บทที่ 32 ผนึกจุดฝังเข็มด้วยเข็มเงิน
“อะไรนะ?โดนวางยา??!”
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจกับคำตอบของเซ่เชียนฮวน!
ทุกคนต่างก็มองตากันฉันมองเธอ เธอมองฉัน ด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ
เซียวเย่หลันพูดอย่างเคร่งขรึม “เจ้าคิดให้ดีแล้วค่อยพูดออกมา ที่นี่คือวังหลวง ไม่ใช่ที่ที่ให้เจ้ามาพูดจาไร้สาระ”
“ทำไหม ท่านกลัวว่าข้าจะพูดผิดไป แล้วเป็นภาระให้ท่านหรือ”
เซ่เชียนฮวนเร้าหางคิ้วขึ้น
เดิมทีนางเกิดมาก็มีดวงตาสีดอกท้อคู่หนึ่งอยู่แล้ว เมื่อนางเลิกคิ้วขึ้นอย่างยั่วยุ มันก็เหมือนกับดอกซากุระที่ผลิบานในต้นฤดูใบไม้ผลิ มีเสน่ห์เย้ายวน
เซียวเย่หลันจองมองที่นาง ยังคงนิ่งเงียบไม่แยแส “ข้าไม่เคยกลัวสิ่งใด”
“อ้อ เช่นนั้นก็แสดงว่าท่านกำลังเป็นห่วงข้า” เซ่เชียนฮวนกะพริบตาปริบๆ
“... ...”
เซียวเย่หลันถึงกับพูดไม่ออก
โชคดี ไท่จือเฟ่ยที่อยู่ข้างๆเข้ามาสนทนาด้วย “ในวังหลวงการที่จะมาวางยานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เชียนฮวน ท่านแน่ใจใช่ไหมว่าเห้าเอ๋อร์ถูกวางยาจริง?”
“ลองดูแล้วจะรู้”
เซ่เชียนฮวนคำนวณดูเวลา ดึงเข็มเงินสามเล่มออกมาทีละเล่ม แล้ววางลงบนผ้า
ทุกคนเมื่อได้เห็น ตามคาดเข็มเงินทั้งหมดได้เปลี่ยนเป็นสีดำ
ไท่จื่อและไท่จื่อเฟยทั้งคู่ต่างตกใจมากจนหน้าถอดสี
“นี่คือพิษเรื้อรัง หากใช้วิธีการทั่วไปก็ยากต่อการพิสูจน์ ข้าใช้วิธีการฝังเข็มเร่งเลือด ถึงจะแสดงพิษออกมาได้”
เซ่เชียนฮวนกวักมือ เรียกนางกำนัลให้ไปหาหนูมาหนึ่งตัว ไม่นานก็นำเข็มสีเงินที่ได้เปลี่ยนเป็นสีดำแทงเข้าไปในขนมชิ้นหนึ่ง แล้วให้หนูกินขนมชิ้นนั้น
หลังจากนั้นไม่นาน หนูตัวนั้นพิษได้ออกฤทธิ์และตายในทันทีต่อสายตาผู้คนที่กำลังจ้องมอง
ไท่จื่อเฟยเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ตกใจจนอ้าปากค้าง ทั้งตัวเกือบจะล้มมิล้มแหล่ และพูดด้วยความโศกเศร้าว่า“พระเจ้า ใครกัน ใครกันแน่ที่ต้องการจะฆ่าลูกของข้า!!”
“เป็นแบบนี้ได้อย่างไร อาหารประจำวันของเห้าเอ๋อร์มีคนตรวจสอบโดยเฉพาะอยู่ตลอด” เสียงของไท่จื่อสั่นเครือ
เซ่เชียนฮวนพูดด้วยคำปลอบโยน “ท่านทั้งสองอย่าได้ตกใจไป พิษที่สะสมอยู่ในร่างกายของท่านชายเห้าถือว่าไม่ได้ลึกมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นพิษที่ฆ่าหนูให้ตายได้ แต่ก็ไม่สามารถพอที่จะฆ่าชีวิตคนได้
ตอนนี้ข้าจะใช้วิธีผนึกจุดฝังเข็มด้วยเข็มเงิน เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของพิษ และจะสั่งยาให้หนึ่งชุด ทานให้ครบสามวันก็จะสามารถขับพิษที่อยู่ในร่างกายได้
“งั้น เจ้าก็รีบใช้ รีบใช้เลย”
ไท่จื่อเฟยเร่งเร้า
เซ่เชียนฮวนพยักหน้า หยิบเข็มเงินที่เหลือขึ้น แล้วค่อยๆปักลงไปในจุดลมปราณของท่านชายเห้า
นางมีสมาธิที่มุ่งมั่น มือที่ขาวและอ่อนนุ่มมีแสงสีเงินที่เปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับว่าโลกทั้งใบเหลือแค่เพียงนางและคนไข้ของนางเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่สามารถรบกวนถึงนางได้
ผู้ชายเวลาที่มีความตั้งใจมักมีเสน่ห์มากที่สุด ผู้หญิงก็เช่นกัน
เมื่อเซียวเย่หลันนึกขึ้นได้ สายตาของเขาก็หยุดอยู่บนใบหน้าของเซ่เชียนฮวนเป็นเวลานาน ติดตามสายตาของนาง ท่าทีของนางไม่ละสายตาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อนึกขึ้นได้และอยากจะหนีความจริงจากเรื่องนี้ เซียวเย่หลันค่อยๆหันตัวกลับไป
ทว่าเซ่เชียนฮวนไม่ได้สังเกตถึงเขา
ความสนใจของนาง มุ่งอยู่แต่กับคนไข้ของนาง
“เสร็จแล้ว”
ในที่สุดเซ่เชียนฮวนก็ได้ลงเข็มสุดท้ายเสร็จ นางถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
นางเงยหน้าขึ้น และได้ชี้แจงว่า “สองสามวันนี้พวกท่านให้เขาทาได้แค่โจ๊ก อาหารอย่างอื่นห้ามโดยเด็ดขาด
“ได้ได้” ไท่จื่อเฟยพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วแสดงสีหน้าเศร้าโดยทันที “ไม่รู้ว่าคนที่วางยาพิษนั้นเป็นใครกัน แล้วถ้าเกิดว่าเขาวางยาพิษไว้ในโจ๊กอีกละ ถ้าเช่นนั้นควรทำอย่างไรดี?”
ไท่จื่อเองก็ได้คิดถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ขมวดคิ้วครุ่นคิด
เซ่เชียนฮวนไม่ได้ตอบคำถาม
นางมองออกไปนอกหน้าต่าง หลังจากนั้นครู่หนึ่ง นางคิดแล้วถามว่า “ปกติอาหารโปรดที่หลานชายองค์น้อยชอบทาน มีอัลมอนด์ด้วยหรือไม่?”
“ใช่ ปกติแล้วเห้าเอ๋อร์ชอบกินขนมอัลมอนด์มากที่สุด"
ไท่จื่อเฟยไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆเซ่เชียนฮวนถึงได้ถามเรื่องนี้
ทันใดนั้น นางก็ฟังเซ่เชียนฮวนพูดอย่างไม่แยแส “ข้ารู้แล้วว่าเขาถูกโดนยาพิษได้ยังไง
