ตอนที่3 - 2
"หรือหากเจ้าถูกประชิดตัว... จงปาดที่ตรงนี้ เส้นเลือดใหญ่ที่คอ เมื่อมันขาด โลหิตจะพุ่งสาดกระเซ็น เจ้าต้องก้าวถอยหลังให้ไว หากไม่อยากให้เลือดเปื้อนอาภรณ์ของเจ้า"
หรูเยว่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความหวาดหวั่นผสมปนเปกับความตื่นเต้นอย่างประหลาด นางหันหน้ากลับไปมองเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่ชุน ปลายจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาสีนิลของกู้เสวียนเช่อทอประกายล้ำลึก มันไม่ใช่สายตาของอาจารย์ที่มองศิษย์ แต่เป็นสายตาของบุรุษที่กำลังลุ่มหลงในความมืดมิดที่ตนเองกำลังสลักลงบนตัวสตรีตรงหน้า
"จงเก็บมีดเล่มนี้ไว้ติดตัวตลอดเวลา" เขากระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาจดจ้องที่ริมฝีปากอิ่มสีชาดของนาง
"จำไว้กู้หรูเยว่ เจ้าเป็นคนของข้า หากมีผู้ใดกล้าแตะต้องเจ้า จงใช้มีดเล่มนี้กรีดคอพวกมันเสีย... หรือหากเจ้าคิดจะทรยศข้า ข้าก็จะใช้มีดเล่มเดียวกันนี้ ควักหัวใจของเจ้าออกมา"
หรูเยว่ไม่หลบตา นางกระชับด้ามมีดในมือแน่น เหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก
"ท่านวางใจเถิดนายท่าน... หากมีวันใดที่ข้าต้องควักหัวใจผู้ใด ข้าจะเริ่มจากพวกที่จวนตระกูลฟางก่อนเป็นอันดับแรก"
ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางการฝึกฝนอันโหดร้ายนี้ ได้หลอมรวมจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยความแค้นของนาง เข้ากับความอำมหิตของเขาอย่างช้าๆ มันไม่ใช่ความรักที่อ่อนหวาน แต่มันคือพันธะสีเลือดที่รัดรึงทั้งคู่ไว้ด้วยกันอย่างแยกไม่ออก
ในขณะเดียวกัน ณ เมืองหลวง... ที่จวนเสนาบดีกรมคลัง ตระกูลฟาง
บรรยากาศภายในจวนตระกูลฟางช่างแตกต่างจากความมืดมิดและกลิ่นคาวเลือดของขบวนองครักษ์เสื้อแพรราวฟ้ากับเหว ทั่วทั้งจวนถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงสด โคมไฟมงคลถูกแขวนเรียงรายไปตามระเบียงทางเดิน บ่าวไพร่ต่างเดินขวักไขว่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเตรียมงานมงคลสมรสที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ภายในเรือนหลันฮวา เรือนที่ใหญ่และงดงามที่สุดในจวน ซึ่งเคยเป็นของฟางหรูเยว่ บัดนี้ได้ตกเป็นของ ฟางหว่านอวี้ คุณหนูรองที่กำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นคุณหนูใหญ่แทนที่คนตาย
หว่านอวี้ยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่ อาภรณ์ชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักดิ้นทองลายยวนยางคู่เล่นน้ำงดงามตระการตา ขับเน้นให้ผิวพรรณที่ได้รับการบำรุงอย่างดีของนางดูผุดผ่อง ฮูหยินหลี่ แม่เลี้ยงใจคด ยืนอยู่ด้านหลัง ใช้หวีไม้หอมสางผมยาวสลวยให้บุตรสาวด้วยรอยยิ้มปิติยินดี
"งดงาม... งดงามยิ่งนักลูกแม่"
ฮูหยินหลี่เอ่ยชม พลางหยิบปิ่นปักผมทองคำระย้าลายหงส์คาบมุกขึ้นมาประดับบนมวยผมของหว่านอวี้
"ดูปิ่นหงส์ชิ้นนี้สิ มันช่างคู่ควรกับเจ้าเหลือเกิน"
หว่านอวี้ลูบคลำปิ่นหงส์บนศีรษะ รอยยิ้มที่เคยมักจะปั้นแต่งให้ดูอ่อนหวานใสซื่อ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย้ยหยันและสะใจ
"ปิ่นชิ้นนี้... เคยเป็นของมารดานังหรูเยว่ไม่ใช่หรือเจ้าคะท่านแม่? ข้าจำได้ว่านางหวงแหนมันยิ่งกว่าชีวิต"
"ของมารดานังเด็กเหลือขอนั่นแล้วอย่างไร?"
ฮูหยินหลี่แค่นเสียงเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความริษยาที่ฝังลึกมานานนับสิบปี
"มารดามันเคยหยิ่งผยองว่าเป็นฮูหยินเอก กดขี่ข่มเหงแม่สารพัด สุดท้ายก็อายุสั้นตายจากไป ส่วนลูกสาวของมันก็โง่เขลา... ยอมเป็นแพะรับบาปให้ตระกูล ตอนนี้ป้ายชื่อของมันถูกปลดออกจากศาลบรรพชนเสียด้วยซ้ำ ทรัพย์สินทุกอย่างของมัน เรือนของมัน และคู่หมั้นของมัน... บัดนี้ตกเป็นของเจ้าทั้งหมดแล้ว หว่านอวี้"
หว่านอวี้หัวเราะคิกคัก นัยน์ตาเป็นประกายด้วยความทะเยอทะยาน
"พี่หญิงช่างน่าสงสารเสียจริงนะเจ้าคะ ถ้านางยอมแต่งงานกับพ่อค้าแก่ๆ ในตลาดมืดแต่แรก ก็คงไม่ต้องตายอย่างอนาถ... แต่เอาเถิด ถือว่านางได้ทำประโยชน์ให้ตระกูลเป็นครั้งสุดท้าย เงินหนึ่งพันตำลึงที่ขายตัวนางได้ ท่านพ่อก็นำมาใช้ปิดปากขุนนางตรวจสอบจนคดีทุจริตเงียบหายไป ซ้ำยังเหลือมาจัดงานแต่งให้ข้าอย่างยิ่งใหญ่ปานนี้"
