ตอนที่3 - 3
"เจ้าอย่าได้เอ่ยชื่ออัปมงคลของนางอีก" ฮูหยินหลี่เตือนเสียงเข้ม
"จำไว้ว่าฟางหรูเยว่ผูกคอตายหนีความผิดไปแล้ว เจ้าคือคุณหนูใหญ่ตระกูลฟางผู้เพียบพร้อม เป็นว่าที่ฮูหยินของจวนโหว"
"เจ้าค่ะท่านแม่... ข้าคือคุณหนูใหญ่ตระกูลฟางเพียงคนเดียว" หว่านอวี้ยิ้มรับ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน บ่าวรับใช้รีบเข้ามารายงานว่า เซี่ยอวิ๋นฉี ทายาทจวนโหว อดีตคู่หมั้นของหรูเยว่ที่บัดนี้กลายเป็นว่าที่สามีของหว่านอวี้ ได้เดินทางมาส่งของหมั้นเพิ่มเติม
เมื่อเซี่ยอวิ๋นฉีก้าวเข้ามาในห้อง หว่านอวี้ก็รีบปรับสีหน้า เปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งมารยา เป็นความบอบบางเจ้าน้ำตาทันที นางช้อนสายตามองบุรุษรูปงามตรงหน้าด้วยแววตาเอียงอาย
"พี่อวิ๋นฉี... ท่านมาแล้วหรือเจ้าคะ"
เซี่ยอวิ๋นฉีมองใบหน้างดงามของว่าที่ภรรยาด้วยความหลงใหล เขาจับมือนางมากุมไว้
"หว่านอวี้ของข้า เจ้าสวมชุดเจ้าสาวแล้วงดงามยิ่งนัก ข้าแทบจะรอให้ถึงวันเข้าหอไม่ไหวแล้ว"
"ท่านพี่ก็ปากหวานเกินไป..." นางหลุบตาลงต่ำ แสร้งทำน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"ข้าเพียงแต่... อดคิดถึงพี่หญิงไม่ได้ หากนางไม่ทำเรื่องผิดบาปจนต้องจบชีวิตตัวเอง วันนี้คนที่ยืนอยู่เคียงข้างท่านคงเป็นนาง ไม่ใช่ข้า"
เมื่อเอ่ยถึงฟางหรูเยว่ แววตาของเซี่ยอวิ๋นฉีก็ปรากฏความรำคาญใจและความละอายใจพาดผ่าน เขาเคยหลงใหลในความงามและกิริยามารยาทของหรูเยว่ แต่เมื่อจวนตระกูลฟางมีคดีทุจริต เขาผู้ซึ่งรักความก้าวหน้าและห่วงหน้าตาของจวนโหว ย่อมเลือกที่จะตัดขาดนางอย่างไร้เยื่อใย การที่หรูเยว่ตายไปและตระกูลฟางพ้นผิด แถมเขายังได้แต่งกับหว่านอวี้ผู้ซึ่งบิดาโปรดปรานมากกว่า ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว
"อย่าเอ่ยถึงสตรีที่นำความเสื่อมเสียมาให้ตระกูลเลย" เซี่ยอวิ๋นฉีลูบศีรษะหว่านอวี้เบาๆ
"นางเลือกทางเดินที่ผิดพลาดเอง เจ้าต่างหากคือสตรีที่คู่ควรกับข้า เจ้าช่างบริสุทธิ์และจิตใจดีเหลือเกิน หว่านอวี้"
ฮูหยินหลี่ที่ยืนดูอยู่ลอบยิ้มอย่างพอใจ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่นางวางไว้ ไม่มีใครในเมืองหลวงสงสัยเรื่องการตายของฟางหรูเยว่ และตระกูลฟางกำลังจะเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาเสวยสุขอยู่บนกองเลือดและน้ำตาของสตรีที่ถูกขายนางนั้น โดยไม่รู้เลยว่า... มัจจุราชกำลังเดินทางมาเคาะประตูจวนของพวกเขาแล้ว
ขบวนรถม้าของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรเคลื่อนผ่านประตูเมืองหลวงเข้ามาในยามบ่ายคล้อย ทันทีที่ธงรูปพยัคฆ์โบกสะบัด ผู้คนตามท้องถนนต่างพากันหลีกทางให้ด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองขบวนรถม้าสีดำทะมึนนี้ เพราะทุกคนรู้ดีว่าหน่วยองครักษ์เสื้อแพรภายใต้การนำของ กู้เสวียนเช่อ คือสุนัขรับใช้ที่เหี้ยมโหดที่สุดของฮ่องเต้ สถานที่ที่พวกเขาประทับรอยเท้า ล้วนต้องมีเลือดหลั่งชโลมแผ่นดิน
รถม้าเคลื่อนตัวลัดเลาะผ่านถนนสายหลัก มุ่งหน้าสู่ศูนย์กลางอำนาจทางทหาร จวนองครักษ์เสื้อแพรตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากเขตพระราชฐาน กำแพงหินสีดำสนิทสูงตระหง่านราวกับป้อมปราการ ประตูไม้บานใหญ่สลักลวดลายสัตว์ร้ายตอกหมุดเหล็กดูน่าเกรงขาม บรรยากาศรอบจวนเย็นเยียบและเงียบสงัดราวกับสุสาน มีเพียงเสียงฝีเท้าขององครักษ์ในชุดเกราะที่เดินลาดตระเวนอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าลานกว้างของจวน ประตูรถถูกเปิดออกโดยองครักษ์คนสนิท กู้เสวียนเช่อก้าวลงมาก่อน ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำขลับแผ่กลิ่นอายกดดันจนเหล่าองครักษ์นับร้อยที่ตั้งแถวรอรับต่างคุกเข่าลงกับพื้นอย่างพร้อมเพรียง เสียงเกราะกระทบพื้นดังสนั่น
"คารวะผู้บัญชาการ!"
เสียงตะโกนดังกึกก้อง แฝงไปด้วยความเคารพและหวาดกลัว
