บทที่ 31 นางยังมีอีกกี่เรื่องที่ปิดบังเขา
ตำหนักตงกง
เซ่เชียนฮวนถูกประคองลงมาจากเกี้ยว
นางเข้าวังครั้งแรก อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆสองสามครั้ง
แม้ในยามดึกที่ไร้เสียงผู้คน อาคารแกะสลักที่ทาด้วยสีที่งดงามเหล่านั้นยังคงมองเห็นโครงสร้างที่ชัดเจนเมื่อต้องแสงจันทร์ งดงามและใหญ่โต ราวกับสวรรค์ชั้นฟ้าทั้ง9ชั้น
“องค์ชาย หวางเฟย โปรดเชิญ” เฉินกงกงเดินนำอยู่ข้างหน้า
เซียวเย่หลันก็ตามมาด้วย
คาดว่า เขาอาจจะเริ่มสงสัยในตัวเซ่เชียนฮวน ดังนั้นจึงตัดสินใจมาดูด้วยตัวเอง
เซ่เขียนฮวนไม่สนใจเขา
ด้วยการประคองของนางกำนัลทั้งสอง นางได้มาถึงห้องบรรทมของท่านชายเห้า ทันทีที่เข้าไปก็เห็นไท่จื่อเฟยเดินมาหานาง และพูดอย่างชื่นใจว่า “เชียนฮวนเจ้ามาได้สักที!”
การเรียกชื่อเฉยๆ ทำให้ดูสนิทสนมมากยิ่งขึ้น
เซ่เชียนฮวนจับสองมือของไท่จื่อเฟยขึ้นมา กับผู้หญิงที่โอนโยนและมีความรู้คนนี้นางรู้สึกถึงความใกล้ชิด และพูดอย่างนุ่มนวลว่า “ขอโทษด้วย ข้ามาสาย เรารีบ ไปดูอาการของเด็กกัน”
“เจ้าเป็นอะไรไป? ดูเหมือนว่าจะบาดเจ็บไม่น้อย”
ไท่จื่อเฟยเห็นว่าสีหน้านางไม่สู้ดีนัก เดินยังต้องใช้คนประคอง บริเวณตรงคอยังพันด้วยผ้าเช็ดหน้าที่มีรอยเลือด อดไม่ได้ที่จะแสดงความประหลาดใจ
เซ่เชียนฮวนฝืนยิ้มและใส่หัว “ไม่เป็นไร อาการของท่านชายเห้าสำคัญกว่า”
“ตกลง พวกท่านตามข้ามา”
ไท่จื่อเฟยเป็นคนที่สังเกตคำพูดและการแสดงออกได้ดี นางเห็นสีหน้าท่าทางของเซียวเย่หลันทางด้านข้างแวบหนึ่งดูไม่ดีนัก บวกกับการเตือนด้วยสายตาของเฉินกงกง ก็สามารถเดาได้สองสามส่วน
“ไปโรงหมอหลวงแล้วหยิบยาจินชวงที่ดีที่สุดมาสองขวด” ไท่จื่อเฟยเมื่อหันกลับไป ใช้เสียงต่ำสั่งนางกำนัลที่อยู่ข้างๆ
เซ่เชียนฮวนได้ยินคำนี้ของไท่จื่อเฟย เปิดปากออกเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เปิดปากพูด
นางเองก็ไม่ได้ขาดแคลนยา
แต่ นึกถึงความปรารถนาดีของไท่จื่อเฟย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปปฏิเสธ
เซ่เชียนฮวนมาถึงข้างเตียงของท่านชายเห้า
ไท่จื่อกำลังดูแลด้วยพระองค์เอง เมื่อเห็นมีคนมา ก็ได้ลุกขึ้นอย่างเงียบๆและถอยออกมา
การกระทำเหล่านี้ ทำให้เซ่เชียนฮวนมีความประทับใจต่อครอบครัวไท่จือมากนัก
“เห้าเอ๋อร์ตกลงไปในน้ำกลับมาในคืนนั้นก็มีไข้ขึ้นสูงไม่ยอมลด” ไท่จื่อกล่าวด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล “พวกเราคิดว่าเขาคงเป็นแค่ไข้หวัด จึงเรียกหมอหลวงมารักษา แต่คาดไม่ถึงว่าแม้ไข้จะลดลง แต่เห้าเอ๋อร์ก็ยังคงไม่ฟื้น”
เซ่เชียนฮวนเอื่อมมือออกไปสัมผัสชีพจรท่านชายเห้า จากนั้นก็ตรวจสอบอุณหภูมิที่หน้าผาก
แน่นอนว่ายังคงมีความร้อนอยู่เล็กน้อย
แต่ว่า เด็กอ้วนก็ยังคงไม่ฟื้น กับไข้ที่ขึ้นสูงก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ
“มีเข็มเงินไหม” เซ่เชียนฮวนเงยหน้าขึ้นและถาม
“มี”
หมอหลวงประสานมือเข้าไว้ด้วยกันแล้วรีบยืนขึ้น และได้นำถุงเข็มเงินที่ใช้เป็นประจำยื่นให้กับเซ่เชียนฮวน
เซ่เชียนฮวนเมื่อมองดู เอะ เป็นคนรู้จักเก่านิ
ชายชราคนนี้คือคนที่ถูกเรียกตัวไปจวนจ้านอ๋องเพื่อรักษาอาการเย่สิ้นเมื่อครั้นนั้น หมอหลวงห่าวเป็นคนที่เห็นนางใช้จิงหุนสิบสามเข็มด้วยตาตัวเอง
ดูเหมือนว่า นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ไท่จื่อเฟยคิดถึงนางกะทันหัน คงจะเป็นเพราะได้ฟังคำแนะนำมาจากหมอหลวงห่าว
ครั้งนี้ เซ่เชียนฮวนไม้ได้ใช้ฝีมือเหมือนที่หมอหลวงห่าวได้คาดไว้ ใช้วิธีการจิงหุนเจิงอีกครั้ง
นางค่อยๆวางเข็มเงินลงบนตำแหน่งจุดฝังเข็มบนร่างกายตามปกติ
วิธีการที่เป็นมืออาชีพ มั้นคง ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เซียวเย่หลันจ้องเขม็งอย่างไม่ละสายตา พยายามหาจุดบกพร่องในการเคลื่อนไหวของนาง แต่น่าเสียดายที่นางมีความมั่นใจในการจับจุดฝังเข็มบนร่างกายมาก ดูเหมือนจะแม่นยำมากว่าเขาเสียอีก
ผู้หญิงคนนี้ ไปเรียนรู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่
นางยังมีอีกกี่เรื่องที่ปิดบังเขา
“อาการเห้าเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง? เขาป่วยเป็นอะไร” ไท่จื่อเฟยถามด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล
เซเชียนฮวนหลังลงหมดสามเข็มก็เอามือกลับ
นางทำหน้ากลัดกลุ้ม และตอบเสียงต่ำ“ท่านชายเห้าไม่ได้ป่วย แต่โดนวางยา”
