วางแผนมาด้วย
ดังนั้นถึงได้จงใจพูดเกินความจริงและพูดสิ่งแปลกประหลาดเพื่อให้ผู้คนประหลาดใจ จุดประสงค์คือเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขา
เจ้าเล่ห์จริงๆ น่าเคียดแค้นยิ่งนัก!
“ท่านไม่แยกแยะถูกผิด ทำให้ข้าต้องโดนไม้เรียวเฆี่ยนตีไปหนึ่งทีอย่างไม่เป็นธรรม ตบนี้ถือว่าเป็นของขวัญตอบแทนให้กับท่าน”
เซ่เชียนฮวนตบตบมือ ราวกับว่าเธอเพิ่งไปสัมผัสสิ่งสกปรกอะไรมาอย่างนั้น
ทว่า นางกลับไม่ได้รับอารมณ์โกรธจากชายผู้นั้นในทันที
อาจเป็นเพราะว่าได้รับ “คำสัญญา” จากไท่จื่อมาแล้ว หรือบางทีอาจเป็นเพราะเขารู้ตัวว่าเป็นฝ่ายผิด เซียวเย่หลันเพียงแค่มองเซ่เชียนฮวนอย่างอารมณ์เสีย ทั้งตัวแสดงออกถึงความน่ากลัวและข่มขู่
หลังจากนั้นไม่นาน เขาถึงได้กระซิบเบาๆว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะเก่งขึ้นไม่น้อย
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็ต้องขอบพระทัยท่านอ๋องเป็นอย่างสูง ตอนที่ข้าอยู่จวนจ้านอ๋องถือได้ว่าเป็นคนที่ได้เห็นถึงอะไรที่เรียกว่าความชั่วร้าย"
เซ่เชียนฮวนรีบตอบโต้โดยทันที
ทั้งสองมองตรงเข้าไปในดวงตาของกันและกัน ราวกับว่ามีคลื่นใต้น้ำอยู่กลางอากาศ ราวกับว่าลูกธนูก็กำลังอยู่บนสายธนูเมื่อสัมผัสโดนก็ยิงได้ในทันที
ไท่จื่อเฟ่ยเข้ามาไกล่เกลี่ย “พอแล้วพอแล้ว” สองสามีภรรยาคู่นี้ทะเลาะตีกันก็เพราะรัก ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรือขัดแย้งกันสักหน่อย น้องเจ็ดอย่าได้โกรธไป น้องสะใภ้เพียงแค่กำลังอยู่ในอารมณ์เด็กผู้หญิงที่กำลังโกรธ
“ข้าขี้เกียจจะโต้เถียงกับนาง”
เซียวเย่หลันแค่นเสียงเย็นชา พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกจากตำหนักไป
เขาไม่ได้กล่าวลาไท่จื่อเลยสะด้วยซ้ำ
ทุกคนต่างรู้นิสัยของเซียวเย่หลัน กับความไร้มารยาทของเขานั้นต่างก็ไม่แปลกใจ พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เขาไม่ได้ระเบิดออกมาโดยทันที
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเซ่เชียนฮวน
สาวน้อยคนนี้ ไม่ธรรมดา!
เมื่อมองไปทั่วราชอาณาจักรแคว้นเซี่ย คนที่กล้าลงมือตบหน้าเซียวเย่หลัน เห็นทีคงจะมีแค่นางคนเดียว!
อีกอย่าง หลังจากตบเสร็จนางยังไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย แถมยังทำให้ชายที่น่าสะพรึงกลัวคนนั้นอยู่ในโอวาทอีกด้วย!
หลังจากที่เซ่เชียนฮวนอำลาไท่จื่อและไท่จื่อเฟยแล้ว เดินไปที่หน้าตำหนัก ก็เห็นชายคนนั้นกำลังพลิกตัวขึ้นรถม้าอยู่พอดี
“เฮ้ รอก่อน”
นางรีบหยุดเซียวเย่หลัน
